ถ้าปีนี้ไม่เริ่มลงทุน... คุณจะรอถึงปีไหน?

ใครที่ชอบหมดเงินกับการชอปปิ้งเสื้อผ้า ยกมือขึ้น!

ใครที่ชอบไปเที่ยวทริปต่างๆ เป็นประจำ ยกมือขึ้น!!

ใครที่ชอบหมดเงินไปกับการกินของอร่อยๆ ยกมือขึ้น!!!

ที่สำคัญใครที่ไม่ค่อยมีเงินเก็บ ยกมือขึ้น!!!!

ถ้าใครที่อ่านทั้งประโยคข้างบนแล้วยกมือทุกครั้ง โดยเฉพาะประโยคสุดท้าย เราขอแนะนำให้คุณตั้งใจอ่านบทความนี้อย่างจริงจังนะ 

เพราะเราเชื่อว่าใครๆก็อยากจะมีเงิน มีกินมีใช้ ร่ำรวยกันทุกคน แต่ในทางปฏิบัตินี่สิ มันช่างยากเหลือเกินในการเก็บออมเงิน แต่ที่ยากกว่าการเก็บออม คือ การลงทุนต่อยอดให้เงินมันเพิ่มพูนนี่สิ ทั้งหมดนี้อยากจะบอกว่าเคล็ดลับข้อแรกของการลงทุน มันอยู่ที่ความตั้งใจจริงของเรานะว่าเราจะเป็นคนเดิมๆที่ยังไม่เคยวางแผนทางการเงิน ไม่เคยมีวินัยในการออมหรือลงทุน แล้วเราก็มักจะเอาแต่คิดว่า อยากจะทำ แต่ก็เอาไว้ก่อน ไว้ทีหลัง เพราะเรารู้สึกว่ามันลำบากยุ่งยาก 

แต่ในวันนี้ ตอนนี้ หรือภายในปีนี้ ถ้าใครที่อยากจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง และ หันมาเริ่มลงทุน เราขอนำเสนอแนวคิดง่ายๆตลอดจนวิธีการที่จะทำให้คุณเข้าใจและลงมือทำมันได้จริงๆ

เริ่มแรกก่อนเลย ก็ง่ายๆนะ แค่ลองมาตั้งเป้าแบบ SMART เพื่อเก็บเงินกันเถอะ!!!

การตั้งเป้าหมายแบบ SMART เป็นแนวทางที่น่าสนใจและเอาไปใช้ได้ผลจริง โดยเน้นให้ความสำคัญกับจุดเริ่มต้นก็คือการตั้งเป้าหมายเลย โดยวิธีการตั้งเป้าหมายใช้หลักการดังนี้

SMART ย่อมาจาก ห้าคำที่เป็นที่มาของหลักการก็คือ

S = Specific

มีความชัดเจนและเจาะจง เพราะปัญหาที่ผ่านมาคือการตั้งเป้าหมายกว้างไปทำให้ไม่มีน้ำหนักพอที่จะเริ่มลงมือทำ แทนที่เราจะตั้งเป้ามายว่า “อยากเริ่มเก็บเงิน” ให้เปลี่ยนเป็น “อยากเก็บเงินล้านแรกเพื่อดาวน์คอนโด” เป็นต้น

M = Measurable

เป้าหมายต้องวัดได้ตลอดเวลา คือต้องรู้ตัวตลอดว่าตอนนี้อยู่ตรงไหนของเป้าหมายแล้ว ห่างจากเป้าหมายเป็นเงินเท่าไหร่

A = Attainable

เป้าหมายต้องเป็นไปได้ อันนี้เราต้องรู้ตัวเองนะ เป้าหมายแต่ละคนต่างกันตามศักยภาพการสร้างรายได้ และภาระรายจ่ายของแต่ละคน ดังนั้นเป้าหมายที่ป็นไปได้ของแต่ละคนอาจจะแตกต่างกัน บางคนอาจเก็บได้ทุกเดือน เดือนละ 5,000 บาท หรือบางคนอาจหาได้ 200,000บาท ก้อนเดียวตอนสิ้นปี ทุกๆปี เป็นต้น

R = Realistic

เป้าหมายตั้งอยู่บนความจริง อันนี้แนะนำให้ตั้งเป้าที่ท้าทายพอควรแต่สามารถทำได้จริง..ถ้าเป้าง่ายไปเราจะผลัดวันประกันพรุ่ง ชอบคิดว่า เดี๋ยวค่อยทำก็ได้ง่ายๆเอง …นอกจากแรงจูงใจแล้วเราต้องใส่ใจที่จะทำมันด้วย

T = Time-Bound

เป้าหมายมีกำหนดเเวลา สำคัญมากเพราะการกำหนดเวลาจะสร้าง แรงจูงใจ ให้เราติดตามและถามตัวเองเสมอว่าเราทำถึงไหนแล้ว ห่างจากเป้าหมายเท่าไหร่ จะถึงเป้าหมายทันเวลามั้ย…

อ่านถึงตรงนี้ เป้าหมายของแต่ละคนเป็นอย่างไรกันบ้าง ถ้าเรามีฝันที่ใหญ่เพียงพอและตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน ด้วยหลักการ SMART บางคนอาจจะบอกว่า

“อีก 5 ปีข้างหน้านี้!!! ฉันต้องการเก็บเงิน 1 ล้านบาทแรกให้ได้ ด้วยจำนวนเงินต่อเดือน 15,000 บาท”

“ฉันอยากจะมีเงิน 5 ล้านบาทไว้เป็นทุนการศึกษาให้ลูกต่อปริญญาโทเมืองนอก ในอีก 10 ปีหลังจากนี้ ด้วยจำนวนเงินต่อเดือน 25,000 บาท”

“ฉันอยากมีเงินก้อนตอนเกษียณซัก 20 ล้านบาท ในอีก 30 ปีข้างหน้า ด้วยจำนวนเงินต่อเดือน 10,000 บาท”

จะเห็นว่าแต่ละคนอาจจะมีเป้าหมายที่แตกต่างกันไปแต่สิ่งที่สำคัญที่ทุกคนต้องมีเหมือนๆกันก็คือวินัยที่จะลงมือทำให้เป้าหมายเป็นจริง

ดังนั้น FINNOMENA รู้ว่าปัญหาหลักของหลายๆคนไม่ใช่เรื่องการไม่มีเป้าหมาย ไม่ใช่เรื่องการไม่มีความตั้งใจที่ดี แต่สุดท้ายเราจะลงมือทำมันอย่างไร และเราจะมีวินัยสม่ำเสมอไปตลอดระยะเวลา 5 ปี 10 ปี หรืออีก 30 ปีข้างหน้า

NTER Goal จึงเป็นความตั้งใจของพวกเราที่อยากเป็นหนึ่งในตัวช่วยทุกๆคนในการไปสู่ฝันที่แตกต่างกัน โดยไม่เพียงแค่ช่วยออกแบบเป้าหมายให้เป็นรูปธรรมออกมาได้ว่า ควรจะใช้เวลากี่ปี จำนวนเงินเท่าไหร่ แต่ยังคอยแนะนำว่าควรจะนำเงินแต่ละเดือนไปลงทุนในสินทรัพย์อะไร สัดส่วนเท่าไหร่ และดูแลปรับพอร์ตตามสถานการณ์ไปตลอดระยะเวลาของแผน รวมไปถึงการคอยเตือนให้คุณลงมือทำอย่างมีวินัยทุกๆเดือน

ใครอยากจะลองดูตามแผนสามแบบข้างบน ก็ลองกดสร้างแผนกับ NTER ดูเลย แล้วจะเห็นว่ามันไม่ได้ยากที่จะทำ (เพราะที่เรายกตัวอย่างทั้งสามประโยคนั้นสามารถสร้างได้ด้วยแผน NTER Goal จริงๆนะ) 

ดังนั้นใครที่ตั้งใจแล้วว่า การลงทุนสู่เป้าหมายความมั่งคั่งที่อยากจะทำให้ได้ ความตั้งใจเต็มที่ เงินมีพร้อม เราก็พร้อมเป็นตัวช่วยของคุณ…อยู่ที่คุณลงมือทำ


.