
Bank of America (BofA) มองว่าแม้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะยังมีโอกาสเติบโตในปี 2026 แต่จังหวะขาขึ้นจะเริ่มจำกัดมากขึ้น หลัง S&P 500 พุ่งแรงต่อเนื่อง 3 ปีจนมูลค่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวถึง 19% ทำให้การเก็งขึ้นแรงแบบเดิมอาจไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป แม้ฐานกำไรของบริษัทอเมริกายังแข็งแรง แต่ผลตอบแทนรวมของตลาดอาจชะลอลงเหลือแค่ระดับปานกลาง
ถึงอย่างนั้น ความร้อนแรงของตลาดในปัจจุบันยังสร้างแรงกดดันมหาศาลให้ฝั่งชอร์ต เพราะเพียงสัปดาห์เดียวในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน นักชอร์ตหุ้นสหรัฐฯ สูญกำไร mark-to-market กว่า 80,000 ล้านดอลลาร์ ลบแทบหมดผลตอบแทนที่สะสมไว้ก่อนหน้า สะท้อนว่ากระแสเงินฝั่งบวกรั้งตลาดขึ้นไว้แน่นกว่าที่หลายคนคาดคิด
นักกลยุทธ์ของ 22V Research ชี้ว่าคนที่คิดจะเปิดชอร์ตในตอนนี้ต้อง “มั่นใจเกินเหตุ” ว่าเศรษฐกิจจะชะลอกว่าคาด หรือว่ากระแสลงทุนด้าน AI จะสะดุดลงจริง เพราะปัจจัยพื้นฐานยังขับเคลื่อนตลาดอย่างสม่ำเสมอ ทั้งการบริโภคที่ยังแข็งแรง และการลงทุนด้าน AI ที่ยังผลักดันผลิตภาพและกำไรของบริษัทใหญ่ให้เติบโต
ความผันผวนช่วงที่ผ่านมา ซึ่งดึง S&P 500 ลงแรงกว่า 5% ก่อนดีดกลับเร็วในสัปดาห์ท้าย ทำให้นักชอร์ตถูก “Whipsaw” หนักจนต้องปิดสถานะพร้อมกันทั้งรายย่อยและเฮดจ์ฟันด์ ข้อมูลจาก S3 Partners ยังระบุว่าแค่สัปดาห์เดียวก็ล้างกำไรชอร์ตแทบหมด ขณะที่ฝ่ายไพรม์โบรกเกอร์ของ Goldman Sachs บอกตรงกันว่าการซื้อคืนสถานะชอร์ตพุ่งสูงสุดในรอบ 5 เดือน
แรงหนุนตลาดยังมาจากฤดูกาลในเดือนธันวาคม ซึ่งตามสถิติมักปิดบวกราว 1.4% และปิดบวกใน 73% ของกรณี ขณะเดียวกันหุ้นรายตัวอย่าง Beyond Meat ที่ดีดเกือบ 37% โดยแทบไม่มีข่าวรองรับ ก็เป็นสัญญาณเตือนว่าความเสี่ยงฝั่งชอร์ตกำลัง “แพงขึ้นเรื่อย ๆ” เพราะตลาดตอบสนองต่อแรงซื้อไวเป็นพิเศษ
แม้ภาพรวมปีหน้า BofA ยังมอง S&P 500 มีโอกาสขึ้นต่อถึงราว 7,100 จุด แต่เตือนความเสี่ยงสองด้านยังสูง หากกำไรบริษัทออกมาดีกว่าคาดมาก ดัชนีอาจพุ่งถึง 8,500 แต่ถ้าเศรษฐกิจสะดุดหรือกระแส AI ชะลอเร็วกว่าที่ตลาดหวัง ก็อาจเห็นการถอยกลับลงสู่ย่าน 5,500 ได้เช่นกัน ซึ่งสะท้อนว่าปี 2026 อาจไม่ใช่ปีที่ตลาดเดินหน้าแบบไร้แรงต้านอีกต่อไป
อ้างอิง: Bloomberg