
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตำหนิอิหร่านอย่างรุนแรงว่าล้มเหลวในการจัดการเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมประกาศเตือน “อย่าได้คิดเรียกเก็บค่าผ่านทางจากเรือบรรทุกน้ำมัน” หลังมีรายงานว่าอิหร่านเรียกเก็บค่าธรรมเนียมสูงถึง 2 ล้านดอลลาร์ในรูปแบบคริปโตเคอร์เรนซี โดยทรัมป์ย้ำชัดว่านี่ขัดต่อข้อตกลงและต้องหยุดทันที
แม้จะมีการประกาศหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านไปเมื่อวันอังคาร แต่การจราจรในช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นอัมพาต โดยมีเรือผ่านเข้าออกไม่ถึง 10% ของระดับปกติ เนื่องจากกองกำลัง IRGC บังคับให้เรือใช้เส้นทางเฉพาะเพื่อเลี่ยงทุ่นระเบิด ส่งผลให้น้ำมันดิบกว่า 20% ของโลกยังถูกปิดกั้น และราคาพลังงานโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่สถานการณ์ในเลบานอนยังวิกฤต นายกฯ เนทันยาฮูของอิสราเอลยืนยันว่า “ไม่มีการหยุดยิง” และเดินหน้าถล่มกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ต่อไป ล่าสุดมีรายงานผู้เสียชีวิตในเลบานอนกว่า 300 รายภายในวันเดียวจากการโจมตีทางอากาศ ส่งผลให้อิหร่านประณามอิสราเอลว่าละเมิดข้อตกลงอย่างโจ่งแจ้ง จนอาจทำให้การเจรจาสันติภาพที่จะเกิดขึ้นในวันเสาร์นี้ไร้ความหมาย
ด้าน โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำคนใหม่ของอิหร่าน ยิ่งเพิ่มแรงกดดันด้วยการเรียกร้องค่าปฏิกรรมสงครามและพยายามผลักดันกฎหมายเพื่อยึดครองอำนาจเหนือช่องแคบฮอร์มุซถาวร ซึ่งขัดต่อกฎหมายทะเลระหว่างประเทศที่ระบุว่าเรือต่างชาติมีสิทธิ์ผ่านโดยสุจริต และรัฐชายฝั่งห้ามเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการเดินเรือสากล
วิกฤตที่ยืดเยื้อส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งแตะ 98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่หลายประเทศเริ่มรับมือไม่ไหว เช่น อินเดียที่เผชิญวิกฤตก๊าซหุงต้มอย่างหนักจนต้องยอมผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรบางส่วนเพื่อนำเข้าพลังงานจากอิหร่าน เพื่อประคับประคองสถานการณ์ในประเทศท่ามกลางความขาดแคลน
สายตาคนทั่วโลกจึงจับจ้องไปที่การเจรจา ณ กรุงอิสลามาบัดที่กำลังจะเริ่มต้น โดยมี เจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นผู้นำคณะฝ่ายสหรัฐฯ ทุกฝ่ายหวังว่าจะเกิด “ข้อตกลงที่แท้จริง” ก่อนที่การหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์นี้จะสิ้นสุดลง มิเช่นนั้นโลกอาจต้องเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจและพลังงานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
อ้างอิง: Reuters