สหรัฐฯ ต้องมีดอกเบี้ยต่ำที่สุดในโลก

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันคำเดิมว่า สหรัฐฯ ควรเป็นประเทศที่มีดอกเบี้ยต่ำที่สุดในโลก โดยไม่ต้องไปสนใจสูตรคำนวณทางการเงินใด ๆ ท่ามกลางกระแสกดดันรอบใหม่ที่ส่งตรงถึง เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) คนใหม่ที่ทรัมป์เป็นคนดึงมารับตำแหน่งเอง ว่าอาจจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อเบรกปัญหาเงินเฟ้อที่เริ่มกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง

ท่าทีของทรัมป์เกิดขึ้นหลังจากตัวเลขเงินเฟ้อเดือนสิงหาคมออกมาสูงเกินคาด จนตลาดการเงินมองว่า Fed น่าจะต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี โดยนักลงทุนให้น้ำหนักสูงถึง 86% ที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 15-16 กันยายนนี้ นอกจากนี้ ปัจจัยเรื่องราคาน้ำมันที่แพงขึ้นจากสงครามอิหร่านที่ยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 7 บวกกับนโยบายกำแพงภาษีของทรัมป์เอง ยิ่งทำให้การคุมเงินเฟ้อของ Fed ทำได้ยากขึ้นไปอีก

สถานการณ์นี้ทำให้ เควิน วอร์ช ตกที่นั่งลำบากและอาจถึงขั้นแตกหักกับทำเนียบขาว เพราะถ้า Fed เลือกขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสยบเงินเฟ้อและรักษาความน่าเชื่อถือ วอร์ชก็ต้องเจอทรัมป์เปิดหน้าชนแน่นอน แต่ถ้ายอมถอยไม่ขึ้นดอกเบี้ยตามใจฝ่ายการเมือง Fed ก็จะเสียความน่าเชื่อถือ และอาจปล่อยให้ของแพงบานปลายจนคุมไม่อยู่ในระยะยาว

ขณะเดียวกัน ฝั่งการเมืองสหรัฐฯ ก็กำลังเดือดจัด เพราะคนอเมริกันกำลังเครียดเรื่องค่าครองชีพ ทั้งค่าน้ำมัน ค่าอาหาร ค่าหมอ และราคาบ้าน ซึ่งกลายเป็นปัจจัยหลักที่ฉุดคะแนนนิยมของทรัมป์และพรรครีพับลิกันให้ร่วงลงเรื่อยๆ ก่อนถึงศึกเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งอาจทำให้พรรครีพับลิกันสูญเสียการครองเสียงข้างมากในสภาได้

ส่วนท่าทีจากทำเนียบขาว เควิน แฮสเซ็ตต์ (Kevin Hassett) ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ ออกมาให้ความเห็นแบบกั๊ก ๆ ว่า ทรัมป์คงไม่ชอบใจแน่ถ้า Fed ปรับขึ้นดอกเบี้ยจริง ๆ แต่ก็เชื่อว่าประธานาธิบดีจะยังเคารพการตัดสินใจที่เป็นอิสระของประธาน Fed อย่างไรก็ตาม ทรัมป์กลับขู่ทิ้งท้ายไปถึงต่างประเทศว่า อาจพิจารณาตัดการค้ากับบางประเทศที่สหรัฐฯ เสียเปรียบดุลการค้า หาก Fed ไม่ยอมปรับลดดอกเบี้ยลงมาตามที่เขาต้องการ


อ้างอิง: Bloomberg

tax-saving-funds-2026