แจ้งเตือน

ออมเงินแสน อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นไปไม่ได้

เขียนโดย เรียกสั้นๆว่าเจ้

สวัสดีค่ะ วันนี้จะมาแชร์ประสบการณ์เก็บเงินค่ะ ต้องบอกก่อนว่าก่อนหน้านี้เป็นคนใช้เงินเปลืองมากๆ ตั้งแต่เด็ก ตอนประถมคืออยากได้อะไรก็จะซื้อเปลี่ยนโทรศัพท์บ่อยมาก อะไรออกมาใหม่ก็จะซื้อหมดเลย แต่พอขึ้นมัธยมได้มาจัดห้อง เห็นของที่ซื้อมาเยอะมากและไม่ได้ใช้เลยเยอะมาก เลยเอาไปขายต่อบ้าง เอาไปให้ญาติบ้าง พอขายแล้วได้เงินปกติก็จะไปซื้อของใหม่ที่อยากได้ แต่ครั้งนี้มีเพื่อนมาขอยืมตังค์เลยไม่ได้ไปซื้อของอะไรเพิ่มค่ะ 555

แล้วก็เริ่มมาคิดได้ว่า จริงๆไม่ต้องซื้ออะไรก็ดีเหมือนกัน หลังจากนั้นเริ่มรู้สึกอยากเก็บเงิน คิดว่าถ้าเราเก็บเงินได้น่าจะเท่มากๆ ยิ่งมีคนมาขอยืมตังค์แล้วเรามีให้เขายืมก็รู้สึกดีไปอีกแบบ (แต่ถ้าเขาไม่คืนคงไม่รู้สึกดีนะคะ) ก็เลยเก็บตังค์ไปเรื่อยๆ เริ่มตั้งแต่เก็บแบงค์พัน ก็ไม่เวิร์คเพราะว่าไม่พอใช้ 555 ก็เลยเปลี่ยนไปเก็บแบงค์ร้อยบ้าง จนสุดท้ายมาเก็บแบงค์ 50 เก็บได้อยู่ 2-3 เดือน ก็แอบเอาตังมาใช้บ้าง เลยซื้อกระปุกออมสินมา แล้วคิดว่าถ้าเราหยอดเราจะไม่หยิบมันมาใช้อีกเลย จน 1 ปีผ่านไป มาแกะกระปุก ทำให้เห็นว่าเรามีเงินในกระปุกหลายหมื่นเลย ตอนนั้นตกใจมากและรีบเอาไปฝากธนาคารเลยค่ะ

พอได้เงินหมื่นครั้งแรกก็รู้สึกดีและอยากหาเงินได้มากกว่านั้น ตอนนั้นเวลาไปเที่ยวต่างประเทศกับครอบครัวก็จะเปิด pre-order สินค้าต่างๆ ทำให้ได้กำไรมาบ้าง ตั้งแต่นั้นเราก็เป็นคนที่ชอบเก็บเงินมากๆ จนจบมัธยม 6 เรามีเงินเก็บ 2 แสนบาท เราอึ้งมากว่าเราทำได้ยังไงจากคนที่เคยใช้เงินฟุ่มเฟือย จนมีเงินเก็บสองแสนได้

พอขึ้นมหาลัยเราเลยเรียนคณะบริหาร ภาคการเงิน เพราะเราชอบตัวเลขมากๆ ปี 1,2 เราก็เก็บเงินเหมือนเดิม ตอนนี้เราเริ่มได้เงินเป็นเดือนแล้วทำให้บริหารยากขึ้นมากๆ แถมค่าใช้จ่ายก็เยอะขึ้นอีก เราเลยเลือกที่จะกันเงินส่วนนึงไว้ก่อนเลย สมมุติว่าเราได้เงินมา 12,000 เราจะกันเงินไว้ 3,000 เหมือนเราได้เงินแค่ 9,000 บาท ทำให้เราต้องคิดก่อนใช้เงินมากขึ้น แต่เราก็ไม่ได้อดข้าวหรืออะไรเลยนะ ก็กินปกติ ไปกินบุฟเฟต์แพงๆบ้าง ด้วยความที่ปี 1 มีพี่คอยเลี้ยงตลอด ทำให้เงินเหลือเยอะมาก เดือนนึงเราเก็บได้ 4,000 เลย งงเหมือนกันว่ากินอะไรไป แต่พอปี 2 เป็นรุ่นพี่ก็เริ่มต้องใช้เงินเลี้ยงน้องๆ บางเดือนเราก็ไม่มีเงินเก็บเลย

ซัมเมอร์เราได้ไปอเมริกาไปเรียน 2 เดือน เราเลยเปิด pre-order ของจากอเมริกาอีกรอบ แต่ตอนไปเราใช้เงินเก็บตัวเองเอาไปเที่ยวเราเอาไป 50,000 บาท อันนี้ไม่รวมค่ากินค่าที่พักนะ เพราะสองอันนั้นแม่ออกให้ แต่ค่าช้อปปิ้งเราอยากออกเอง พอช้อปไปเราใช้เงินไปประมาณ 15,000 บาท เป็นค่าไอแพดกับเสื้อผ้าบ้าง เพราะเราไม่ค่อยชอบของแบรนด์เนมกับไม่แต่งหน้าทำให้เราประหยัดไปได้เยอะมากๆ เราเลยเอาเงินที่เหลือไปซื้อของที่เปิดพรีออเดอร์ ซึ่งก็ได้กำไรมาพอสมควร

พอขึ้นปี 3 เราก็เริ่มกินเยอะขึ้น ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แล้วเนื่องด้วยวิชาเรียนเราเกี่ยวกับการลงทุนเราเลยอยากลองลงทุนจึงเอาเงิน 1 ใน 3 มาลงทุนในหุ้นและกองทุน อีก 1 ใน 3 ไปฝากสลากออมสิน ส่วนสุดท้ายถือเป็นเงินสดในธนาคารเผื่อฉุกเฉิน พอได้เข้าวงการนี้รู้สึกมันโหดร้ายมาก เพราะช่วงแรกที่เราเข้ามาคือก่อนโควิด พอถึงช่วงโควิดทำให้ asset เราหายไปเยอะมากๆ ตอนนั้นช็อคมากๆอยู่เหมือนกัน เราขายขาดทุนไปบ้าง ถัวบ้าง ลองทำมาหมดทุกวิธี ทำให้เห็นหลายๆมุมมองมากขึ้น ช่วงนั้นเราเริ่มทำการบ้านเยอะขึ้น อ่านข่าว อ่านบทวิเคราะห์ ฝึกระเบียบวินัยมากขึ้นตอนนั้นที่ต้องทำเพราะเงินเรามันหายไป เลยทำให้เราเปลี่ยนความคิดหลายๆอย่าง แต่เราก็ได้บทเรียนจากมันเยอะมากๆเหมือนกัน

ตอนนี้ก็ไม่ใช่นักลงทุนที่เก่งอะไร แต่ก็พยายามทำมันให้สม่ำเสมอ ค่อยๆลองไป อันไหนไม่เวิคก็เก็บไว้เป็นบทเรียน คิดว่าเสียเงินตอนนี้ถือว่าเป็นค่าประสบการณ์ที่ทำให้เราเติบโตในอนาคต พอเรามีประสบการณ์มากขึ้นเราก็จะผิดพลาดน้อยลง ก็อยากจะบอกทุกคนว่าอย่าเพิ่งท้อนะค้า ไม่มีใครเก่งมาตั้งแต่เกิด มันอยู่ที่ความตั้งใจและการมีวินัยของเรา อีกอย่างก็คือเราต้องให้เวลากับมันเยอะๆ เราถึงจะเข้าใจมัน สู้ๆนะคะ 😊

ส่งต่อเรื่องราวการเงินการลงทุนของคุณ

อ่่านเรื่องราวอื่นๆ