
ลดหย่อนภาษีปีนี้ ซื้อกองทุนอะไรดี ? Finnomena Funds ชวนมาเติม-ปรับ-ขยับพอร์ต Tax Tactic Pick Your Next Move พร้อมพลิกเกมด้วย RMF และ Thai ESG จาก 4 สไตล์การลงทุน อัปเดตใหม่ล่าสุดสำหรับปี 2026
1. The Pioneer: กองหน้าตัวเป้า สายล่าอนาคต
กองทุนที่ลงทุนในหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น เทคโนโลยี, AI, สุขภาพ, พลังงานสะอาด และโครงสร้างพื้นฐาน เป็นต้น สำหรับเป้าหมายคว้าโอกาสเพื่อสร้างผลตอบแทนจากธีมแห่งอนาคต
- K-GTECHRMF กองทุนหุ้นเทคโนโลยี เน้นบริษัทคุณภาพดีทั่วโลก ที่ระดับราคาเหมาะสม
- TAIRMF-A กองทุนหุ้น AI & Big Data โดยคัดเลือกจากบริษัทที่มีการจดสิทธิบัตรด้าน AI
- SCBRMGHC กองทุนหุ้น Health Care บริหารกองทุนโดยผู้เชี่ยวชาญสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ
- K-GIFRMF กองทุนหุ้น Global Infrastructure เพื่อสร้างรายได้และมีกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอ
- MRENEWRMF กองทุนหุ้น Clean Energy ได้รับแรงหนุนจากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้นทั่วโลก
2. The Explorer: กองกลางตัวรุก หัวใจในแดนบุก
กองทุนที่ลงทุนในตลาดหุ้นประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก สำหรับเป้าหมายในการสร้างสรรค์โอกาสรับผลตอบแทนในระยะยาว พร้อมค้นหาการลงทุนที่ยอดเยี่ยมจากทั่วทุกมุมโลก
- KKP GNP RMF-UH กองทุนหุ้นทั่วโลก บริหารแบบ Multi-Manager และมุ่งหวังชนะตลาดในระยะยาว
- KF-US-PLUSRMF กองทุนหุ้นอเมริกา คัดเลือกหุ้นเชิงรุก เพื่อเพิ่มโอกาสชนะตลาด S&P500
- SCBRMMLCA กองทุนหุ้นจีน All China ใช้ Machine Learning คัดสรรหุ้นคุณภาพ
- B-ASIARMF กองทุนหุ้นเอเชีย เน้นบริษัทขนาดใหญ่ในประเทศที่เศรษฐกิจเติบโตสูง
- B-INDIAMRMF กองทุนหุ้นอินเดีย เน้นบริษัทขนาดกลางที่โตตามกำลังซื้อของคนอินเดีย
- PRINCIPAL VNEQRMF กองทุนหุ้นเวียดนาม กองทุนแรกของไทยที่ลงทุนตรงในหลักทรัพย์เวียดนาม
- THDRMF-A กองทุนหุ้นไทยปันผลสูง ในดัชนี SETHD ที่รายได้เติบโตและมีกระแสเงินสดดี
- TDSTHAIESG-A กองทุนหุ้นไทยปันผลสูง ซึ่งให้ความสำคัญด้านความยั่งยืนของ SET ESG
3. The Balancer: กองกลางสายสมดุล เน้นคุมจังหวะเกม
กองทุนที่มีนโยบายจัดพอร์ตแบบสมดุลในหลากหลายสินทรัพย์ ทั้งหุ้น ตราสารหนี้ และสินทรัพย์อื่น ๆ สำหรับเป้าหมายรักษาสมดุลทั้งรุกและรับ พร้อมบริหารความผันผวนให้พอร์ตการลงทุน
- ES-GAINCOMERMF กองทุนที่จัดพอร์ตผสมทั่วโลก เน้นสร้างกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอ
- TGSMARTRMF-A กองทุนที่จัดพอร์ตผสมทั่วโลก เน้นจำกัดความเสี่ยงขาลงและลดความผันผวน
- KTAG70/30-THAIESG กองทุนที่จัดพอร์ตผสม หุ้นไทยยั่งยืน 70% ตราสารหนี้ยั่งยืน 30%
4. The Defender: กองหลังปราการแกร่ง รับเหนียวแน่นทุกสภาวะ
กองทุนที่ลงทุนในตราสารหนี้ รวมถึงทองคำ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเน้นความมั่นคงและสม่ำเสมอ ช่วยปกป้องพอร์ตและรับมือกับความเสี่ยง
- K-GDBONDRMF กองทุนตราสารหนี้โลก ลงทุนเชิงรุก ยืดหยุ่นตามภาวะตลาด
- KKP INRMF กองทุนตราสารหนี้ไทย ผันผวนต่ำ ผลตอบแทนสม่ำเสมอ
- BGOLDRMF กองทุนทองคำ ที่ไม่ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน
- K-ESGBF-THAIESG กองทุนตราสารหนี้ไทยยั่งยืน เน้นกลุ่มความน่าเชื่อถือระดับ Investment Grade
เปิดบัญชีกองทุนรวมกับ Finnomena
เพื่อเริ่มต้นลงทุนลดหย่อนภาษี คลิกเลย
สารบัญ RMF รายกอง (คลิกชื่อกองที่สนใจได้เลย)
- หุ้นทั่วโลก: KKP GNP RMF-UH
- หุ้นเทคโนโลยี: K-GTECHRMF
- หุ้นสหรัฐอเมริกา: KF-US-PLUSRMF
- หุ้นจีน: SCBRMMLCA
- หุ้นเอเชียตลาดเกิดใหม่: B-ASIARMF
- หุ้นอินเดีย: B-INDIAMRMF
- หุ้นเวียดนาม: PRINCIPAL VNEQRMF
- หุ้นไทยปันผลสูง: THDRMF-A
- หุ้นกลุ่มสุขภาพ: SCBRMGHC
- หุ้นกลุ่ม AI และ Big Data: TAIRMF-A
- หุ้นกลุ่ม Global Infrastructure: K-GIFRMF
- หุ้นกลุ่ม Clean Energy: MRENEWRMF
- จัดพอร์ตผสมเน้นสร้างผลตอบแทนสม่ำเสมอ: ES-GAINCOMERMF
- จัดพอร์ตผสมเน้นลดความผันผวน: TGSMARTRMF-A
- ตราสารหนี้โลก: K-GDBONDRMF
- ตราสารหนี้ไทย: KKP INRMF
- ทองคำ: BGOLDRMF
สารบัญ Thai ESG รายกอง (คลิกชื่อกองที่สนใจได้เลย)
มุมมองการลงทุนโดย Finnomena Funds ณ เดือนสิงหาคม 2026
สำหรับสายจัดพอร์ต (Asset Allocation) ห้ามพลาด !! กองทุนจัดชุด RMF ปี 2026 คัดให้ครบทั้งกลยุทธ์เสี่ยงสูง กลาง ต่ำ ได้ที่
www.finnomena.com/finnomenafunds/rmf-series-package
สรุปโพยกองทุนแนะนำ RMF
1. หุ้นโลก: KKP GNP RMF-UH
สรุปรายละเอียดและจุดเด่นกองทุน
- ลงทุนในกองทุนหลัก Capital Group – New Perspective Fund ที่ลงทุนในหุ้นทั่วโลก ซึ่งมีส่วนร่วมกับการเปลี่ยนแปลงด้านการค้าและเศรษฐกิจระหว่างประเทศของโลกอนาคต
- กองทุนหลักบริหารแบบเชิงรุก (Active) มีสไตล์การลงทุนที่สร้าง Alpha ในระยะยาว พร้อมกับรักษาความผันผวนของพอร์ตให้ไม่สูงเกินไป โดยผลตอบแทนมีความสัมพันธ์กับหุ้นโลก MSCI ACWI
- บริหารโดยทีมที่มีประสบการณ์มากกว่า 50 ปี โดย Portfolio Turnover ค่อนข้างต่ำเฉลี่ยที่ 25% และมีหุ้นกว่า 60% ถือครองมานานกว่า 5 ปี
- เลือกหุ้นแบบ Bottom-Up บริหารแบบ Multi-Manager ทำให้ครอบคลุมการลงทุนในหุ้นที่หลากหลาย มีการกระจายการลงทุนสูงมาก มีความต่อเนื่องของกลยุทธ์ และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพิงตัวผู้จัดการกองทุนรายเดียว ซึ่งเป็นความเสี่ยงทั่วไปของกองทุนส่วนใหญ่
- กองทุน KKP GNP RMF-UH ไม่ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน ซึ่งในระยะสั้นช่วยลดต้นทุน Hedging Cost ที่ปัจจุบันอยู่ในระดับสูง ส่วนในระยะยาวการเปิดความเสี่ยงค่าเงินมีส่วนช่วยลดความผันผวนลงได้ เพราะในอดีตที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างทิศทางของ USD กับราคาหุ้นโลกมักจะสวนทางกันในสภาวะที่ตลาดหุ้นเกิดการปรับตัวจาก Risk-off ในสินทรัพย์เสี่ยง
ศึกษารายละเอียด นโยบาย ข้อมูล และความเสี่ยงของกองทุนเพิ่มเติม คลิกเลย
2. หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี: K-GTECHRMF
สรุปรายละเอียดและจุดเด่นกองทุน
- ลงทุนในกองทุนหลัก CT (Lux) Global Technology เน้นลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก ซึ่งเติบโตตามเมกะเทรนด์
- กองทุนหลักใช้กลยุทธ์ GARP (Growth at a Reasonable Price) ที่เน้นคัดสรรหุ้นคุณภาพ แนวโน้มการเติบโตแข็งแกร่ง มีอัตรากำไรที่สูง แต่ยังซื้อขายในมูลค่าที่สมเหตุสมผล
- บริหารจัดการโดย ‘Paul Wick’ ซึ่งบริหารกองทุนเทคโนโลยีนี้มาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 1990 และเคยมีประสบการณ์บริหารพอร์ตผ่านพ้นช่วงวิกฤติ Dot-Com Crisis รวมถึงวิกฤตการเงินครั้งใหญ่อย่าง Hamburger Crisis 2008
- ทีมงานประกอบด้วยนักวิเคราะห์อาวุโส 12 คน และนักวิเคราะห์ผู้ช่วย 2 คน โดยมีประสบการณ์เฉลี่ยในอุตสาหกรรมยาวนานกว่า 28 ปี ครอบคลุมลงลึกถึง 12 กลุ่มย่อยในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีอย่างครบถ้วน
ศึกษารายละเอียด นโยบาย ข้อมูล และความเสี่ยงของกองทุนเพิ่มเติม คลิกเลย
3. หุ้นสหรัฐอเมริกา: KF-US-PLUSRMF
สรุปรายละเอียดและจุดเด่นกองทุน
- ลงทุนในกองทุนหลัก JPMorgan Funds – US Select Equity Plus Fund ซึ่งคัดเลือกหุ้นสหรัฐอเมริกา โดยมีตั้งเป้าหมายให้ผลการดำเนินงานใกล้เคียงหรือดีกว่าดัชนี S&P500 บนความผันผวนที่ใกล้เคียงกัน
- กลยุทธ์ที่สำคัญคือ Long-Short Extension โดยพอร์ตหลัก (Core Portfolio) จะลงทุน Long ในหุ้นที่ผู้จัดการกองทุนมีมุมมองเชิงบวก 100% และเพิ่มพอร์ตส่วนขยาย (Extension Portfolio) ด้วยการขาย Short ในหุ้นที่มองเป็นลบ 30% แล้วนำเงินที่ได้ไป Long เพิ่มในหุ้นที่มองเป็นบวกอีก 30% ทำให้มี Net Market Exposure สุทธิที่ 100%
- การคัดเลือกหุ้นจะเน้นวิเคราะห์เชิงลึกที่ปัจจัยพื้นฐาน (Bottom-up) มากกว่า 80% รวมถึงมีกลยุทธ์สร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่ม (Alpha) ที่สำคัญคือ Pair Trades ซึ่งเป็นการสร้างคู่ Long และ Short ภายในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน เพื่อคว้าโอกาสจากส่วนต่างของราคา
ศึกษารายละเอียด นโยบาย ข้อมูล และความเสี่ยงของกองทุนเพิ่มเติม คลิกเลย
4. หุ้นจีน All China: SCBRMMLCA
สรุปรายละเอียดและจุดเด่นกองทุน
- ลงทุนในหุ้นจีนที่จดทะเบียนซื้อขายหลายตลาดแบบ All China บริหารโดยทีมผู้จัดการกองทุนที่มีประสบการณ์สูงของบลจ. ไทยพาณิชย์ (SCBAM)
- คัดเลือกหุ้นด้วยการใช้ Machine Learning ด้วยข้อมูลหลากหลายมิติ จากนั้นทำ Portfolio Optimization เพื่อควบคุมความเสี่ยงให้อยู่ในระดับเหมาะสม
- มีการป้องกันความเสี่ยงค่าเงินแบบ Active ระหว่างสกุลเงินบาทและสกุลเงินที่ลงทุน (ดอลลาร์ฮ่องกงหรือหยวน) ซึ่งมีส่วนช่วยให้ผลตอบแทนเหนือกองทุนหุ้นจีนกองอื่นที่ป้องกันความเสี่ยงคู่ค่าเงิน USD/THB จากการลงทุนผ่านกองทุนหุ้นจีนหลักในสกุลดอลลาร์สหรัฐ
ศึกษารายละเอียด นโยบาย ข้อมูล และความเสี่ยงของกองทุนเพิ่มเติม คลิกเลย
5. หุ้นเอเชียตลาดเกิดใหม่: B-ASIARMF
สรุปรายละเอียดและจุดเด่นกองทุน
- ลงทุนในกองทุนหลัก Invesco Asian Equity Fund ซึ่งเน้นหุ้นของบริษัทที่จดทะเบียนในภูมิภาคเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์)
- บริหารแบบเชิงรุก (Active) ค้นหาหุ้นเอเชียขนาดใหญ่ สภาพคล่องสูง พร้อมด้วยกลยุทธ์กระจายพอร์ตการลงทุนแบบมืออาชีพ ที่บางจังหวะได้เพิ่มน้ำหนักในหุ้นเอเชียบางตลาดที่หลายคนมองข้าม (Contrarian)
- ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนทำได้ดีกว่าดัชนีชี้วัด (Benchmark) นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุน
ศึกษารายละเอียด นโยบาย ข้อมูล และความเสี่ยงของกองทุนเพิ่มเติม คลิกเลย
6. หุ้นอินเดีย: B-INDIAMRMF
สรุปรายละเอียดและจุดเด่นกองทุน
- ลงทุนในกองทุนหลัก Kotak Funds – India Midcap Fund ซึ่งเน้นไปที่หุ้นอินเดียขนาดกลางเป็นส่วนใหญ่ เพื่อรับอานิสงค์จากกลุ่ม Middle-Class ที่กำลังเติบโต
- กองทุนหลักมีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นกว่า 10 ปี โดย Kotak เป็นบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนในประเทศอินเดีย ซึ่งมีประสบการณ์ยาวนาน
- B-INDIAMRMF มีนโยบายการบริหาร FX Hedging Policy อย่าง Active ทำให้ผลการดำเนินงานส่งต่อมาได้อย่างเต็มที่ในระยะยาว
ศึกษารายละเอียด นโยบาย ข้อมูล และความเสี่ยงของกองทุนเพิ่มเติม คลิกเลย
7. หุ้นเวียดนาม: PRINCIPAL VNEQRMF
สรุปรายละเอียดและจุดเด่นกองทุน
- เป็นกองทุนแรกของประเทศไทยที่ทำการลงทุนในหลักทรัพย์ของเวียดนามโดยตรง ทั้งหุ้น และ ETF
- วิเคราะห์และจัดพอร์ตโดยผู้จัดการกองทุนชาวไทยและเวียดนาม ซึ่งเชี่ยวชาญในการเลือกหุ้น และหา Sector ที่มีโอกาสเติบโตระยะยาว ด้วยมูลค่าที่เหมาะสม
- ใช้กลยุทธ์ Core-Satellite Port เน้นสร้างผลตอบแทนระยะยาว และมีการสับเปลี่ยนหุ้นบางส่วนตามสภาวะตลาดเพื่อเพิ่มผลตอบแทนระยะสั้น
ศึกษารายละเอียด นโยบาย ข้อมูล และความเสี่ยงของกองทุนเพิ่มเติม คลิกเลย
8. หุ้นไทย: THDRMF-A
สรุปรายละเอียดและจุดเด่นกองทุน
- เน้นลงทุนหุ้นไทยในดัชนี SETHD ที่มีการจ่ายปันผลดีอย่างสม่ำเสมอ
- คัดเลือกหุ้นจากปัจจัยพื้นฐาน โดยเน้นที่มีการเติบโตของรายได้และกระแสเงินสดที่ดี พิจารณาประวัติการจ่ายเงินปันผลช่วง 3-5 ปี และคาดการณ์แนวโน้มปันผลในอนาคตว่าจะยังคงจ่ายในอัตราที่ดีอย่างสม่ำเสมอ ทำให้หน้าพอร์ตการลงทุนมีบริษัทที่จ่ายปันผลโดดเด่นประมาณ 20-25 บริษัท
- บริหารโดยผู้จัดการกองทุนสาย Value มากประสบการณ์ ซึ่งเป็นผู้จัดการกองทุนเดียวกันกับ TISCOHD ที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่นและเป็นผู้จัดตั้งกองทุนดังกล่าว
ศึกษารายละเอียด นโยบาย ข้อมูล และความเสี่ยงของกองทุนเพิ่มเติม คลิกเลย
9. หุ้นกลุ่มสุขภาพ: SCBRMGHC
สรุปรายละเอียดและจุดเด่นกองทุน
- ลงทุนในกองทุนหลัก Janus Henderson Global Life Sciences Fund ซึ่งเน้นหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมสุขภาพทั่วโลก
- บริหารโดยผู้จัดการกองทุนที่มีประวัติการศึกษาในสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ และมีประวัติการบริหารกองทุน Healthcare มานานกว่า 20 ปี
- มีหุ้น Healthcare หลากหลายธีม เช่น ผู้ผลิตยา ธุรกิจไบโอเทคโนโลยี ผู้ให้บริการด้านประกันสุขภาพ และมีการปรับเปลี่ยนสัดส่วนให้เหมาะสมอยู่เสมอ
ศึกษารายละเอียด นโยบาย ข้อมูล และความเสี่ยงของกองทุนเพิ่มเติม คลิกเลย
10. หุ้นกลุ่ม AI และ Big Data: TAIRMF-A
สรุปรายละเอียดและจุดเด่นกองทุน
- ลงทุนในกองทุนหลัก Xtrackers Artificial Intelligence & Big Data UCITS ETF โดยมีวัตถุประสงค์สร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนี Nasdaq Global Artificial Intelligence and Big Data
- สะท้อนผลการดำเนินงานของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจหลักเกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence), การประมวลผลข้อมูล (Data Processing) และความปลอดภัยของข้อมูล (Data Security) ในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วและตลาดเกิดใหม่
- จุดเด่นของกองทุนคือการเน้นให้คะแนนการคัดเลือกหุ้นจากการจดสิทธิบัตรด้าน AI (Patents) ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าบริษัทได้ประโยชน์ด้าน AI อย่างแท้จริง
ศึกษารายละเอียด นโยบาย ข้อมูล และความเสี่ยงของกองทุนเพิ่มเติม คลิกเลย
11. หุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก: K-GIFRMF
สรุปรายละเอียดและจุดเด่นกองทุน
- ลงทุนในกองทุนหลัก Wellington Enduring Infrastructure Assets Fund ที่เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก (Global Infrastructure)
- ครอบคลุมกลุ่มบริษัทที่เป็นเจ้าของสินทรัพย์ทางกายภาพที่มีอายุการใช้งานยาวนาน (Long-lived Physical Assets) มีรายได้และกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอ คาดการณ์ได้ง่าย แบ่งออกเป็น 4 แกนหลัก ได้แก่ สาธารณูปโภค, การขนส่ง, พลังงานขั้นกลาง และโครงสร้างพื้นฐานการสื่อสาร
- มีสไตล์การบริหารแบบไม่อิงดัชนีชี้วัด (Benchmark Agnostic) จึงเน้นน้ำหนักในบริษัทที่ทีมงานมีความมั่นใจสูง (High Conviction) ได้เต็มที่ คัดสรรหุ้นแบบเจาะจงเพียง 30-40 บริษัท ทำให้กองทุนสามารถสร้างความแตกต่างจากตอบแทนส่วนเพิ่มเหนือตลาด (Alpha)
ศึกษารายละเอียด นโยบาย ข้อมูล และความเสี่ยงของกองทุนเพิ่มเติม คลิกเลย
12. หุ้นกลุ่มพลังงานสะอาดทั่วโลก: MRENEWRMF
สรุปรายละเอียดและจุดเด่นกองทุน
- ลงทุนในกองทุนหลัก BGF Sustainable Energy Fund เน้นลงทุนในบริษัททั่วโลกที่มีส่วนร่วมหรือได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานยั่งยืน (Sustainable Energy Transition) ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่อุปทานผ่าน 3 เสาหลัก ได้แก่ การผลิตพลังงานสะอาด, การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการขนส่งพลังงานไฟฟ้า
- บริหารโดยบลจ. ระดับโลก BlackRock ซึ่งมีทีมบริหารที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในกลุ่มพลังงานยั่งยืนมายาวนาน พร้อมด้วยทรัพยากรการวิเคราะห์เชิงลึกระดับสากล และระบบการบริหารความเสี่ยงที่แข็งแกร่ง
- การลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงานสะอาดได้รับแรงหนุนจากความต้องการไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมหาศาลทั่วโลก เนื่องจากการเติบโตแรงของ AI & Data Centers
ศึกษารายละเอียด นโยบาย ข้อมูล และความเสี่ยงของกองทุนเพิ่มเติม คลิกเลย
13. จัดพอร์ตผสมทั่วโลก เน้น Income Focus: ES-GAINCOMERMF
สรุปรายละเอียดและจุดเด่นกองทุน
- ลงทุนในกองทุนหลัก Amundi Funds – Income Opportunities ซึ่งมีกลยุทธ์แบบ Global Multi-Asset Allocation เน้นลงทุนตราสารทุนไม่เกิน 60% (โดยทั่วไปจะต่ำกว่า 50%) และสามารถลงทุนในตราสารหนี้ได้ถึง 100% ในบางช่วงเวลา
- บริหารโดย ‘Marco Pirondini’ ที่มีประสบการณ์ลงทุนมากกว่า 25 ปี และทีมงาน Portfolio Management ที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมมากกว่า 15 ปี สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม
- จุดเด่นของกองทุน คือ มีสินทรัพย์ที่สามารถลงทุนได้หลากหลายทั่วโลก คัดเลือกให้เหมาะสมตามแต่ละช่วงเวลา และเน้นสร้างกระแสเงินสดจากการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ
- ช่วยลดผลกระทบจาก Downside ในช่วงที่เศรษฐกิจเติบโตต่ำ เงินเฟ้ออยู่ในระดับสูง จากการมีตราสารบางประเภทที่ให้ Yield สูงขึ้นในช่วงตลาดผันผวน อาทิ Structure Note เป็นต้น
ศึกษารายละเอียด นโยบาย ข้อมูล และความเสี่ยงของกองทุนเพิ่มเติม คลิกเลย
14. จัดพอร์ตผสมทั่วโลก เน้นบริหารแบบ Dynamic: TGSMARTRMF-A
สรุปรายละเอียดและจุดเด่นกองทุน
- ลงทุนในกองทุนหลัก Schroder ISF Global Target Return ที่ตั้งเป้าหมายสร้างผลตอบแทนสม่ำเสมอที่ USD Cash +5% ต่อปี บนระยะเวลาถือครองแบบถัวเฉลี่ย 3 ปี (Rolling 3-Year) เพื่อเน้นจำกัดความเสี่ยงขาลงและจัดการความผันผวน
- ไม่ได้จำกัดการลงทุนอยู่เพียงหุ้นและตราสารหนี้ดั้งเดิม แต่กระจายการลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภททั่วโลกมากกว่า 3,380 รายการ
- กองทุนหลักมีความคล่องตัวในการปรับสัดส่วนการลงทุน (Dynamic Asset Allocation) ให้เหมาะกับสภาวะตลาดในแต่ละช่วง แต่ยังจำกัด Drawdown ได้ดีในภาวะวิกฤต เนื่องจากมีเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงที่หลากหลาย
ศึกษารายละเอียด นโยบาย ข้อมูล และความเสี่ยงของกองทุนเพิ่มเติม คลิกเลย
15. ตราสารหนี้โลก: K-GDBONDRMF
สรุปรายละเอียดและจุดเด่นกองทุน
- ลงทุนในกองทุนหลัก PIMCO GIS Income Fund ที่ลงทุนในตราสารหนี้ทั่วโลก
- มีจุดเด่นที่การลงทุนแบบเชิงรุก (Active) ปรับสัดส่วนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อสร้างผลตอบแทนเป็นรายได้ที่สม่ำเสมอ ภายใต้ความผันผวนที่ต่ำ
- บริหารกองทุนโดย PIMCO Asset Management บริษัทจัดการกองทุนที่มีชื่อเสียงด้านกองทุนตราสารหนี้มาอย่างยาวนาน
ศึกษารายละเอียด นโยบาย ข้อมูล และความเสี่ยงของกองทุนเพิ่มเติม คลิกเลย
16. ตราสารหนี้ไทย: KKP INRMF
สรุปรายละเอียดและจุดเด่นกองทุน
- กองทุนตราสารหนี้ที่เน้นลงทุนทั้งในประเทศไทยเป็นหลัก ทั้งประเภทเงินฝาก ตราสารหนี้ภาครัฐ และตราสารหนี้ภาคเอกชน โดยพิจารณาตราสารหนี้ที่มีฐานะการเงินดี และสภาพคล่องสูง
- บริหารจัดการแบบ Dynamic ซึ่งจะปรับอายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ในกองทุนให้เหมาะสมกับสภาวะตลาด และคัดเลือกตราสารหนี้ภาคเอกชนด้วยความเสี่ยงที่เหมาะสม
- กองทุนมีผลการดำเนินงานที่โดดเด่น บริหารงานโดยผู้จัดการกองทุนมากประสบการณ์
ศึกษารายละเอียด นโยบาย ข้อมูล และความเสี่ยงของกองทุนเพิ่มเติม คลิกเลย
17. ทองคำ: BGOLDRMF
สรุปรายละเอียดและจุดเด่นกองทุน
- ลงทุนในกองทุนหลัก SPDR Gold Trust ซึ่งเป็นกองทุนที่มีการซื้อขายและถือทองคำมากที่สุดในโลก
- BGOLDRMF ไม่ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้ทิศทางของราคากองทุนสอดคล้องกับราคาทองแท่งในสกุลเงินบาท
ศึกษารายละเอียด นโยบาย ข้อมูล และความเสี่ยงของกองทุนเพิ่มเติม คลิกเลย
สรุปโพยกองทุนแนะนำ Thai ESG
1. หุ้นไทยยั่งยืน: TDSTHAIESG-A
สรุปรายละเอียดและจุดเด่นกองทุน
- ลงทุนในหุ้นไทยคุณภาพดี ที่มีแนวโน้มจ่ายปันผลสูงและผ่านเกณฑ์การคัดเลือกหุ้น ESG
- บริหารแบบเชิงรุก (Active Management) เพื่อเน้นสร้างผลตอบแทนเหนือดัชนีชี้วัด SETESG TRI และบริหารโดยผู้จัดการกองทุนมากประสบการณ์ซึ่งพิสูจน์ฝีมือผ่านการบริหารกองทุน TISCOHD ที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่น
- เน้นคัดเลือดหุ้นแบบ Bottom-Up โดยพิจารณาปัจจัยพื้นฐานของบริษัท เช่น การเติบโตของรายได้อย่างต่อเนื่อง, ผลประกอบการที่ดีและสม่ำเสมอ, มีกระแสเงินสดแข็งแกร่ง รวมถึงประวัติการจ่ายปันผลที่ดีและสม่ำเสมอในช่วง 3-5 ปี ที่ผ่านมา และพิจารณาการเติบโตของปันผลและแนวโน้มการจ่ายปันผลในอนาคต
ศึกษารายละเอียด นโยบาย ข้อมูล และความเสี่ยงของกองทุนเพิ่มเติม คลิกเลย
2. กองทุนผสม 70/30: KTAG70/30-THAIESG
สรุปรายละเอียดและจุดเด่นกองทุน
- ลงทุนในหุ้นที่ผ่านการคัดเลือก SET ESG Rating ในระดับ A ขึ้นไป สัดส่วน 70% และตราสารหนี้ประเภท Green Bond, Sustainability Bond และ Sustainability – Linked Bond สัดส่วน 30%
- เน้นกลยุทธ์การลงทุนที่มุ่งหวังให้ผลประกอบการสูงกว่าดัชนีชี้วัด (Active Management) ทั้งในส่วนตราสารหนี้และตราสารทุน
- ผ่านกระบวนการวิเคราะห์การลงทุนแบบ ESG Integration และวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานรายบริษัทแบบเชิงลึกจากฝ่ายวิจัยของ บลจ.
ศึกษารายละเอียด นโยบาย ข้อมูล และความเสี่ยงของกองทุนเพิ่มเติม คลิกเลย
3. ตราสารหนี้ไทยยั่งยืน: K-ESGBF-THAIESG
สรุปรายละเอียดและจุดเด่นกองทุน
- มีนโยบายเน้นลงทุนในตราสารหนี้ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน ซึ่งเป็น Green bond, Sustainability bond และ Sustainability – linked bond
- เน้นลงทุนในตราสารหนี้กลุ่มที่มีความน่าเชื่อถือระดับ Investment Grade ขึ้นไป โดยมีโอกาสรับผลตอบแทนจากส่วนต่างเครดิต (Credit Spread) จากการลงทุนในหุ้นกู้เอกชน
- พอร์ตการลงทุนมีดูเรชั่นเฉลี่ยปานกลางที่ 3-7 ปี ซึ่งมีความยืดหยุ่นในการปรับให้เหมาะสมกับสถานการณ์ตลาด และมีโอกาสได้รับผลกระทบเชิงลบน้อยกว่าพอร์ตที่ดูเรชั่นยาวกว่า
ศึกษารายละเอียด นโยบาย ข้อมูล และความเสี่ยงของกองทุนเพิ่มเติม คลิกเลย
เปิดบัญชีกองทุนรวมกับ Finnomena
เพื่อเริ่มต้นลงทุนลดหย่อนภาษี คลิกเลย
ขั้นตอนการคัดเลือกกองทุนแนะนำ
การคัดเลือกกองทุนลดหย่อนภาษีสำหรับปี 2026 ทั้ง RMF และ Thai ESG เราได้พิจารณาจากกองทุน F-Pick ในปัจจุบัน และทำการวิเคราะห์เชิงปริมาณ (Quantitative Screening) และวิเคราะห์เชิงคุณภาพ (Qualitative Screening) เพื่อให้ได้กองทุนลดหย่อนภาษีที่ดีที่สุดสำหรับการลงทุนในระยะยาวจากกองทุนที่มีอยู่ทั้งหมดในประเทศไทย โดยมีรายละเอียด ดังนี้
การวิเคราะห์เชิงปริมาณ (Quantitative Screening)
เราพิจารณาผลการดำเนินงานย้อนหลังระยะยาว (Long-Term Past Performance) ของกองทุนหลักในต่างประเทศเพื่อให้เห็นถึงผลการดำเนินงานในระยะยาวอย่างแท้จริง ทั้งในแง่ของผลตอบแทนและความเสี่ยงที่สอดคล้องกับระยะเวลาลงทุนในกลุ่มกองทุนลดหย่อนภาษี
แม้ว่าผลตอบแทนในอดีตจะไม่ได้การันตีผลตอบแทนในอนาคต แต่ผลการดำเนินงานย้อนหลังในระยะยาวได้พิสูจน์ความสามารถในการบริหารจัดการของผู้จัดการกองทุนผ่านวัฏจักรเศรษฐกิจต่าง ๆ ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ว่ากองทุนดังกล่าวเหมาะสมสำหรับการลงทุนในระยะยาวอย่างแท้จริง
การวิเคราะห์เชิงคุณภาพ (Qualitative Screening)
นอกเหนือจากผลการดำเนินงานในอดีตที่เป็นหลักฐานของความสำเร็จในอดีตของกองทุนแล้ว เราได้พิจารณาปัจจัยเชิงคุณภาพของกองทุนเพื่อที่จะได้มั่นใจว่าความสามารถในอดีตจะสามารถส่งต่อไปยังผลการดำเนินงานในอนาคตได้อย่างต่อเนื่อง
โดยพิจารณาในเรื่องของปรัชญาการลงทุน (Investment Philosophy) และกระบวนการการลงทุน (Investment Process) เพื่อดูว่าภาพรวมการบริหารของกองทุนจะสามารถสร้างผลการดำเนินงานได้ดีต่อเนื่องไปในระยะยาวได้หรือไม่
อีกทั้งได้เพิ่มการพิจารณาในส่วนของนโยบายการบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (FX Hedging Policy) เนื่องจากสถานการณ์ค่าเงินที่ผันผวนและต้นทุนในการป้องกันความเสี่ยงเรื่องค่าเงินในปัจจุบันเป็นข้อพิสูจน์แล้วว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ควรคำนึงก่อนการลงทุนในกองทุนรวม และส่งผลต่อผลการดำเนินงานของกองทุนเป็นอย่างมาก โดยจะเห็นว่าเราให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์เชิงคุณภาพในหลายมิติ เพื่อที่จะทำให้ผลการดำเนินงานของกองทุนสามารถสะท้อนออกมาสู่นักลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน ความเสี่ยงและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนในกองทุนรวม RMF และ Thai ESG กรณีไม่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขภาษี จะไม่ได้สิทธิประโยชน์ตามเงื่อนไขกองทุน | การลงทุนในกองทุนรวมไม่ใช่การฝากเงิน | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | บางกองทุนมีการลงทุนกระจุกตัวในประเทศที่ลงทุน จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FinnomenaPort” | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299
บริการและความโปร่งใสในการลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม Finnomena
1. ค่าตอบแทนการใช้บริการและคำแนะนำ (Trailer Fee): Trailer Fee คือค่าตอบแทนที่บริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) จัดสรรให้กับตัวแทนสนับสนุนการขายหน่วยลงทุน (Selling Agent) โดยแบ่งมาจากค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ที่กองทุนเรียกเก็บอยู่แล้ว ผู้ลงทุนจึงไม่มีภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มเติม
- วัตถุประสงค์: เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ทั้งการให้คำแนะนำการลงทุน การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม และบริการหลังการขายอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง
2. การบริหารจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest): เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและรักษาประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน เรามีการจัดการใน 2 ระดับ ดังนี้
- ระดับองค์กร (Firm Level): เรามีกลไกคัดเลือกและเสนอขายกองทุนรวมโดยยึดถือประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน (Best Interest) เป็นสำคัญ โดยใช้ปัจจัยด้านผลตอบแทนและความเสี่ยงเป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณา โดยเฉพาะในกรณีที่กองทุนรวมมีนโยบายการลงทุนที่คล้ายคลึงกันแต่มีอัตรา Trailer Fee ที่แตกต่างกัน เพื่อให้มั่นใจว่าการแนะนำกองทุนเป็นไปอย่างเป็นกลางและโปร่งใส
- ระดับผู้แนะนำการลงทุนอิสระ (Independent IC): ในกรณีที่ท่านรับบริการผ่าน IC อิสระ ผู้แนะนำฯ จะต้องแสดงตนและแจ้งสังกัดอย่างชัดเจน หาก IC มีหลายสังกัดที่อาจให้ผลตอบแทนต่างกัน IC มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลความขัดแย้งทางผลประโยชน์ดังกล่าวให้ท่านทราบ เพื่อให้ท่านมีข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจ
3. บริการและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ลงทุน: ลงทุนผ่าน Finnomena ได้มากกว่าแค่การซื้อขาย
- One-Stop Platform: รวมกองทุนชั้นนำจากหลากหลาย บลจ. จบในบัญชีเดียว
- Smart Tools: เครื่องมือวางแผนและจัดพอร์ต (Portfolio Construction) ตามเป้าหมายและความเสี่ยงที่เหมาะสม
- Market Insights: อัปเดตข่าวสาร บทวิเคราะห์ และแจ้งเตือนปรับพอร์ต (Rebalancing) ให้ทันสถานการณ์อยู่เสมอ
B-ASIARMFB-INDIAMRMFBGOLDRMFDIYES-GAINCOMERMFK-ESGBF-ThaiESGK-GDBONDRMFK-GIFRMFK-GTECHRMFKF-US-PLUSRMFKKP GNP RMF-UHKKP INRMFKTAG70/30-ThaiESGMRENEWRMFPRINCIPAL VNEQRMFProduct InfoRMFSCBRMGHCSCBRMMLCASSF-RMF-SelectionTAIRMF-ATAXTax Saving FundTDSThaiESG-ATESGTGSMARTRMF-AThai ESGthaiESGTHDRMF-Aกองทุนประหยัดภาษีกองทุนลดหย่อนภาษีภาษี





