
มุมมองการลงทุน
Portfolio
มุ่งหวังผลตอบแทนคาดหวังประมาณ 6% – 8% ในระยะกลาง-ยาว โดยตั้งอยู่บนหลักการบริหารความเสี่ยงที่รอบคอบ และ คงความผันผวนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม พร้อมรองรับความไม่แน่นอนของภาวะการลงทุน
Market
ตลาดหุ้นโลกเดือนก.พ. 2026 เผชิญแรงเทขายในกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ แม้ผลประกอบการไตรมาส 4/2025 จะออกมาดี แต่การเร่งตัวของงบลงทุน (CapEx) ด้าน AI ที่สูงเกินคาด ทำให้นักลงทุนกังวลต่ออัตรากำไรในอนาคตและเลือกขายทำกำไรออกมาเพื่อลดความเสี่ยง ในขณะที่ภาพรวมตลาดเกิดใหม่ (EM) เริ่มมีความน่าสนใจมากขึ้นจากปัจจัยบวกเฉพาะตัว ทั้งในด้านนโยบายเศรษฐกิจและข้อตกลงทางการค้าระหว่างประเทศ
Strategy
- เน้นการปรับสมดุลพอร์ตโดยลดน้ำหนักตราสารหนี้และตลาดหุ้นสหรัฐฯ เพื่อหมุนเวียนเม็ดเงินเข้าสะสมหุ้นไทยที่เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวและกลุ่มสาธารณูปโภค (Utilities) ที่มีความผันผวนต่ำ พร้อมกระจายการลงทุนสู่ธีมที่ระดับราคายังน่าสนใจ (Laggard) อย่างกลุ่มพลังงานสะอาดและกลุ่มเทคโนโลยีในจีน, ตลาดอินเดียที่บรรลุดีลการค้ากับสหรัฐฯ และกลุ่มนวัตกรรมยา (Biotech) เพื่อสร้างเสถียรภาพและเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนให้กับพอร์ตลงทุน
- ปรับลดหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ที่ราคาเริ่มตึงตัว เข้าสะสมเทคโนโลยีจีนที่ระดับราคา (Valuation) ที่มีความได้เปรียบกว่า
- คงมุมมองเชิงบวกต่อทองคำเพื่อเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง โดยรักษาเนื้อที่ในพอร์ตไว้ที่ระดับ 10%
Portfolio Action
- ปรับลด TISCOUS เข้าลงทุน TISCOBIG เพื่อเก็งกำไรรับการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของดัชนี SET ในช่วงรอยต่อของการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ โดยคาดว่าความชัดเจนในการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูด Fund Flow ให้ไหลกลับเข้าสู่หุ้นไทยขนาดใหญ่
- ปรับลด TUSTECH-A เข้าสะสม TCHTECH-A แทน เนื่องจาก Valuation ของหุ้นเทคโนโลยีจีนที่มีระดับราคาน่าสนใจกว่า และมีปัจจัยบวกเฉพาะตัวจากการสนับสนุนของรัฐบาลจีนที่มุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีภายในประเทศเป็นหลัก
- เข้าลงทุน TUSUTIL เพื่อลดความผันผวนจากการพักตัวของกลุ่มเทคโนโลยีสหรัฐฯ โดยกลุ่มสาธารณูปโภคเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีความต้องการใช้งานสม่ำเสมอในทุกสภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งมีรายได้เติบโตสม่ำเสมอและกระแสเงินสดมั่นคง รวมถึงการใช้พลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากความต้องการของอุตสาหกรรม AI
- ปิดสถานะ TUSBOND-A เพื่อกระจายการลงทุนในธีม Laggard โดยนำเม็ดเงินไปเข้าสะสมใน 3 กลุ่มที่มีโอกาสเติบโตเฉพาะตัว ได้แก่:1.) TCHCLEAN เพื่อรับโอกาสจากการขยายตัวจากโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาดตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 15 ที่เริ่มบังคับใช้ในเดือนม.ค.2026 โดยเน้นการติดตั้งแผงโซลาร์และกังหันลม รวมถึงการติดตั้งสถานีชาร์จ EV ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับงบประมาณสนับสนุนนชัดเจน2.) TISCOIN เพื่อรับประโยชน์โดยตรงจากข้อตกลงการค้าครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างอินเดียและสหรัฐฯ3.) TBIOTECH ซึ่งคาดว่าจะได้ประโยชน์จากการควบรวมกิจการจากบริษัทยาขนาดใหญ่ ภายหลังสิทธิบัตรยาจะทยอยหมดอายุ (patent cliff) อย่างมากในช่วงปี 2026-2028 และ การค้นพบยารักษาโรคชนิดใหม่ๆที่เพิ่มขึ้นจากการใช้งาน AI ช่วยลดเวลาและต้นทุนการค้นหายาใหม่ๆ
ที่มา: บลจ. ทิสโก้ วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2026
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลสำคัญของกองทุนโดยเฉพาะนโยบายกองทุน ความเสี่ยง และผลการดำเนินงานของกองทุน โดยสามารถขอข้อมูลจากผู้แนะนำก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด หรือ บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FINNOMENAPORT” | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299
