
สำหรับใครที่มีเงินก้อนไว้รอจังหวะลงทุน แต่ไม่อยากปล่อยให้เงินนอนนิ่งๆ หรือเก็บไว้ในบัญชีเงินฝากที่ให้ดอกเบี้ยต่ำ
“บัญชีเงินฝากดิจิทัล” ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะได้ดอกเบี้ยสูงกว่าบัญชีทั่วไป และเพื่อให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เราได้คัดและเปรียบเทียบ 5 บัญชีเงินฝากดิจิทัลดอกเบี้ยสูง รวมถึงมีเงื่อนไขไม่ซับซ้อน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักเงินระยะสั้นและต้องการความคล่องตัว ถ้าพร้อมแล้วไปดูกัน…
1. Alpha Savings จากธนาคารไทยเครดิต
- จ่ายดอกเบี้ย 1.70% ต่อปี สำหรับยอดเงินฝากไม่เกิน 500,000 บาท
- จ่ายดอกเบี้ย 0.40% ต่อปี สำหรับยอดเงินฝากเกิน 500,000 บาท
- จ่ายดอกเบี้ยปีละ 2 ครั้ง (มิ.ย. และ ธ.ค)
2. FIN SAVE by KKP จากธนาคารเกียรตินาคินภัทร
- จ่ายดอกเบี้ย 0.40% ต่อปี สำหรับยอดเงินฝากน้อยกว่า 500,000 บาท (A)
- จ่ายดอกเบี้ย 1.60% ต่อปี สำหรับยอดเงินฝากส่วนที่เกิน 500,000 แต่ไม่เกิน 2,000,000 บาท (ฺB)
- จ่ายดอกเบี้ย 0.40% ต่อปี สำหรับยอดเงินฝากเกิน 2,000,000 บาท (C)
- จ่ายดอกเบี้ยปีละ 2 ครั้ง (มิ.ย. และ ธ.ค)
อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย (A) = 0.40%, (B) = 0.40%-1.30%, (C) 0.40%-1.30%
โดยการคำนวณดอกเบี้ยจะเป็นแบบขั้นบันได (Step Up) โดยธนาคารจะคำนวณจากยอดเงินคงเหลือ ณ สิ้นวันโดยอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยขึ้นอยู่กับจำนวนเงินฝากของลูกค้า
3. EZ Savings จากธนาคารไทยพาณิชย์
- จ่ายดอกเบี้ย 1.45% ต่อปี สำหรับยอดเงินฝากไม่เกิน 1,000,000 บาท
- จ่ายดอกเบี้ย 0.40% ต่อปี สำหรับยอดเงินฝากส่วนที่เกิน 1,000,000 บาท
- จ่ายดอกเบี้ยทุกเดือน
4. TISCO e-Savings จากธนาคารทิสโก้
- จ่ายดอกเบี้ย 1.40% ต่อปี สำหรับยอดเงินฝาก 1,000,000 บาทแรก
- จ่ายดอกเบี้ย 0.50% ต่อปี สำหรับยอดเงินฝากส่วนที่เกิน 1,000,000 บาท
- จ่ายดอกเบี้ยทุกเดือน
5. มีแต่ได้ ออนไลน์ จากธนาคารกรุงศรี
- จ่ายดอกเบี้ย 1.35% ต่อปี สำหรับยอดเงินฝากไม่เกินหรือเท่ากับ 1,000,000 บาท
- จ่ายดอกเบี้ย 1.00% ต่อปี สำหรับยอดเงินฝากส่วนที่เกิน 1,000,000 แต่ไม่เกิน 2,000,000 บาท
- จ่ายดอกเบี้ย 0.65% ต่อปี สำหรับยอดเงินฝากส่วนที่เกิน 2,000,000 แต่ไม่เกิน 50,000,000 บาท
- จ่ายดอกเบี้ย 0.65% ต่อปี สำหรับยอดเงินฝากส่วนที่เกิน 25,000,000 แต่ไม่เกิน 50,000,000 บาท
- จ่ายดอกเบี้ย 0.25% ต่อปี สำหรับยอดเงินฝากเกิน 50,000,000 บาท
- จ่ายดอกเบี้ยทุกเดือน
หมายเหตุ: อัตราดอกเบี้ยเป็นไปตามประกาศและเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด ข้อมูลจากเว็บไซต์ของธนาคาร ณ วันที่ 11 มีนาคม 2569
รู้หรือไม่? FIN SAVE by KKP ไม่ใช่แค่ให้ดอกเบี้ยสูง แต่เป็นบัญชีที่ “พร้อมใช้” เมื่ออยากลงทุน โดยสามารถฝาก-โอนเงินเข้าบัญชีตัวเองได้ง่ายๆ สะดวกสบายผ่านแอปฯ Finnomena เพื่อใช้เป็นบัญชีตัดเงินลงทุน สำหรับซื้อขายหน่วยลงทุนกองทุนรวมได้ในที่เดียว ลดขั้นตอนการโอนเงินระหว่างบัญชี ทำให้คุณจัดการชีวิตการเงินให้ง่ายขึ้น โดยแยกบัญชีเงินลงทุนออกจากบัญชีใช้จ่ายประจำวันชัดเจน
เปิดบัญชี FIN SAVE by KKP ได้แล้ววันนี้ 👉 https://www.finnomena.com/partners/kkp/landing
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ FIN SAVE by KKP
- ทำความรู้จัก ‘FIN SAVE by KKP’ บัญชีเงินฝากที่ใช่ รับดอกเบี้ยสูงสุด 1.60% ต่อปี* สะดวก! ออมเงินได้แล้วบนแอปฯ Finnomena
- 9 Step เปิดบัญชีเงินฝาก ‘FIN SAVE by KKP’ บนแอปฯ Finnomena ง่าย ๆ ภายใน 10 นาที!
คำเตือน : อัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารเกียรตินาคินภัทรกำหนด | บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ FIN SAVE by KKP เป็นผลิตภัณฑ์ของธนาคารเกียรตินาคินภัทร | เงื่อนไขผลิตภัณฑ์ ให้บริการเฉพาะประเภทลูกค้า (1) บุคคลธรรมดา สัญชาติไทย อายุตั้งแต่ 20 ปี บริบูรณ์ขึ้นไป มีบัตรประชาชนแบบ Smart Card | ผู้ฝากสามารถขอเปิดบัญชีได้เฉพาะบัญชีที่มีชื่อบุคคลคนเดียวเป็นเจ้าของบัญชี และผู้ฝาก 1 ราย เปิดได้ 1 บัญชี โดยไม่จำกัดรายการฝาก | ผู้ฝากสามารถเปิดบัญชีได้ด้วยตนเองผ่านแอปฯ Finnomena ตั้งแต่เวลา 06.00-22.00 น. โดยทำการพิสูจน์และยืนยันตัวตนผ่านบริการ NDID | การคำนวณดอกเบี้ยของบัญชี FIN SAVE by KKP คิดแบบขั้นบันได (Step Up) ตามอัตราที่กำหนดในแต่ละวงเงิน ธนาคารจะคำนวณจากยอดเงินคงเหลือ ณ สิ้นวัน โดยอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยขึ้นอยู่กับจำนวนเงินฝากของลูกค้า | ธนาคารจะคำนวณและหักภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายจากดอกเบี้ยเงินฝากตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด | หากพบปัญหาเกี่ยวกับการเปิดบัญชีไม่สำเร็จหรือบริการทางบัญชีเพิ่มเติม โปรดติดต่อ KKP Contact Center โทร 02-165-5555 กด 5 ต่อจากนั้น กด 1 เวลา 07.00-20.00 น. ของทุกวัน | หากต้องการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งาน Finnomena Application โปรดติดต่อ 02-026-5100 เวลา 09.00 – 17:00 น. ทุกวันทำการ ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ | เงินคืน/สิทธิพิเศษที่ได้รับเป็นแคมเปญส่งเสริมการขาย ไม่ใช่ผลตอบแทนจากการลงทุนหรือดอกเบี้ยเงินฝาก | ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนในกองทุนรวม
