เจาะลึก 4 มหาอำนาจชิปเอเชีย จิ๊กซอว์ขับเคลื่อนโลก AI

ในยุคที่ AI กำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลก สิ่งที่เติบโตไปพร้อมกันไม่ใช่แค่ซอฟต์แวร์หรือโมเดล AI แต่คือ “เซมิคอนดักเตอร์” ซึ่งเป็นหัวใจของการประมวลผล AI ทุกอย่าง ตั้งแต่ Data Center ไปจนถึงอุปกรณ์อัจฉริยะในชีวิตประจำวัน

เมื่อความต้องการชิปประสิทธิภาพสูงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เอเชียจึงได้ก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์โลก ครองกำลังการผลิตมากกว่า 80% ของโลก และมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานที่ขับเคลื่อนเทคโนโลยีแห่งอนาคต จากเดิมที่เป็นเพียงฐานการผลิต วันนี้เอเชียได้กลายเป็นฟันเฟืองสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการเติบโตของ AI ทั่วโลก

แต่ละประเทศต่างมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานที่แตกต่างกัน แต่ล้วนเป็นฟันเฟืองสำคัญของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์โลก ไม่ว่าจะเป็น ไต้หวัน ผู้นำด้านการผลิตชิปขั้นสูง ญี่ปุ่น ผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุและอุปกรณ์ต้นน้ำ เกาหลีใต้ เจ้าตลาดชิปหน่วยความจำ HBM และ จีน ที่กำลังเร่งสร้างระบบนิเวศเซมิคอนดักเตอร์ของตนเอง

เจาะลึก 4 มหาอำนาจชิปเอเชีย จิ๊กซอว์ขับเคลื่อนโลก AI

Source: Semiconductor Industry Association, Statista

เกาหลีใต้ ศูนย์กลาง Memory Chip โลก

เจาะลึก 4 มหาอำนาจชิปเอเชีย จิ๊กซอว์ขับเคลื่อนโลก AI

Source : Counterpoint, JP Morgan

การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ AI Data Center ทั่วโลก กำลังผลักดันให้เกาหลีใต้ขึ้นแท่นเป็นขุมพลังหลักด้านเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก โดยมีชิปหน่วยความจำความเร็วสูงอย่าง HBM (High Bandwidth Memory) เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ

ยักษ์ใหญ่เกาหลีใต้อย่าง SK Hynix และ Samsung กวาดส่วนแบ่งตลาด Memory Chip โลกไปเกินครึ่ง โดยเฉพาะชิป HBM ที่ครองส่วนแบ่งสูงถึง 79% นำโดย SK Hynix 64% และ DRAM อีก 71% สะท้อนว่าหากปราศจากชิปจากเกาหลีใต้ โครงสร้างพื้นฐาน AI ทั่วโลกอาจไม่สามารถขับเคลื่อนต่อได้

นอกจากนี้ ตลาดกำลังเข้าสู่ภาวะอุปทานตึงตัวยาวนานจนถึงปี 2027 เนื่องจากความต้องการใช้งานเติบโตเร็วกว่ากำลังการผลิตอย่างมาก ส่งผลให้เกิดช่องว่างความต้องการที่สูงกว่าสินค้าที่มีจริง (Demand-Supply Gap) ตั้งแต่ -8% ในปี 2025 และอาจกว้างขึ้นถึง -12% ในปี 2027 ซึ่งภาวะสินค้าขาดตลาดนี้จะช่วยหนุนให้ราคาขายและอัตรากำไร (Margin) ของผู้ผลิตทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง

ไต้หวัน ฐานผลิตชิปที่โลกต้องพึ่งพา

เจาะลึก 4 มหาอำนาจชิปเอเชีย จิ๊กซอว์ขับเคลื่อนโลก AI

Source : Counterpoint

การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยี AI กำลังผลักดันให้ไต้หวันขึ้นแท่นเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรม เซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก ในฐานะฐานการผลิตชิปขั้นสูง (Advanced Chip) และโรงงานรับจ้างผลิต (Foundry) ที่มีบทบาทสำคัญต่อห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีทั่วโลก

ส่วนแบ่งการตลาดของ TSMC ผู้นำอันดับหนึ่งในกลุ่ม Pure Foundry ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมีส่วนแบ่งตลาดจาก 65% ในไตรมาส 2 ปี 2024 เพิ่มขึ้นมาแตะ 72% ในไตรมาส 3 ปี 2025 ทิ้งห่างผู้เล่นรายอื่นอย่างชัดเจน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำทั่วโลกที่ยังคงเลือกใช้เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงจาก TSMC เป็นหลัก

นอกจากความได้เปรียบทางเทคโนโลยีของ TSMC แล้ว อีกปัจจัยสำคัญที่เสริมความแข็งแกร่งให้กับไต้หวันคือ Supply Chain ที่ครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ได้แก่

  • การออกแบบชิป (Design) นำโดยบริษัทออกแบบชั้นนำ เช่น MediaTek, Novatek และ Realtek
  • การรับจ้างผลิต (Foundry) มีผู้ผลิตหลักอย่าง TSMC และ UMC
  • การบรรจุและทดสอบชิป (Packaging & Testing) มีผู้เชี่ยวชาญระดับโลกอย่าง ASE และ Powertech
  • วัสดุและแผงวงจรรองรับ (Substrate) ดำเนินการโดย Unimicron และ NANYA
  • การประกอบเซิร์ฟเวอร์ (Server Assembly) ปลายน้ำสำคัญสำหรับ AI Data Center นำโดย Quanta Computer และ Wistron

จีน เดินหน้าสู่ยุคพึ่งพาตัวเองด้านเซมิคอนดักเตอร์

เจาะลึก 4 มหาอำนาจชิปเอเชีย จิ๊กซอว์ขับเคลื่อนโลก AI

Source : Global X, ARK Investment

ท่ามกลางข้อจำกัดด้านภูมิรัฐศาสตร์ จีนกำลังเร่งยกระดับการพึ่งพาตนเอง (Self-sufficiency) ด้านเซมิคอนดักเตอร์อย่างจริงจัง เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากฝั่งตะวันตก และสร้างความมั่นคงทางเทคโนโลยีในระยะยาว

ภาครัฐจีนเดินหน้าอัดฉีดเงินทุนมหาศาลด้วยงบประมาณสูงถึง 3.44 แสนล้านหยวน ผ่าน National Integrated Circuit Industry Investment Fund (Big Fund) ที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องถึง 3 เฟส เพื่อแก้ปัญหาคอขวดด้าน Equipment & Critical Components พร้อมผลักดันนโยบาย Localization บังคับให้ Data Center ภาครัฐใช้ชิปในประเทศ เพื่อดันอัตราการผลิตใช้เอง (Domestic Production Rate) จาก 20% ในปี 2025 ขึ้นไปแตะ 50% ภายในปี 2030

ในฝั่งภาคเอกชน ยักษ์ใหญ่อย่าง Huawei ได้กลายเป็นหัวหอกหลัก ด้วยการเร่งผลิตชิป AI ตระกูล Ascend 950 ซึ่งถูกพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงถึง 80% เมื่อเทียบกับชิป Nvidia H100 แต่มีราคาถูกกว่าถึง 70% โดยมีห่วงโซ่อุปทานในประเทศอย่าง SMIC, CXMT และ NAURA คอยหนุนหลังครบวงจร

ญี่ปุ่น ต้นน้ำที่อุตสาหกรรมชิปโลกขาดไม่ได้

เจาะลึก 4 มหาอำนาจชิปเอเชีย จิ๊กซอว์ขับเคลื่อนโลก AI

Source : Slilicon Analysts, Strategic Semiconductors

แม้ญี่ปุ่นอาจไม่ได้เป็นผู้ผลิตชิปที่มีส่วนแบ่งตลาดสูงที่สุดในโลก แต่ครองบทบาทสำคัญในฐานะต้นน้ำ ของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ โดยเป็นผู้ผลิตวัสดุและชิ้นส่วนสำคัญที่จำเป็นต่อการผลิตชิปขั้นสูง ไม่ว่าจะเป็น ABF Substrate Film, EUV Mask Blanks, Photoresists, Lithography Track รวมถึงแผ่นซิลิคอนเวเฟอร์ ซึ่งในหลายรายการญี่ปุ่นครองส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 90% และบางรายการแทบไม่มีผู้ผลิตรายอื่นที่สามารถทดแทนได้

ทำให้ญี่ปุ่นกลายเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์โลก และยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นในช่วงที่หลายประเทศต้องการกระจายฐานการผลิตและลดการพึ่งพา Supply Chain จากประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงแห่งเดียว (Friendshoring)

ในขณะเดียวกัน รัฐบาลญี่ปุ่นก็เดินหน้าผลักดันอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์อย่างจริงจัง ผ่านการลงทุนครั้งใหญ่ในเทคโนโลยีชิปและ AI รวมถึงการสนับสนุนบริษัทอย่าง Rapidus เพื่อพัฒนาการผลิตชิปขั้นสูงภายในประเทศ ส่งผลให้ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ระดับโลกอย่าง TSMC, Micron, PSMC และบริษัทอื่น ๆ เริ่มเข้ามาลงทุนและขยายฐานการผลิตในญี่ปุ่นมากขึ้น

เจาะลึก 4 มหาอำนาจชิปเอเชีย จิ๊กซอว์ขับเคลื่อนโลก AI

.

โตไปกับอุตสาหกรรม AI ผ่านกลุ่มผู้ผลิตต้นน้ำในเอเชีย
ขุมพลังสมองกลขับเคลื่อนนวัตกรรมโลกกับ กองทุน A-ASEMI

กองทุนเปิด เอแทรคเกอร์ส เอเชีย เซมิคอนดักเตอร์ หรือ A-ASEMI ความเสี่ยงระดับ 7 มุ่งสร้างโอกาสเติบโตจากอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของโลกยุค AI

จุดเด่นของกองทุน A-ASEMI

  • ลงทุนแบบ Passive Thematic ผ่าน Global X Asia Semiconductor ETF ที่คัดเลือกหุ้นแบบ Pure Play ในอุตสาหกรรมชิป เน้นลงทุนในบริษัทที่มีรายได้จากเซมิคอนดักเตอร์มากกว่า 50%
  • เข้าถึงบริษัทที่เป็นหัวใจของ Semiconductor Supply Chain ครอบคลุมตั้งแต่ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำ การผลิตชิปขั้นสูง วัสดุ อุปกรณ์ และโซลูชันที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมชิป
  • กระจายโอกาสลงทุนผ่าน 4 มหาอำนาจชิปแห่งเอเชีย ได้แก่ เกาหลีใต้ ไต้หวัน ญี่ปุ่น และจีน ซึ่งมีบทบาทแตกต่างกันตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
  • เหมาะกับการใช้เป็น Satellite Portfolio สำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนจากเมกะเทรนด์ด้านเทคโนโลยีและเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต และสามารถรับความผันผวนจากการลงทุนเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมได้สูง

 

อ่านเพิ่มเติม รีวิวกองทุน A-ASEMI ผนึก 4 มหาอำนาจชิปแห่งเอเชีย

สนใจกองทุน A-ASEMI ผนึก 4 มหาอำนาจชิปแห่งเอเชีย

สามารถลงทุนได้แล้วบน Finnomena

คลิกที่นี่เพื่อซื้อกองทุน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้กับผู้แนะนำการลงทุนของคุณ หรือติดต่อบริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด โทร 02 026 5100 และทาง LINE @FinnomenaPort ในช่วงเวลาวันทำการ 09:00-17:00 น.


อ้างอิงข้อมูลจาก: เอกสารแนะนำกองทุน Asset Plus Fund Management

ข้อมูลในบทความนี้จัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ ณ วันที่จัดทำ อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่รับรองความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูลดังกล่าว และข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บริการและความโปร่งใสในการลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม Finnomena

  1. ค่าตอบแทนการใช้บริการและคำแนะนำ (Trailer Fee) : Trailer Fee คือค่าตอบแทนที่บริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) จัดสรรให้กับตัวแทนสนับสนุนการขายหน่วยลงทุน (Selling Agent) โดยแบ่งมาจากค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ที่กองทุนเรียกเก็บอยู่แล้ว ผู้ลงทุนจึงไม่มีภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มเติม
    1. วัตถุประสงค์: เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ทั้งการให้คำแนะนำการลงทุน การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม และบริการหลังการขายอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง
  2. การบริหารจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) : เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและรักษาประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน เรามีการจัดการใน 2 ระดับ ดังนี้:
    1. ระดับองค์กร (Firm Level): เรามีกลไกคัดเลือกและเสนอขายกองทุนรวมโดยยึดถือ ประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน (Best Interest) เป็นสำคัญ โดยใช้ปัจจัยด้าน ผลตอบแทนและความเสี่ยง เป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณา โดยเฉพาะในกรณีที่กองทุนรวมมีนโยบายการลงทุนที่คล้ายคลึงกันแต่มีอัตรา Trailer Fee ที่แตกต่างกัน เพื่อให้มั่นใจว่าการแนะนำกองทุนเป็นไปอย่างเป็นกลางและโปร่งใส
    2. ระดับผู้แนะนำการลงทุนอิสระ (Independent IC): ในกรณีที่ท่านรับบริการผ่าน IC อิสระ ผู้แนะนำฯ จะต้องแสดงตนและแจ้งสังกัดอย่างชัดเจน หาก IC มีหลายสังกัดที่อาจให้ผลตอบแทนต่างกัน IC มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลความขัดแย้งทางผลประโยชน์ดังกล่าวให้ท่านทราบ เพื่อให้ท่านมีข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจ
  3. บริการและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ลงทุน : ลงทุนผ่าน Finnomena ได้มากกว่าแค่การซื้อขาย:
    1. One-Stop Platform: รวมกองทุนชั้นนำจากหลากหลาย บลจ. จบในบัญชีเดียว
    2. Smart Tools: เครื่องมือวางแผนและจัดพอร์ต (Portfolio Construction) ตามเป้าหมายและความเสี่ยงที่เหมาะสม
    3. Market Insights: อัปเดตข่าวสาร บทวิเคราะห์ และแจ้งเตือนปรับพอร์ต (Rebalancing) ให้ทันสถานการณ์อยู่เสมอ

คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

BT