รีวิวกองทุน KF-LATAM

Highlights


รีวิวกองทุน KF-LATAM ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์การลงทุนแบบ Active Bottom-Up เปิดประตูสู่โอกาสในดินแดนลาตินอเมริกา มหาอำนาจด้านทรัพยากรและฐานการผลิตใหม่ของโลก

รีวิวกองทุน KF-LATAM

ในขณะที่นักลงทุนส่วนใหญ่โฟกัสอยู่กับกระแส AI ในสหรัฐฯ และเทคโนโลยีในเอเชีย ยังมีอีกภูมิภาคหนึ่งที่เงียบแต่ทรงพลัง และกำลังถูกมองว่าเป็น “หลุมหลบภัยทางเลือก” (Alternative Safe Haven) นั่นคือ ลาตินอเมริกา ดินแดนที่อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ มีโครงสร้างประชากรวัยทำงานที่แข็งแกร่ง และเป็นฐานการผลิตใหม่ที่สำคัญของโลก

การขยับน้ำหนักจากตลาดกระแสหลักเข้าสู่ลาตินอเมริกา ไม่เพียงแต่ช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดเดียว แต่ยังเป็นการดึงศักยภาพจาก “ฟันเฟืองต้นน้ำ” ของเศรษฐกิจโลกเข้าสู่พอร์ตการลงทุน ผ่านกองทุน KF-LATAM

สรุปข้อมูลกองทุน KF-LATAM

สรุปข้อมูลกองทุน KF-LATAM

Source: Krungsri Asset Management, Templeton Asset Management as of 31 January 2026

KF-LATAM (กองทุนเปิดกรุงศรีลาตินอเมริกาอิควิตี้) จะเน้นสร้างการเติบโตของเงินทุนในระยะยาว ผ่านการลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดีและราคาถูก (Undervalued) ในภูมิภาคลาตินอเมริกา โดยลงทุนผ่านกองทุนหลักคือ Templeton Latin America Fund บริหารจัดการโดย Franklin Templeton ผู้จัดการสินทรัพย์ระดับโลกที่มีทีมวิเคราะห์อยู่ในบราซิล เม็กซิโก และทั่วภูมิภาคมาอย่างยาวนานกว่า 30 ปี (อ้างอิง: Franklin Templeton as of 20 April 2026)

รายละเอียดต่าง ๆ ของกองทุน

  • กองทุนนี้มีความเสี่ยงระดับ 6 – เสี่ยงสูง
  • นโยบายปันผล: ไม่จ่าย
  • มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
  • ลงทุนขั้นต่ำครั้งแรกและครั้งถัดไป 500 บาท
  • ค่าธรรมเนียมขาย (Front-end Fee) 1.50% 
  • ค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน (Back-end Fee) ไม่มี
  • ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) 1.3375% ต่อปี
  • รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด 1.7183% ต่อปี
  • ข้อมูลจากหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ ณ วันที่ 31/03/2026

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Finnomena Funds

กองทุน KF-LATAM ลงทุนอะไรบ้าง

กองทุน KF-LATAM ลงทุนอะไรบ้าง

Source: Krungsri Asset Management, Templeton Asset Management as of 31 January 2026

กองทุน KF-LATAM เน้นสร้างการเติบโตด้วยการเฟ้นหาบริษัทชั้นนำในภูมิภาคลาตินอเมริกาที่มีระดับราคาหุ้นยังต่ำกว่ามูลค่าที่ควรจะเป็น (Undervalued) โดยใช้กลยุทธ์การบริหารเชิงรุก (Active Management) เพื่อคัดเลือกหุ้นรายตัว (Bottom-up) ที่มีความโดดเด่นทั้งในแง่ของกระแสเงินสดและศักยภาพการเติบโตระยะยาว

ขอบเขตการลงทุนของกองทุนครอบคลุมบริษัทที่ได้รับอานิสงส์จากโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่เป็นจุดแข็งของภูมิภาค ตั้งแต่อุตสาหกรรม “ต้นน้ำ” อย่างกลุ่มพลังงานและเหมืองแร่ที่เป็นทรัพยากรสำคัญของโลก ไปจนถึงกลุ่ม “ปลายน้ำ” ที่มีแนวโน้มเติบโตตามการขยายตัวของกำลังซื้อในท้องถิ่น เช่น กลุ่มสถาบันการเงินที่แข็งแกร่ง และอุตสาหกรรมค้าปลีก

ตัวอย่างหุ้นในพอร์ต KF-LATAM

  1. PETROBRAS (บราซิล) ยักษ์ใหญ่พลังงานครบวงจร ผู้เชี่ยวชาญการขุดเจาะน้ำมันน้ำลึกระดับโลก
  2. VALE SA (บราซิล) มหาอำนาจเหมืองแร่ ผู้ผลิตแร่เหล็กและนิกเกิลรายใหญ่ที่เป็นวัตถุดิบหลักของอุตสาหกรรมโลก
  3. ITAU UNIBANCO (บราซิล) สถาบันการเงินเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค ผู้นำด้าน Digital Banking ที่ฐานะการเงินแกร่ง
  4. BANORTE (เม็กซิโก) กลุ่มการเงินยักษ์ใหญ่ที่โตไปกับเศรษฐกิจเม็กซิโก จากกระแสเงินลงทุนไหลเข้า (FDI)
  5. GRUPO MEXICO (เม็กซิโก) ผู้ผลิตทองแดงรายใหญ่อันดับต้น ๆ ของโลก เจ้าของโครงสร้างพื้นฐานระบบรางที่สำคัญ

ทำไมลาตินอเมริกาถึงน่าสนใจ

ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ตึงเครียด ภูมิภาคลาตินอเมริกาโดยเฉพาะประเทศหลักอย่างบราซิล เม็กซิโก และชิลี กำลังกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่น่าสนใจในเชิง “หลุมหลบภัยทางเลือก” ซึ่ง Sentiment ในภาพรวมค่อนข้างเป็นบวกเมื่อเทียบกับกลุ่มตลาดเกิดใหม่อื่น ๆ ด้วยเหตุผลสำคัญ ดังนี้

  1. สินทรัพย์รับประโยชน์จากความขัดแย้ง

ในยามที่ตะวันออกกลางและช่องแคบฮอร์มุซเผชิญความไม่แน่นอน ลาตินอเมริกากลายเป็นแหล่งพึ่งพาพลังงานและอาหารที่ปลอดภัย เนื่องจากอยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางความขัดแย้ง (Low Territorial Risk) นอกจากนี้ Commodity Supercycle ยังช่วยหนุนรายได้จากการส่งออกน้ำมัน ทองแดง และธัญพืชให้สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

  1. การย้ายฐานการผลิต และกลยุทธ์ China+1

การเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ของโลกทั้งในด้านน้ำมัน (บราซิล, เม็กซิโก, โคลอมเบีย) ทองแดง (ชิลี, เปรู) และสินค้าเกษตร (ถั่วเหลืองและข้าวโพดจากบราซิล) เมื่อสงครามดันราคาพลังงานและอาหารให้สูงขึ้น ประเทศเหล่านี้จะมีรายได้จากการส่งออกเพิ่มขึ้นมหาศาล โดยเฉพาะเม็กซิโกที่ได้รับอานิสงส์โดยตรง เมื่อสหรัฐฯ ต้องการลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาสินค้าที่ต้องผ่านเส้นทางเดินเรือ

  1. มูลค่าถูกจนน่าดึงดูด (Deep Discount Valuation)

ในขณะที่ดัชนี S&P 500 ซื้อขายที่ P/E สูงกว่า 22 เท่า ตลาดหุ้นลาตินอเมริกากลับมี P/E เฉลี่ยประมาณ 13-14 เท่า ถือเป็นระดับราคาที่ Deep Discount หรือมีส่วนลดที่ลึกมาก เมื่อเทียบกับศักยภาพการเติบโตและอัตราเงินปันผล (Dividend Yield) ระดับสูง

P/E Ratio ของตลาดลาตินอเมริกา

P/E Ratio ของตลาดลาตินอเมริกา | Source: MacroMicro as of 20 April 2026อัตราปันผลของภูมิภาคลาตินอเมริกา

อัตราปันผลของภูมิภาคลาตินอเมริกา | Source: เอกสารแนะนำกองทุน KF-LATAM as of January 2026

*คำเตือน: ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

กองทุนนี้เหมาะกับใคร

  1. นักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงออกจากตลาดหลัก (Core Port Diversification)

เหมาะสำหรับผู้ที่มีสัดส่วนการลงทุนกระจุกตัวอยู่ในหุ้นสหรัฐฯ (โดยเฉพาะกลุ่ม Tech) หรือหุ้นจีน และกำลังมองหาสินทรัพย์ทางเลือกที่มีรอบวัฏจักรเศรษฐกิจ (Economic Cycle) ต่างออกไป เพื่อช่วยลดความผันผวนรวมของพอร์ตในช่วงที่ตลาดหลักเผชิญมรสุม

  1. ผู้ที่ต้องการลงทุนในกลุ่มต้นน้ำของโลก (Commodity & Energy Play)

หากคุณเชื่อในธีม Commodity Supercycle และต้องการรับประโยชน์จากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน แร่ทองแดง และสินค้าเกษตร ภูมิภาคลาตินอเมริกาคือคำตอบที่ตรงจุด เพราะเป็นแหล่งทรัพยากรหลักที่หล่อเลี้ยงอุตสาหกรรม EV และพลังงานสะอาดทั่วโลก

  1. นักลงทุนสาย Value ที่มองหาหุ้น Deep Discount

เหมาะกับคนที่ชอบของดีราคาถูก เพื่อรอโอกาสที่มูลค่าหุ้นจะกลับไปสะท้อนปัจจัยพื้นฐานที่แท้จริงในอนาคต

  1. ผู้ที่รับความเสี่ยงได้สูงและมองภาพระยะยาว

เนื่องจากลาตินอเมริกามีความผันผวนทั้งในด้านการเมืองท้องถิ่นและค่าเงิน กองทุนนี้จึงเหมาะกับนักลงทุนที่ใจนิ่งพอที่จะผ่านความผันผวนระยะสั้น เพื่อรอรับโอกาสจากกระแสย้ายฐานการผลิต และการเติบโตเชิงโครงสร้างของภูมิภาค

สนใจกองทุน KF-LATAM เปิดประตูสู่ลาตินอเมริกา มหาอำนาจทรัพยากรโลก
สามารถลงทุนได้แล้วบน Finnomena
คลิกที่นี่เพื่อซื้อกองทุน 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้กับผู้แนะนำการลงทุนของคุณ หรือติดต่อบริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด โทร 02 026 5100 และทาง LINE @FinnomenaPort ในช่วงเวลาวันทำการ 09:00-17:00 น.


อ้างอิงข้อมูลจาก: เอกสารแนะนำกองทุน Krungsri Asset Management

คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | กองทุนไม่มีการป้องกันหรือบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (unhedged) ดังนั้น กองทุนจึงมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ | กองทุนรวมนี้ลงทุนในต่างประเทศ จึงมีความเสี่ยงที่ทางการของต่างประเทศอาจออกมาตรการในภาวะที่เกิดวิกฤตการณ์ที่ไม่ปกติ ทำให้กองทุนไม่สามารถนำเงินกลับเข้ามาในประเทศ ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ลงทุนไม่ได้รับเงินคืนตามระยะเวลาที่กำหนด | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

บริการและความโปร่งใสในการลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม Finnomena

1. ค่าตอบแทนการใช้บริการและคำแนะนำ (Trailer Fee): Trailer Fee คือค่าตอบแทนที่บริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) จัดสรรให้กับตัวแทนสนับสนุนการขายหน่วยลงทุน (Selling Agent) โดยแบ่งมาจากค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ที่กองทุนเรียกเก็บอยู่แล้ว ผู้ลงทุนจึงไม่มีภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มเติม

  • วัตถุประสงค์: เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ทั้งการให้คำแนะนำการลงทุน การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม และบริการหลังการขายอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง

2. การบริหารจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest): เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและรักษาประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน เรามีการจัดการใน 2 ระดับ ดังนี้

  • ระดับองค์กร (Firm Level): เรามีกลไกคัดเลือกและเสนอขายกองทุนรวมโดยยึดถือประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน (Best Interest) เป็นสำคัญ โดยใช้ปัจจัยด้านผลตอบแทนและความเสี่ยงเป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณา โดยเฉพาะในกรณีที่กองทุนรวมมีนโยบายการลงทุนที่คล้ายคลึงกันแต่มีอัตรา Trailer Fee ที่แตกต่างกัน เพื่อให้มั่นใจว่าการแนะนำกองทุนเป็นไปอย่างเป็นกลางและโปร่งใส
  • ระดับผู้แนะนำการลงทุนอิสระ (Independent IC): ในกรณีที่ท่านรับบริการผ่าน IC อิสระ ผู้แนะนำฯ จะต้องแสดงตนและแจ้งสังกัดอย่างชัดเจน หาก IC มีหลายสังกัดที่อาจให้ผลตอบแทนต่างกัน IC มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลความขัดแย้งทางผลประโยชน์ดังกล่าวให้ท่านทราบ เพื่อให้ท่านมีข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจ

3. บริการและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ลงทุน: ลงทุนผ่าน Finnomena ได้มากกว่าแค่การซื้อขาย

  • One-Stop Platform: รวมกองทุนชั้นนำจากหลากหลาย บลจ. จบในบัญชีเดียว
  • Smart Tools: เครื่องมือวางแผนและจัดพอร์ต (Portfolio Construction) ตามเป้าหมายและความเสี่ยงที่เหมาะสม
  • Market Insights: อัปเดตข่าวสาร บทวิเคราะห์ และแจ้งเตือนปรับพอร์ต (Rebalancing) ให้ทันสถานการณ์อยู่เสมอ
TOP11NVM