ปี 2026 กระแสลงทุนทั่วโลกกำลังเปลี่ยนทิศ สถาบันการเงินเริ่มลดน้ำหนักสินทรัพย์สหรัฐฯ ที่ราคาสูงเกินพื้นฐาน เพื่อกระจายทุนสู่ตลาดเกิดใหม่ ญี่ปุ่น และยุโรป

ตลาดเกิดใหม่ จุดเปลี่ยนสำคัญในรอบ 15 ปี 

หลังจากต้องเผชิญกับผลตอบแทนที่ต่ำกว่าตลาดพัฒนาแล้ว (Underperform) มายาวนานกว่า 15 ปี นับตั้งแต่วิกฤตซับไพรม์ปี 2008-2009 ตลาดเกิดใหม่กลับมาน่าสนใจด้วยราคาที่สมเหตุสมผล โดย MSCI Emerging Markets ซื้อขายที่ Forward P/E เพียง 12.16 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี และถูกกว่าตลาดพัฒนาแล้วเกือบ 40%

นอกจากนี้ กำไรต่อหุ้นปี 2026 ยังโตถึง 29-49.8% สูงกว่าสหรัฐฯ ซึ่งอยู่ที่ 14% โดยมีหุ้นชิป AI อย่าง TSMC และ Samsung เป็นแกนหลัก รวมถึงแนวโน้มดอลลาร์ที่อ่อนค่า ซึ่งจะดึงดูดเม็ดเงินลงทุนให้ไหลเข้าสู่ภูมิภาคนี้มากขึ้น

(Source: MSCI as of 29 May 2026)

ญี่ปุ่นและยุโรป ทางเลือกที่ถูกกว่า 

ขณะที่ตลาดสหรัฐฯ เทรดที่ P/E สูงถึง 22 เท่า ญี่ปุ่นและยุโรปยังมีส่วนลดที่น่าสนใจและฐานรายได้ที่มั่นคงกว่า

ญี่ปุ่น ปรับตัวขึ้นจากการหลุดพ้นเงินฝืดและการปฏิรูป ROE ของตลาดหลักทรัพย์โตเกียว แม้ดัชนีขึ้นมามากแต่ P/E ยังอยู่ที่ 17-18 เท่า ถือว่าสมเหตุสมผลและมีความทนทานต่อแรงกดดันจากตลาดโลกมากขึ้น

ด้านยุโรป ซื้อขายที่ Forward P/E 14.77 เท่า คิดเป็นส่วนลด 35% จากสหรัฐฯ โดยมุ่งเน้นนโยบาย “อธิปไตยทางเศรษฐกิจ” เพื่อลดการพึ่งพาจากภายนอก ส่งผลให้กลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภคแข็งแกร่ง และกลายเป็นแหล่งหลบภัยชั้นดีในช่วงที่ตลาดผันผวน

(Source: MSCI as of 29 May 2026)

4 กองทุนหุ้นทั่วโลก ไม่รวมสหรัฐอเมริกา

เทียบกองทุนหุ้นทั่วโลก ไม่รวมสหรัฐอเมริกา

K-SEMQ กองทุนหุ้นตลาดเกิดใหม่ทั่วโลก

K-SEMQ หรือ กองทุนเปิดเค ซีเล็คทีฟ อีเมอร์จิ้ง มาร์เก็ตส์ หุ้นทุน เน้นคัดหุ้นตลาดเกิดใหม่รายตัวแบบเชิงรุก โดยมองหาบริษัทที่ได้ประโยชน์จากการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจโลก เหมาะสำหรับผู้ที่เชื่อมั่นในการคัดเลือกหุ้นรายตัวมากกว่าการอิงดัชนี

รายละเอียดสำคัญอื่น ๆ

  • ความเสี่ยงระดับ 6 (กองทุนรวมตราสารทุน)
  • นโยบายการจ่ายปันผล: ไม่จ่าย
  • ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนรวม
  • ลงทุนขั้นต่ำครั้งแรกและครั้งถัดไป 500 บาท
  • ค่าธรรมเนียมขาย (Front-end Fee) 1.5%
  • ค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน (Back-end Fee) ยกเว้น
  • ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) 1.6050% ต่อปี
  • รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด 1.7347% ต่อปี
  • ข้อมูลจากหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ ณ วันที่ 30/04/2025

ศึกษารายละเอียดของกองทุนเพิ่มเติมได้ที่ Finnomena Funds

TEMXCH กองทุนหุ้นตลาดเกิดใหม่ (ยกเว้นจีน)

TEMXCH หรือ กองทุนเปิด ทิสโก้ อีเมอร์จิ้ง มาร์เก็ต เอ็กซ์ ไชน่า เน้นตัดความเสี่ยงจากตลาดจีนออกไป แล้วไปเน้นลงทุนในเกาหลีใต้ ไต้หวัน อินเดีย และบราซิลต้ ซึ่งเป็นฐานการผลิตชิปและฮาร์ดแวร์หลักของโลก เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเติบโตไปกับ AI แต่ไม่ต้องการความเสี่ยงจากนโยบายจีน

รายละเอียดสำคัญอื่น ๆ 

  • ความเสี่ยงระดับ 6 – กองทุนรวมตราสารทุน
  • นโยบายการจ่ายปันผล: ไม่จ่าย
  • ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนรวม
  • ลงทุนขั้นต่ำครั้งแรกและครั้งถัดไป: ไม่กำหนด
  • ค่าธรรมเนียมขาย (Front-end Fee) 1.25%
  • ค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน (Back-end Fee) ยกเว้น
  • ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) 1.0700% ต่อปี
  • รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด 1.3170% ต่อปี
  • ข้อมูลจากหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ ณ วันที่ 30/04/2025

ศึกษารายละเอียดของกองทุนเพิ่มเติมได้ที่ Finnomena Funds

U-WXUSFX กองทุนหุ้นทั่วโลก (ยกเว้นสหรัฐฯ)

U-WXUSFX หรือ กองทุนเปิด ยูไนเต็ด เวิลด์ อิควิตี้ เอ็กซ์ ยูเอส เอฟเอ็กซ์ ฟันด์ เน้นความแข็งแกร่งทางการเงิน ลงทุนในบริษัทเกรดพรีเมียมทั่วโลกที่เลือกทำ Buyback (ซื้อหุ้นคืน) เพื่อยืนยันความมั่นใจในฐานะการเงินของตัวเอง เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความแข็งแกร่งและเน้นหุ้นบริษัทที่มีเงินสดล้นมือ

รายละเอียดสำคัญอื่น ๆ 

  • ความเสี่ยงระดับ 6 – กองทุนรวมตราสารทุน
  • นโยบายการจ่ายปันผล: ไม่จ่าย
  • ไม่ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (Unhedged)
  • ลงทุนขั้นต่ำครั้งแรกและครั้งถัดไป: ไม่กำหนด
  • ค่าธรรมเนียมขาย (Front-end Fee) 1.50% 
  • ค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน (Back-end Fee) ยกเว้น
  • ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) 1.3001% ต่อปี
  • รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด 1.5462% ต่อปี
  • ข้อมูลจากหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ ณ วันที่ 30/04/2025

ศึกษารายละเอียดของกองทุนเพิ่มเติมได้ที่ Finnomena Funds

TLFVMR-ASIAX กองทุนหุ้นเอเชียแปซิฟิก (ยกเว้นจีนและญี่ปุ่น)

TLFVMR-ASIAX หรือ กองทุนเปิดทาลิส FVMR เอเชียแปซิฟิก เอ็กซ์ เจแปน เอ็กซ์ ไชน่า เน้นวินัยการคัดกรอง โดสใช้สูตร FVMR (พื้นฐานดี-ราคาถูก-โมเมนตัมมา-ความเสี่ยงต่ำ) เฟ้นหาหุ้นเด่นทั่วเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมจีนและญี่ปุ่น) เหมาะสำหรับคนที่ชอบการลงทุนที่ใช้ระบบและข้อมูลตัดสินใจอย่างเป็นเหตุเป็นผล

รายละเอียดสำคัญอื่น ๆ

  • ความเสี่ยงสูงระดับ 6 – กองทุนรวมตราสารทุน
  • นโยบายการจ่ายปันผล: ไม่จ่าย
  • ไม่ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (Unhedged)
  • ลงทุนขั้นต่ำครั้งแรก 1,000 บาท และครั้งถัดไป 1 บาท
  • ค่าธรรมเนียมขาย (Front-end Fee) 1.00% 
  • ค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน (Back-end Fee) ยกเว้น
  • ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) 1.4980% ต่อปี
  • รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด 1.6535% ต่อปี
  • ข้อมูลจากหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ ณ วันที่ 30/04/2025

ศึกษารายละเอียดของกองทุนเพิ่มเติมได้ที่ Finnomena Funds


คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | กองทุนไม่มีการป้องกันหรือบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (unhedged) ดังนั้น กองทุนจึงมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ | กองทุนรวมนี้ลงทุนในต่างประเทศ จึงมีความเสี่ยงที่ทางการของต่างประเทศอาจออกมาตรการในภาวะที่เกิดวิกฤตการณ์ที่ไม่ปกติ ทำให้กองทุนไม่สามารถนำเงินกลับเข้ามาในประเทศ ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ลงทุนไม่ได้รับเงินคืนตามระยะเวลาที่กำหนด | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

บริการและความโปร่งใสในการลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม Finnomena

  1. ค่าตอบแทนการใช้บริการและคำแนะนำ (Trailer Fee): Trailer Fee คือค่าตอบแทนที่บริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) จัดสรรให้กับตัวแทนสนับสนุนการขายหน่วยลงทุน (Selling Agent) โดยแบ่งมาจากค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ที่กองทุนเรียกเก็บอยู่แล้ว ผู้ลงทุนจึงไม่มีภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มเติม
  • วัตถุประสงค์: เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ทั้งการให้คำแนะนำการลงทุน การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม และบริการหลังการขายอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง
  1. การบริหารจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest): เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและรักษาประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน เรามีการจัดการใน 2 ระดับ ดังนี้
  • ระดับองค์กร (Firm Level): เรามีกลไกคัดเลือกและเสนอขายกองทุนรวมโดยยึดถือประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน (Best Interest) เป็นสำคัญ โดยใช้ปัจจัยด้านผลตอบแทนและความเสี่ยงเป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณา โดยเฉพาะในกรณีที่กองทุนรวมมีนโยบายการลงทุนที่คล้ายคลึงกันแต่มีอัตรา Trailer Fee ที่แตกต่างกัน เพื่อให้มั่นใจว่าการแนะนำกองทุนเป็นไปอย่างเป็นกลางและโปร่งใส
  • ระดับผู้แนะนำการลงทุนอิสระ (Independent IC): ในกรณีที่ท่านรับบริการผ่าน IC อิสระ ผู้แนะนำฯ จะต้องแสดงตนและแจ้งสังกัดอย่างชัดเจน หาก IC มีหลายสังกัดที่อาจให้ผลตอบแทนต่างกัน IC มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลความขัดแย้งทางผลประโยชน์ดังกล่าวให้ท่านทราบ เพื่อให้ท่านมีข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจ
  1. บริการและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ลงทุน: ลงทุนผ่าน Finnomena ได้มากกว่าแค่การซื้อขาย
  • One-Stop Platform: รวมกองทุนชั้นนำจากหลากหลาย บลจ. จบในบัญชีเดียว
  • Smart Tools: เครื่องมือวางแผนและจัดพอร์ต (Portfolio Construction) ตามเป้าหมายและความเสี่ยงที่เหมาะสม
  • Market Insights: อัปเดตข่าวสาร บทวิเคราะห์ และแจ้งเตือนปรับพอร์ต (Rebalancing) ให้ทันสถานการณ์อยู่เสมอ
TOP11NVM