
M-EUBANK หรือ กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี ยูโรเปียน แบงค์ มีเป้าหมายสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนี STOXX Europe 600 Banks ซึ่งสะท้อนผลการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจธนาคารชั้นนำในทวีปยุโรป ครอบคลุมหุ้นขนาดใหญ่จาก 17 ประเทศ มุ่งเน้นการเติบโตตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยุโรปและรับประโยชน์จากดอกเบี้ยขาขึ้น
กองทุนมีนโยบายการลงทุนผ่านกองทุนหลัก iShares STOXX Europe 600 Banks UCITS ETF (DE) บริหารจัดการโดย BlackRock โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบดัชนี (Passive Management) เพื่อสร้างพอร์ตการลงทุนที่ประกอบด้วยหุ้นธนาคารยุโรปที่มีชื่อเสียงและมีมูลค่าตลาดสูงตามสัดส่วนของดัชนีอ้างอิง โดยกองทุนหลักจะมีการปรับสัดส่วนรายไตรมาสเพื่อให้สอดคล้องกับดัชนี STOXX Europe 600 Banks
รายละเอียดสำคัญอื่น ๆ
- ความเสี่ยงระดับ 7 – กองทุนรวมหมวดอุตสาหกรรม
- นโยบายการจ่ายปันผล ไม่จ่าย
- ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนรวม
- ลงทุนขั้นต่ำครั้งแรก 1,000 บาท และครั้งถัดไป 500 บาท
- ค่าธรรมเนียมขาย (Front-end Fee) 1.5%
- ค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน (Back-end Fee) ยกเว้น
- ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) 1.07% ต่อปี
- รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด 1.4445% ต่อปี
- ข้อมูลจากหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ ณ วันที่ 29/05/2026
- ศึกษารายละเอียดของกองทุนเพิ่มเติมได้ที่ Finnomena Funds
M-EUBANKลงทุนในอะไรบ้าง?
ตัวอย่างหุ้นในพอร์ตของกองทุน M-EUBANK อัปเดตล่าสุด ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2026 ประกอบไปด้วย
- HSBC Holdings ธนาคารยักษ์ใหญ่ระดับโลกจากอังกฤษ ที่มีเครือข่ายธุรกิจครอบคลุมทั้งยุโรปและเอเชีย ถือเป็นหนึ่งในสถาบันการเงินที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุดในกลุ่มธนาคารยุโรป
- Banco Santander ธนาคารรายใหญ่จากสเปน ที่มีเครือข่ายธุรกิจกระจายตัวอยู่ทั้งในยุโรปและละตินอเมริกา เป็นหนึ่งในธนาคารที่มีฐานลูกค้าและสาขามากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
- Banco Bilbao Vizcaya Argentaria ธนาคารชั้นนำอีกแห่งจากสเปน ที่มีความโดดเด่นด้านการให้บริการธนาคารดิจิทัลและธุรกรรมข้ามพรมแดน โดยเฉพาะในตลาดยุโรปและอเมริกาใต้
- UniCredit ธนาคารรายใหญ่จากอิตาลี ที่มีบทบาทสำคัญในระบบการเงินของยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก เป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักที่ได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาค
- BNP Paribas ธนาคารยักษ์ใหญ่จากฝรั่งเศส ที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดของยุโรป ครอบคลุมธุรกิจธนาคารทั้งฝั่งลูกค้ารายย่อยและสถาบัน
*รายชื่อหลักทรัพย์ข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่างหลักทรัพย์ที่กองทุนลงทุน ณ วันที่อ้างอิง และอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต มิใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ดังกล่าว
จุดเด่นกองทุน
- เข้าถึงกลุ่มธนาคารยุโรปที่มี Valuation น่าสนใจ
เป็นเครื่องมือในการเข้าถึงกลุ่มธนาคารยุโรปที่มี Valuation น่าสนใจเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น เปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้าถึงกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพฟื้นตัวตามวัฏจักรเศรษฐกิจ - รับอานิสงส์โดยตรงจากดอกเบี้ยขาขึ้น
กองทุนได้รับปัจจัยหนุนโดยตรงจากส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นในภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อผลประกอบการของกลุ่มธุรกิจธนาคาร - เหมาะสำหรับการกระจายความเสี่ยงเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรม
เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงไปยังกลุ่มอุตสาหกรรมเฉพาะ (Sector Fund) ที่มีโอกาสฟื้นตัวตามวัฏจักรเศรษฐกิจ เพิ่มความหลากหลายให้กับพอร์ตการลงทุนนอกเหนือจากการลงทุนในหุ้นกลุ่มอื่น ๆ
สนใจกองทุน M-EUBANK
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by Krungsri ติดต่อทีม Kept Help Center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299
บริการและความโปร่งใสในการลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม Finnomena
1. ค่าตอบแทนการใช้บริการและคำแนะนำ (Trailer Fee): Trailer Fee คือค่าตอบแทนที่บริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) จัดสรรให้กับตัวแทนสนับสนุนการขายหน่วยลงทุน (Selling Agent) โดยแบ่งมาจากค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ที่กองทุนเรียกเก็บอยู่แล้ว ผู้ลงทุนจึงไม่มีภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มเติม
- วัตถุประสงค์: เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ทั้งการให้คำแนะนำการลงทุน การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม และบริการหลังการขายอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง
2. การบริหารจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest): เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและรักษาประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน เรามีการจัดการใน 2 ระดับ ดังนี้
- ระดับองค์กร (Firm Level): เรามีกลไกคัดเลือกและเสนอขายกองทุนรวมโดยยึดถือประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน (Best Interest) เป็นสำคัญ โดยใช้ปัจจัยด้านผลตอบแทนและความเสี่ยงเป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณา โดยเฉพาะในกรณีที่กองทุนรวมมีนโยบายการลงทุนที่คล้ายคลึงกันแต่มีอัตรา Trailer Fee ที่แตกต่างกัน เพื่อให้มั่นใจว่าการแนะนำกองทุนเป็นไปอย่างเป็นกลางและโปร่งใส
- ระดับผู้แนะนำการลงทุนอิสระ (Independent IC): ในกรณีที่ท่านรับบริการผ่าน IC อิสระ ผู้แนะนำฯ จะต้องแสดงตนและแจ้งสังกัดอย่างชัดเจน หาก IC มีหลายสังกัดที่อาจให้ผลตอบแทนต่างกัน IC มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลความขัดแย้งทางผลประโยชน์ดังกล่าวให้ท่านทราบ เพื่อให้ท่านมีข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจ
3. บริการและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ลงทุน: ลงทุนผ่าน Finnomena ได้มากกว่าแค่การซื้อขาย
- One-Stop Platform: รวมกองทุนชั้นนำจากหลากหลาย บลจ. จบในบัญชีเดียว
- Smart Tools: เครื่องมือวางแผนและจัดพอร์ต (Portfolio Construction) ตามเป้าหมายและความเสี่ยงที่เหมาะสม
- Market Insights: อัปเดตข่าวสาร บทวิเคราะห์ และแจ้งเตือนปรับพอร์ต (Rebalancing) ให้ทันสถานการณ์อยู่เสมอ
