
Leverage ETF คืออะไร ? ทำไมกลายเป็นประเด็นใหญ่ในตลาดหุ้นเกาหลีใต้ พาหุ้นชิปขึ้นแรง ลงไว จนรัฐมนตรีคลังต้องออกมาขอโทษนักลงทุนรายย่อย
จากกรณีที่ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI) ปรับตัวลงแรงกว่า -30% ในรอบ 1 เดือน และมีนักลงทุนรายย่อยในประเทศขาดทุนอย่างหนัก โดยมีสาเหตุสำคัญมาจากการใช้ Leverage เพื่อเก็งกำไรในหุ้นรายตัว
ทำให้ Koo Yun-cheol รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของเกาหลีใต้ ต้องออกมาขอโทษต่อสาธารณะชน เนื่องจากการเปิดตัว ETF แบบใช้ Leverage ที่อ้างอิงหุ้นรายตัว (Single-stock Leveraged ETF) เป็นครั้งแรกเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทำให้มีนักลงทุนจำนวนมากเข้าไปซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าว โดยมียอดซื้อสุทธิรวมกันถึง 14 ล้านล้านวอน (ราว 3.2 แสนล้านบาท) ท่ามกลางการพุ่งทะยานของหุ้นชิปในช่วงเวลานั้น
Leverage ETF คืออะไร ?
Single-stock Leveraged ETF หรือกองทุน ETF ที่ใช้เลเวอเรจอ้างอิงหุ้นรายตัว กำลังเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เพิ่มความผันผวนให้กับตลาดหุ้นเกาหลีใต้ โดยเฉพาะหุ้นชิปอย่าง Samsung Electronics และ SK Hynix
ETF ปกติ คือกองทุนที่ซื้อสินทรัพย์อ้างอิงตามดัชนีหรือหุ้น ทำให้นักลงทุนซื้อกองทุนเพียงตัวเดียวก็เหมือนถือหุ้นหลายตัว
แต่ Leveraged ETF แตกต่างออกไป เพราะใช้ตราสารอนุพันธ์ เช่น Futures และ Swaps เพื่อทำให้ผลตอบแทน “ขยาย” จากสินทรัพย์อ้างอิง เช่น
- หุ้นขึ้น 1% → ETF 2x อาจขึ้นประมาณ 2%
- หุ้นลง 1% → ETF 2x ก็อาจลงประมาณ 2%
พูดง่าย ๆ คือ กำไรเพิ่มขึ้น แต่ความเสี่ยงก็เพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกัน
เป้าหมายของ Leveraged ETF คือ พยายามสร้างผลตอบแทนรายวัน (Daily Return) ไม่ใช่ผลตอบแทนระยะยาว
นั่นหมายความว่า หากถือหลายวัน ผลตอบแทนอาจไม่ใช่ 2 เท่าของหุ้น เพราะกองทุนต้องปรับพอร์ตทุกวัน (Daily Rebalancing)
ยิ่งตลาดผันผวนหนัก ผลตอบแทนระยะยาวยิ่งอาจแตกต่างจากที่นักลงทุนคาดหวัง จึงเป็นเหตุผลที่ผู้จัดการกองทุนส่วนใหญ่ระบุว่า ไม่เหมาะกับการซื้อแล้วถือยาว (Buy & Hold)
ทำไม Leveraged ETF ถึงทำให้ตลาดผันผวนมากขึ้น ?
เมื่อมีเงินไหลเข้ากองทุน → ผู้จัดการกองทุนต้องซื้อหุ้นอ้างอิงเพิ่ม เพื่อรักษาระดับเลเวอเรจ
หากหุ้นปรับขึ้น → ต้องซื้อเพิ่มอีก ทำให้ราคายิ่งขึ้น
แต่เมื่อหุ้นเริ่มลง → กองทุนต้องขายหุ้น → ราคายิ่งลง → ต้องขายเพิ่ม
เกิดเป็น Feedback Loop หรือวงจรที่ทำให้การขึ้นและลงของราคารุนแรงกว่าเดิม ทำให้ในบางช่วงเวลา Leveraged ETF ก็กลายเป็นตัวเร่งความผันผวนของตลาดด้วย
ทำไมเกาหลีใต้ได้รับผลกระทบมากที่สุด ?
เพราะตลาดหุ้นเกาหลีใต้มีการกระจุกตัวสูงในหุ้น 2 ตัว คือ Samsung Electronics และ SK Hynix ซึ่งมีน้ำหนักรวมกันมากกว่าครึ่งของดัชนี KOSPI และบางวันมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายเกิน 80%
เมื่อ ETF ที่อ้างอิงหุ้นทั้งสองตัวเติบโตอย่างรวดเร็ว ดังนั้น การซื้อขายของกองทุนจึงส่งผลต่อราคาหุ้นโดยตรง
ยิ่งราคาผันผวน กองทุนยิ่งต้อง Rebalance และยิ่งเพิ่มแรงซื้อ-ขาย
จนดัชนีความผันผวน (KOSPI Volatility Index) พุ่งขึ้นสู่ระดับเกือบ 100 จากอดีตที่ส่วนใหญ่อยู่ต่ำกว่า 30
สรุปแล้ว Leveraged ETF ไม่ได้เป็นยาพิษของโลกการลงทุน แต่มีเป้าหมายของตัวมันเอง สิ่งที่นักลงทุนควรรู้คือ
- Leveraged ETF เหมาะกับการเก็งกำไรระยะสั้นมากกว่าการลงทุนระยะยาว
- ผลตอบแทนที่ได้ไม่ใช่การคูณ 2 หรือ 3 ของผลตอบแทนระยะยาว แต่เป็นการคูณผลตอบแทนรายวัน
- หากตลาดแกว่งตัวแรง แม้ราคาหุ้นสุดท้ายจะกลับมาที่เดิม นักลงทุนใน Leveraged ETF ก็อาจขาดทุนได้จากผลของการปรับสมดุลพอร์ตทุกวัน
- เมื่อ Leveraged ETF มีขนาดใหญ่มาก การซื้อขายของกองทุนเองอาจกลายเป็นปัจจัยที่เพิ่มความผันผวนให้กับทั้งหุ้นรายตัวและตลาดโดยรวมได้
