
แนะนำกองทุนหุ้นสหรัฐอเมริกา TOP11USA จาก บลจ. ดาโอ (ประเทศไทย) คัด 11 หุ้นผู้นำในอุตสาหกรรมหลักของประเทศ และมีมูลค่าตลาดสูงสุดใน S&P500 กระจายน้ำหนักให้เท่ากันแบบ Equal-Weight ลงทุนเชิงรุก ปรับพอร์ตปีละ 2 ครั้ง
Highlights
- สรุปกองทุน TOP11USA ลงทุนหุ้นผู้นำของอเมริกา
- รู้จัก 11 หุ้นอเมริกาในกองทุน TOP11USA
- วิเคราะห์เศรษฐกิจอเมริกา ยังเติบโตได้อีกไหม
- กองทุนนี้เหมาะกับใคร ?
- วิธีซื้อกองทุน TOP11USA สนใจลงทุนเลย !
ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกาเป็นจุดหมายสำคัญของนักลงทุนทั่วโลก เพราะนี่คือดินแดนที่มีบทบาทในการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจ เป็นผู้คุมอำนาจทางการเงิน เป็นต้นกำเนิดของเทคโนโลยีใหม่ ๆ รวมทั้งยังเป็นผู้วางกติกาการค้าโลก ทำให้ตลาดหุ้นอเมริกาเต็มไปด้วยบริษัทชั้นนำจากทั่วทุกมุมโลก
เพราะฉะนั้น ถ้าคุณอยากลงทุนในตลาดที่คุมเศรษฐกิจโลก อยากแนะนำให้รู้จักกองทุน TOP11USA ที่ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างโอกาสจากหุ้น Big Cap ของอเมริกา โดยคัดเลือกบริษัทขนาดใหญ่ 11 แห่ง ที่เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมหลักของประเทศ พร้อมเติบโตไปกับเศรษฐกิจในระยะยาว
สรุปข้อมูลกองทุน TOP11USA
Source: DAOL Investment Management
กองทุนเปิด ท็อป 11 ยูเอสเอ หรือ TOP11USA มีนโยบายการลงทุนในบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา โดยเน้นหุ้นขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าตลาดสูงและมีสภาพคล่องดี เพื่อสะท้อนการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะยาว ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในสกุลเงินดอลลาร์ (USD)
กองทุนบริหารเชิงรุก (Active management) คัดเลือกหุ้นอเมริกาจำนวน 11 บริษัท ที่เป็นหัวใจของเศรษฐกิจอเมริกา และเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมหลักของประเทศ เน้นค้นหาหุ้นคุณภาพสูงที่มีศักยภาพการเติบโตระยะยาว ปรับสมดุลน้ำหนักและทบทวนรายชื่อหุ้นอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เพื่อให้พอร์ตการลงทุนสอดคล้องกับสภาวะตลาดและบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม
รายละเอียดต่าง ๆ ของกองทุน
- กองทุนนี้มีความเสี่ยงระดับ 6 – US Equity
- นโยบายปันผล: ไม่จ่าย
- นโยบายค่าเงิน: ไม่ป้องกันความเสี่ยง (Unhedged) จากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
- ลงทุนขั้นต่ำครั้งแรก 500 บาท และครั้งถัดไป 1 บาท
- ค่าธรรมเนียมขาย (Front-end Fee) 1.000%
- ค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน (Back-end Fee) ไม่มี
- ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) 1.605% ต่อปี
- รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด 1.9581% ต่อปี
- ข้อมูลจากหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ ณ วันที่ 07/07/2026
- ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.finnomena.com/fund/TOP11USA
รู้จัก 11 หุ้นอเมริกาในกองทุน TOP11USA
Source: DAOL Investment Management
กองทุน TOP11USA มีกระบวนการคัดเลือกหุ้น ดังนี้
- S&P500 Selection: คัดเลือกจากหุ้นในดัชนี S&P500 เป็นแกนหลัก ซึ่งเป็นแหล่งรวมบริษัทขนาดใหญ่ที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ
- Large-Cap Selection: คัดเลือกหุ้นของบริษัทที่มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) ขนาดใหญ่ โดยเรียงลำดับจากบริษัทที่มีมูลค่าตลาดสูงสุด
- Liquidity Check: พิจารณาสภาพคล่อง โดยดูจากมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน (Average Daily Turnover) เทียบกับขนาดกองทุน เพื่อให้สามารถบริหารพอร์ตได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่กระทบราคา
- Final Portfolio: เลือกเพียง 11 หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าตลาดสูงสุด โดยในอุตสาหกรรมเดียวกันต้องมีหุ้นไม่เกิน 5 บริษัท จัดสรรน้ำหนักการลงทุนให้เท่ากัน และเตรียมหุ้นสำรองประมาณ 5 หลักทรัพย์
- Portfolio Rebalancing: ปรับสมดุลและทบทวนรายชื่อหุ้นอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง ซึ่งสามารถเพิ่มความถี่ได้ตามความเหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะตลาด
และนี่คือรายชื่อ 11 หุ้นอเมริกาตัวจริงในพอร์ต TOP11USA ณ วันที่ 15 กรกฎาคม 2026
Source: DAOL Investment Management
1. Nvidia (NVDA)
เบอร์หนึ่งของผู้พัฒนาชิปประมวลผลของ GPU ซึ่งกลายเป็นมาตรฐานที่ทุกบริษัทจำเป็นต้องใช้สำหรับการพัฒนาโมเดล AI ประสิทธิภาพสูง จนกลายเป็นหนึ่งในผู้ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการลงทุนด้าน AI ที่ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง
2. Apple (AAPL)
ระบบนิเวศที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยยังคงเป็นบริษัทที่มีฐานผู้ใช้งานมหาศาล ผ่านอุปกรณ์และบริการต่าง ๆ ทั้ง iPhone, iPad, Mac และบริการดิจิทัลต่าง ๆ
3. Alphabet (GOOGL)
เจ้าของแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุด โดยมีธุรกิจที่ครอบคลุมทั้ง Google Search, YouTube, Android และ Cloud Computing อีกทั้งบริษัทกำลังนำ AI เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพของระบบค้นหา การโฆษณา และบริการ Cloud ให้สามารถสร้างรายได้จากฐานผู้ใช้งานจำนวนมหาศาล
4. Microsoft (MSFT)
ผู้นำด้านซอฟต์แวร์ Cloud และ AI โดยมีบริการซึ่งเป็นที่รู้จักอย่าง Microsoft 365, Windows, Linkedin รวมถึงกำลังต่อยอด AI ผ่าน Azure Cloud และ Microsoft Copilot เพื่อยกระดับการทำงานขององค์กรทั่วโลก
5. Amazon (AMZN)
เจ้าพ่อ E-commerce ฝั่งอเมริกา และเป็นผู้นำ Cloud Computing ผ่าน Amazon Web Services (AWS) ทำให้เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่ได้รับประโยชน์จากการลงทุนด้านเทคโนโลยีทั่วโลก
6. Broadcom (AVGO)
ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์และซอฟต์แวร์โครงสร้างพื้นฐานสำหรับ Data Center ระบบเครือข่าย และการเชื่อมต่อ
7. Meta Platforms (META)
ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียและโฆษณาดิจิทัล ผ่าน Facebook, Instagram, WhatsApp และ Messenger
8. TESLA (TSLA)
ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและระบบพลังงานสะอาด ครอบคลุม EV ระบบกักเก็บพลังงาน โครงข่ายชาร์จ และซอฟต์แวร์
9. Eli Lilly (LLY)
ผู้นำนวัตกรรมด้านสุขภาพ ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทเวชภัณฑ์ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จากการมุ่งเน้นยารักษาเบาหวานและโรคอ้วน มะเร็ง ภูมิคุ้มกัน และระบบประสาท
10. Micron Technology (MU)
ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำและระบบจัดเก็บข้อมูล ครอบคลุม DRAM, HBM, NAND และ SSD สำหรับ Data Center และอุปกรณ์ต่าง ๆ
11. Berkshire Hathaway (BRK)
เป็นบริษัทโฮลดิ้งที่ลงทุนในธุรกิจคุณภาพจำนวนมาก ทั้งธุรกิจประกันภัย พลังงาน รถไฟ และการลงทุนในหุ้นชั้นนำ ด้วยกลยุทธ์การลงทุนแบบเน้นคุณค่า
ทำไมหุ้นอเมริกา ยังคงจำเป็นต่อพอร์ตการลงทุน
Source: DAOL Investment Management
เศรษฐกิจอเมริกายังคงขยายตัวต่อเนื่อง
แม้ช่วงก่อนหน้าเศรษฐกิจจะชะลอตัวลง แต่ยังเติบโตใกล้ระดับศักยภาพที่ระดับ 2% จากแรงหนุนของการบริโภค ตลาดแรงงาน และการลงทุนภาคธุรกิจ หนุนผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนเติบโตต่อเนื่อง
การลงทุนด้าน AI และโครงสร้างพื้นฐานยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ
การลงทุนใน AI, Data Center และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลยังขยายตัวต่อเนื่อง ตามความต้องการประมวลผลที่เพิ่มสูงขึ้น สนับสนุนการเติบโตของบริษัทชั้นนำในหลายอุตสาหกรรม
บริษัทชั้นนำของอเมริกา พร้อมเติบโตในระยะยาว
บริษัทขนาดใหญ่ของอเมริกานั้นมีความได้เปรียบด้านนวัตกรรม ความสามารถในการแข่งขัน และฐานรายได้ระดับโลก พร้อมได้รับประโยชน์จากเมกะเทรนด์สำคัญอย่าง AI และ Cloud Computing
กองทุนนี้เหมาะกับใคร ?
TOP11USA ตอบโจทย์ผู้ลงทุนที่เชื่อมั่นในการเติบโตของประเทศผู้นำโลกอย่างอเมริกา และต้องการลงทุนแบบโฟกัสในหุ้นชั้นนำที่เป็น Big Cap. คัดเฉพาะหุ้นคุณภาพเพียง 11 ตัวเท่านั้น โดยเห็นชัดเจนว่ากำลังลงทุนอะไรอยู่ และสามารถยอมรับความเสี่ยงจากการลงทุนในหุ้นแบบกระจุกตัวได้
สิ่งที่ทำให้ TOP11USA แตกต่าง คือการสร้างพอร์ตที่ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรมสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น AI Infrastructure, Cloud Computing, Digital Platform, Healthcare, Financials และ Consumer ทำให้ได้ทั้งหุ้นที่เป็นผู้นำการปฏิวัติ AI และบริษัทที่ได้รับประโยชน์จากการเติบโตของเศรษฐกิจในภาพรวม โดยสามารถใช้เป็น Core-Port เพื่อถือลงทุนได้ในระยะยาว
สนใจกองทุน TOP11USA เติบโตไปพร้อม 11 หุ้นอเมริกาชั้นนำ
สามารถลงทุนได้แล้วบน Finnomena
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้กับผู้แนะนำการลงทุนของคุณ หรือติดต่อบริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด โทร 02 026 5100 และทาง LINE @FinnomenaPort ในช่วงเวลาวันทำการ 09:00-17:00 น.
อ้างอิงข้อมูลจาก: เอกสารแนะนำกองทุน DAOL Investment Management
ข้อมูลในบทความนี้จัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ ณ วันที่จัดทำ อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่รับรองความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูลดังกล่าว และข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | เนื่องจากกองทุนนี้มีการลงทุนในต่างประเทศและไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน โดยป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ผู้ลงทุนอาจจะขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299
บริการที่ผู้ลงทุนได้รับผ่านแพลตฟอร์ม Finnomena
1. ค่าตอบแทนการใช้บริการและคำแนะนำ (Trailer Fee) : Trailer Fee คือค่าตอบแทนที่บริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) จัดสรรให้กับตัวแทนสนับสนุนการขายหน่วยลงทุน (Selling Agent) โดยแบ่งมาจากค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ที่กองทุนเรียกเก็บอยู่แล้ว ผู้ลงทุนจึงไม่มีภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มเติม
- วัตถุประสงค์: เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ทั้งการให้คำแนะนำการลงทุน การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม และบริการหลังการขายอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง
2. การบริหารจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) : เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและรักษาประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน เรามีการจัดการใน 2 ระดับ ดังนี้:
- ระดับองค์กร (Firm Level): เรามีกลไกคัดเลือกและเสนอขายกองทุนรวมโดยยึดถือ ประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน (Best Interest) เป็นสำคัญ โดยใช้ปัจจัยด้าน ผลตอบแทนและความเสี่ยง เป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณา โดยเฉพาะในกรณีที่กองทุนรวมมีนโยบายการลงทุนที่คล้ายคลึงกันแต่มีอัตรา Trailer Fee ที่แตกต่างกัน เพื่อให้มั่นใจว่าการแนะนำกองทุนเป็นไปอย่างเป็นกลางและโปร่งใส
- ระดับผู้แนะนำการลงทุนอิสระ (Independent IC): ในกรณีที่ท่านรับบริการผ่าน IC อิสระ ผู้แนะนำฯ จะต้องแสดงตนและแจ้งสังกัดอย่างชัดเจน หาก IC มีหลายสังกัดที่อาจให้ผลตอบแทนต่างกัน IC มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลความขัดแย้งทางผลประโยชน์ดังกล่าวให้ท่านทราบ เพื่อให้ท่านมีข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจ
3. บริการและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ลงทุน : ลงทุนผ่าน Finnomena ได้มากกว่าแค่การซื้อขาย:
- One-Stop Platform: รวมกองทุนชั้นนำจากหลากหลาย บลจ. จบในบัญชีเดียว
- Smart Tools: เครื่องมือวางแผนและจัดพอร์ต (Portfolio Construction) ตามเป้าหมายและความเสี่ยงที่เหมาะสม
- Market Insights: อัปเดตข่าวสาร บทวิเคราะห์ และแจ้งเตือนปรับพอร์ต (Rebalancing) ให้ทันสถานการณ์อยู่เสมอ




