
หลายคนเริ่มวางแผนภาษีด้วยคำถามว่า “ปีนี้ควรซื้อ RMF เท่าไร ถึงจะลดหย่อนภาษีได้คุ้มที่สุด?”
แต่จริง ๆ แล้ว คำถามที่สำคัญกว่าอาจจะเป็น “เงินก้อนนี้จะต้องอยู่กับเราไปอีก 20-30 ปี แล้วเราควรจัดพอร์ตการลงทุนแบบไหน?”
เพราะการลงทุนในกองทุน RMF ไม่ใช่เพียงแค่การซื้อสิทธิประโยชน์ทางภาษีแบบปีต่อปี แต่คือการสร้างพอร์ตเกษียณระยะยาว ที่ต้องเดินทางข้ามผ่านวัฏจักรเศรษฐกิจอันยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นตลาดขาขึ้น ตลาดขาลง สภาวะเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ยผันผวน หรือวิกฤตเศรษฐกิจอีกนับไม่ถ้วน
ดังนั้น ในการลงทุนกองทุน RMF จึงไม่ควรมองเพียงผลตอบแทนย้อนหลังในช่วงเวลาสั้น ๆ หรือเลือกกองทุนที่กำลังเป็นกระแสในขณะนั้น แต่ควรให้ความสำคัญกับการออกแบบพอร์ตที่ยืดหยุ่น และมีการกระจายความเสี่ยงและปรับสัดส่วนการลงทุนตามสภาวะตลาด เพื่อช่วยบริหารความผันผวนและรองรับเป้าหมายการลงทุนเพื่อการเกษียณในระยะยาว
1. กระจายลงทุนหลากหลายสินทรัพย์
ไม่มีสินทรัพย์ใดที่สร้างผลตอบแทนได้ดีที่สุดตลอดเวลา เพราะแต่ละสินทรัพย์มักทำผลงานได้ดีในสภาวะเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน
ในช่วงที่เศรษฐกิจเติบโต หุ้นมักเป็นสินทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทนได้โดดเด่น แต่เมื่อเศรษฐกิจชะลอตัว ตราสารหนี้อาจกลับมามีบทบาทมากขึ้น ขณะที่ในช่วงที่เงินเฟ้อเร่งตัว ทองคำหรือสินค้าโภคภัณฑ์ก็มักเป็นสินทรัพย์ที่ช่วยกระจายความเสี่ยงและรักษามูลค่าพอร์ตได้ดี
การจัดพอร์ตที่มีทั้งหุ้น ตราสารหนี้ ทองคำ และสินค้าโภคภัณฑ์ จึงช่วยให้แต่ละสินทรัพย์เข้ามาทำหน้าที่ในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน ลดการพึ่งพาสินทรัพย์ประเภทใดประเภทหนึ่งมากเกินไป และช่วยให้พอร์ตมีความสมดุลพร้อมรับมือกับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
2. ไม่ยึดติดกับตลาดใดตลาดหนึ่ง
นอกจากการกระจายประเภทของสินทรัพย์แล้ว การกระจายการลงทุนไปยังหลายประเทศและหลายภูมิภาคก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน
แม้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะสร้างผลตอบแทนได้อย่างโดดเด่น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นผู้นำตลาดตลอดไป เพราะในแต่ละช่วงเวลา ตลาดหุ้นยุโรป ญี่ปุ่น หรือประเทศในเอเชียก็เคยเป็นภูมิภาคที่สร้างผลตอบแทนเหนือกว่ามาแล้วเช่นกัน
หากพอร์ตลงทุนกระจุกตัวอยู่ในประเทศใดประเทศหนึ่งมากเกินไป ก็อาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยเฉพาะของประเทศนั้น ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ การเมือง หรือการเปลี่ยนแปลงของนโยบายภาครัฐ
การกระจายการลงทุนไปยังหลายภูมิภาคทั่วโลก จึงช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาประเทศใดประเทศหนึ่ง พร้อมเปิดโอกาสรับการเติบโตจากภูมิภาคที่กำลังเป็นผู้นำในแต่ละวัฏจักรเศรษฐกิจ ทำให้พอร์ตมีความยืดหยุ่นและมีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้อย่างสม่ำเสมอในระยะยาว
3. ลงทุนอย่างมีระบบ ไม่ตามอารมณ์ตลาด
แม้จะมีการกระจายการลงทุนที่ดี แต่หากตัดสินใจลงทุนตามอารมณ์หรือกระแสตลาด ก็อาจทำให้ผลลัพธ์ของพอร์ตไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
นักลงทุนจำนวนไม่น้อยมักไล่ซื้อสินทรัพย์ที่กำลังได้รับความนิยมจากผลตอบแทนที่ผ่านมา หรือรีบขายเมื่อเกิดความผันผวนระยะสั้น ซึ่งอาจนำไปสู่การซื้อในช่วงราคาสูงและขายในช่วงที่ตลาดปรับตัวลง
สำหรับการลงทุนเพื่อเกษียณ การมีแผนการลงทุนที่ชัดเจนและการจัดสรรสินทรัพย์อย่างเป็นระบบ จึงมีความสำคัญมากกว่าการพยายามคาดเดาทิศทางตลาดในแต่ละช่วงเวลา เพราะสัดส่วนการลงทุนที่เหมาะสมคือปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้พอร์ตเดินหน้าสู่เป้าหมายได้ในระยะยาว
4. รักษาสมดุลของพอร์ตอย่างต่อเนื่อง
การจัดพอร์ตที่ดีไม่ได้จบลงเพียงวันที่เริ่มลงทุน เพราะเมื่อเวลาผ่านไป สินทรัพย์แต่ละประเภทจะให้ผลตอบแทนแตกต่างกัน ส่งผลให้สัดส่วนการลงทุนในพอร์ตเปลี่ยนแปลงไปตามเวลา
ตัวอย่างเช่น หากตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง สัดส่วนหุ้นในพอร์ตอาจเพิ่มขึ้นจนสูงกว่าระดับที่วางแผนไว้ ทำให้พอร์ตมีความเสี่ยงมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว ในทางกลับกัน หากตลาดปรับฐาน สัดส่วนสินทรัพย์บางประเภทอาจเปลี่ยนไปจนพอร์ตไม่สอดคล้องกับเป้าหมายเดิม
การติดตามและปรับสมดุลพอร์ตอย่างสม่ำเสมอ จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยรักษาระดับความเสี่ยงให้เหมาะสม และทำให้พอร์ตยังคงเดินหน้าตามแผนการลงทุนระยะยาว
TLAWSRMF ลดหย่อนภาษีด้วยแนวคิด All Weather Strategy
กองทุนเปิดทาลิส ALL WEATHER STRATEGY เพื่อการเลี้ยงชีพ หรือ TLAWSRMF นำแนวคิดเดียวกับพอร์ต A. Stotz All-Weather Strategy (AWS) ซึ่งพัฒนาโดยทีมผู้เชี่ยวชาญของ Dr. Andrew Stotz มาใช้ในการบริหารพอร์ต
กองทุนมุ่งสร้างความมั่งคั่งระยะยาวผ่านการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภททั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นหุ้น ตราสารหนี้ สินค้าโภคภัณฑ์ และทองคำ พร้อมใช้ FVMR Framework ซึ่งพิจารณาทั้งปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental) มูลค่า (Valuation) โมเมนตัม (Momentum) และความเสี่ยง (Risk) เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุนอย่างเป็นระบบ พร้อมมีการติดตามและปรับสัดส่วนการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้พอร์ตยังคงสอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวและระดับความเสี่ยงที่เหมาะสม
เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหา Core Portfolio สำหรับการลงทุนเพื่อเกษียณ ที่ต้องการทั้งสิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก RMF และพอร์ตที่ออกแบบมาให้พร้อมรับมือกับความผันผวนในหลากหลายสภาวะตลาด โดยไม่จำเป็นต้องติดตามหรือปรับพอร์ตด้วยตัวเองอยู่ตลอดเวลา
อ่านเพิ่มเติม รีวิวกองทุน TLAWSRMF ยืดหยุ่นทุกสภาวะตลาด ลดหย่อนภาษีด้วยแนวคิด All-Weather Strategy
สามารถซื้อกองทุน TLAWSRMF โดยเข้าไปที่หน้า Port → เลือกแผน Tax Saving Fund → เพิ่มรายการคำสั่งซื้อ ค้นหา TLAWSRMF และกดซื้อกองทุนได้เลย
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน ความเสี่ยงและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนในกองทุนรวม RMF และ Thai ESG กรณีไม่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขภาษี จะไม่ได้สิทธิประโยชน์ตามเงื่อนไขกองทุน | การลงทุนในกองทุนรวมไม่ใช่การฝากเงิน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | กองทุนจะไม่ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ดังนั้น กองทุนจึงอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนจากการที่กองทุนนำเงินบาทไปลงทุน ซึ่งทำให้ผู้ลงทุนอาจจะขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FinnomenaPort” | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

