กองทุน AI

ถ้าอยากลงทุนในธีมหุ้น AI แต่ไม่อยากเลือกหุ้นรายตัวจำนวนมาก แนะนำถือคู่กันเพียง 2 กองทุน ได้แก่ A-ASEMI และ LHSUPERAI ในสัดส่วน 50:50 เพื่อรับโอกาสจากการเติบโตตามอุตสาหกรรม AI อย่างเต็มที่ และยังช่วยให้พอร์ตกระจายตัวมากขึ้น ทั้งในแง่ของบริษัทและภูมิภาคที่ลงทุน 

กองทุน AI

จุดเด่นคือแม้ทั้ง 2 กองทุนจะลงทุนในธีม Semiconductor และ AI เหมือนกัน แต่มีโครงสร้างพอร์ตที่แตกต่างกัน ทำให้เมื่อนำมาถือคู่กัน สามารถครอบคลุม AI Supply Chain ตั้งแต่ชิปประมวลผล (GPU) หน่วยความจำ (Memory) อุปกรณ์ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าและระบบระบายความร้อน 

กองทุน A-ASEMI ลงทุนในหุ้นชิปต้นน้ำฝั่งเอเชีย

  • A-ASEMI หรือ กองทุนเปิด เอแทรคเกอร์ส เอเชีย เซมิคอนดักเตอร์ ลงทุนแบบ Pure Play ใน Semiconductor ผ่านกลุ่มผู้ผลิตชิป AI ต้นน้ำในเอเชีย ทั้งเกาหลีใต้ ไต้หวัน ญี่ปุ่น และจีน
  • กองทุนหลักคือ Global X Asia Semiconductor ETF 
  • ได้ประโยชน์จาก AI Capex และการเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI เพราะเอเชียเป็นศูนย์กลางการผลิตชิปของโลก
  • หุ้น Holdings ที่สำคัญ เช่น SK Hynix, Samsung Electronics, TSMC, MediaTek, Sony Group, Tokyo Electron, Advantest, Kioxia

 

สรุปกองทุน A-ASEMI ขุมพลังมหาอำนาจชิปเอเชีย
อ่านต่อที่นี่

กองทุน LHSUPERAI ลงทุนหุ้น AI ครบทั้งห่วงโซ่และทั่วทั้งโลก

  • LHSUPERAI หรือ กองทุนเปิด แอล เอช อาร์ทิฟิเชียล อินเทลลิเจนซ์ ซูเปอร์ไซเคิล เน้นลงทุนในหุ้น AI ทั่วโลก ครอบคลุมทุกชั้นของห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ
  • กองทุนหลักคือ VistaShares Artificial Intelligence Supercycle ETF
  • สามารถสร้างโอกาสการเติบโตไปกับวัฏจักรการเติบโตของ AI Infrastructure ทั้งระบบ ด้วยโครงสร้างการลงทุนที่กว้างทั้งกลุ่ม Memory, Data Center, Compute, Power และ Cooling 
  • หุ้น Holdings ที่สำคัญ เช่น SK Hynix, TSMC, Micron, AMD, Marvell, Silicon Motion, Intel, Seagate

 

สรุปกองทุน LHSUPERAI ได้หุ้น AI ครบทั้งห่วงโซ่
อ่านต่อที่นี่

กองทุน AI

เมื่อรวม Top 15 Holdings ของทั้ง 2 กองทุนในสัดส่วน 50:50 พบว่าหุ้นที่มีน้ำหนักรวมสูงสุด ได้แก่ TSMC 10.5%, SK Hynix 10.2% และ Samsung Electronics 7.6% อีกทั้งยังมีหุ้นอื่น ๆ อย่าง Micron, MediaTek, AMD, Sony, Tokyo Electron, Advantest, Vertiv, Marvell, Kioxia, Intel และ Seagate รวมอยู่ในพอร์ต

และมีหุ้นสำคัญของอุตสาหกรรม AI กระจายอยู่หลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา 29.8%, ไต้หวัน 21.9%, เกาหลีใต้ 17.7%, ญี่ปุ่น 14.1% และจีน 11.2% ทำให้พอร์ตไม่ได้ผูกติดกับประเทศหรือภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่งมากเกินไป

ถือเป็นจุดสำคัญของการถือ 2 กองทุนร่วมกัน เพราะช่วยเพิ่ม Regional Diversification และลดความเสี่ยงจากการลงทุนกระจุกตัวในประเทศเดียว โดยเฉพาะความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่มีผลต่อห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก

การถือ A-ASEMI และ LHSUPERAI อย่างละครึ่ง จึงไม่ได้หมายถึงการซื้อกองทุนที่มีธีมซ้ำกันสองกอง แต่เป็นการนำจุดแข็งของแต่ละกองทุนมาประกอบกัน

  • A-ASEMI ช่วยเพิ่มน้ำหนักไปยังกลุ่ม Semiconductor ผู้ผลิตชิปต้นน้ำ และบริษัทเทคโนโลยีในเอเชีย
  • LHSUPERAI ช่วยเติมบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI Infrastructure ทั้ง Memory, Data Center, Power และ Cooling รวมถึงหุ้นฝั่งสหรัฐฯ

 

ผลลัพธ์คือพอร์ตที่ได้ Exposure ต่อ AI Ecosystem ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และกระจายการลงทุนไปหลายประเทศทั่วโลก


ข้อมูลในบทความนี้จัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ ณ วันที่จัดทำ อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่รับรองความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูลดังกล่าว และข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บริการและความโปร่งใสในการลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม Finnomena

  1. ค่าตอบแทนการใช้บริการและคำแนะนำ (Trailer Fee) : Trailer Fee คือค่าตอบแทนที่บริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) จัดสรรให้กับตัวแทนสนับสนุนการขายหน่วยลงทุน (Selling Agent) โดยแบ่งมาจากค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ที่กองทุนเรียกเก็บอยู่แล้ว ผู้ลงทุนจึงไม่มีภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มเติม
    • วัตถุประสงค์: เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ทั้งการให้คำแนะนำการลงทุน การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม และบริการหลังการขายอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง
  2. การบริหารจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) : เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและรักษาประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน เรามีการจัดการใน 2 ระดับ ดังนี้:
    • ระดับองค์กร (Firm Level): เรามีกลไกคัดเลือกและเสนอขายกองทุนรวมโดยยึดถือ ประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน (Best Interest) เป็นสำคัญ โดยใช้ปัจจัยด้าน ผลตอบแทนและความเสี่ยง เป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณา โดยเฉพาะในกรณีที่กองทุนรวมมีนโยบายการลงทุนที่คล้ายคลึงกันแต่มีอัตรา Trailer Fee ที่แตกต่างกัน เพื่อให้มั่นใจว่าการแนะนำกองทุนเป็นไปอย่างเป็นกลางและโปร่งใส
    • ระดับผู้แนะนำการลงทุนอิสระ (Independent IC): ในกรณีที่ท่านรับบริการผ่าน IC อิสระ ผู้แนะนำฯ จะต้องแสดงตนและแจ้งสังกัดอย่างชัดเจน หาก IC มีหลายสังกัดที่อาจให้ผลตอบแทนต่างกัน IC มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลความขัดแย้งทางผลประโยชน์ดังกล่าวให้ท่านทราบ เพื่อให้ท่านมีข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจ
  3. บริการและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ลงทุน : ลงทุนผ่าน Finnomena ได้มากกว่าแค่การซื้อขาย:
    • One-Stop Platform: รวมกองทุนชั้นนำจากหลากหลาย บลจ. จบในบัญชีเดียว
    • Smart Tools: เครื่องมือวางแผนและจัดพอร์ต (Portfolio Construction) ตามเป้าหมายและความเสี่ยงที่เหมาะสม
    • Market Insights: อัปเดตข่าวสาร บทวิเคราะห์ และแจ้งเตือนปรับพอร์ต (Rebalancing) ให้ทันสถานการณ์อยู่เสมอ

 

คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299