
จับตากันยายนนี้ ! FTSE Russell อัปเกรดหุ้นเวียดนามเข้า Emerging Market อย่างเป็นทางการ พร้อมเพิ่ม 27 หุ้น เข้าสู่ Global Equity Indices พร้อมกับการที่กองทุนแห่งชาติเวียดนาม (SCIC) ประกาศ ถอนการถือหุ้น 66 บริษัทในเวียดนาม เขย่าโครงสร้างตลาดครั้งใหญ่
FTSE Russell เพิ่ม 27 หุ้นเวียดนาม เข้าสู่ดัชนีหุ้นโลก (Global Equity Indices) ซึ่งถือเป็นหลักไมล์สำคัญในขณะที่เวียดนามกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการปรับสถานะสู่ตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) ในเดือนกันยายนนี้
โดยมีหุ้นเวียดนาม 3 ตัว ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Large Cap ได้แก่ VCB (Vietcombank), VIC (Vingroup) และ VHM (Vinhomes) และมีอีก 3 ตัวที่อยู่ในกลุ่ม Mid Cap ได้แก่ BID (BIDV), VPB (VPBank) และ HPG (Hoa Phat)
หุ้นทั้ง 6 ตัวข้างต้นยังได้รับการเพิ่มเข้าไปในดัชนี FTSE All-World ซึ่งเป็นหนึ่งในดัชนีหุ้นหลักระดับโลกที่มุ่งเน้นหุ้นขนาดใหญ่และขนาดกลาง ซึ่งติดตามหุ้นหลายพันตัวทั่วตลาดที่พัฒนาแล้วและตลาดเกิดใหม่ทั่วโลก อีกทั้งยังใช้เป็นดัชนีชี้วัดอ้างอิง (Benchmark) สำหรับกองทุนรวมจำนวนมาก
นอกจากนี้ สำหรับกลุ่มหุ้น Small Cap พบว่ามีหุ้นถูกเพิ่มเข้ามาในดัชนีจำนวน 21 ตัว โดยมีหุ้นเด่นจากหลากหลายอุตสาหกรรม อาทิ FPT, Gelex, HDBank, Masan Group, Novaland, SSI Securities, Techcom Securities และ Vinamilk เป็นต้น
การทบทวนรายชื่อหุ้นครั้งนี้ถือเป็นกรณีพิเศษ ก่อนที่เวียดนามจะยกระดับจากสถานะตลาดชายขอบ (Frontier Market) ไปสู่สถานะตลาดเกิดใหม่ขั้นรอง (Secondary Emerging Market) ภายใต้ FTSE Russell ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน
ไทม์ไลน์ของตลาดหุ้นเวียดนามเข้าสู่ FTSE Emerging Market
การอัปเกรดตลาดหุ้นเวียดนามเข้าสู่ดัชนี FTSE Emerging Markets ในช่วงเดือนกันยายนนี้ ถือเป็นปัจจัยหนุนสำคัญจากการคาดการณ์กระแสเงินทุนไหลเข้า อย่างไรก็ดี Fund Flow จะไม่ได้ไหลเข้ามาก้อนใหญ่ทีเดียว แต่จะทยอยค่อย ๆ ปรับเพิ่มทีละน้อย เพื่อรักษาสเถียรภาพของตลาดอย่างค่อยเป็นค่อยไป
- Effective Date: 21 กันยายน 2026
- คาดการณ์เงินทุนไหลเข้า: จาก Passive Flow ประมาณ 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และรวมทั้งหมด (Total potential inflows) สูงสุดประมาณ 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
- น้ำหนักในดัชนี (Estimated index weight): คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 0.35% ใน FTSE Emerging Indices
สัดส่วนการนำหุ้นเข้าดัชนี (Phased Inclusion Schedule) แบ่งออกเป็น 4 ระยะ ครอบคลุมเวลา 1 ปีเต็ม ดังนี้
- กันยายน 2026 (เริ่มต้น 10%): นำสัดส่วนน้ำหนักหุ้นเข้าคำนวณในดัชนีครั้งแรกที่ 10% ของน้ำหนักเป้าหมายทั้งหมด
- มีนาคม 2027 (เพิ่มเป็น 30%): ปรับเพิ่มสัดส่วนน้ำหนักเข้าไปอีก 20% รวมเป็น 30%
- มิถุนายน 2027 (เพิ่มเป็น 65%): ปรับเพิ่มสัดส่วนน้ำหนักเข้าไปอีก 35% รวมเป็น 65%
- กันยายน 2027 (ลงครบ 100%): ใส่สัดส่วนน้ำหนักที่เหลืออีก 35% เข้าไปจนครบ 100% สิ้นสุดกระบวนการทยอยนำเข้า
กองทุนแห่งชาติเวียดนาม (SCIC) เตรียมขายหุ้นรัฐ 66 บริษัท
พร้อมกันนี้ SCIC (State Capital Investment Corporation) กองทุนแห่งชาติเวียดนาม ซึ่งทำหน้าที่บริหารเงินทุนของรัฐบาลเวียดนาม ได้อนุมัติแผนปรับโครงสร้างเงินลงทุนช่วงปี 2026–2030 โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือ ถอนการถือหุ้นทั้งหมดจาก 66 บริษัทในเวียดนาม
บริษัทที่อยู่ในแผนขาย ครอบคลุมหลายอุตสาหกรรม เช่น พลาสติก เหล็ก สิ่งทอ พลังงาน ก่อสร้าง โลจิสติกส์ และอาหารทะเล โดยชื่อที่น่าสนใจ ได้แก่ Tien Phong Plastic (NTP), Domesco (DMC), Vietnam Steel Corporation (VNSTEEL), Vinatex (VGT) และ Pha Lai Thermal Power (QTP)
SCIC กำลังเปลี่ยนจากการถือหุ้นในธุรกิจจำนวนมาก หันไปเน้นลงทุนในโครงการขนาดใหญ่และอุตสาหกรรมเชิงยุทธศาสตร์ของเวียดนาม โดยแผนระยะ 2026–2030 ให้น้ำหนักกับโครงสร้างพื้นฐานและโครงการสำคัญที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์เศรษฐกิจของประเทศ
ในอีกแง่ การลดถือหุ้นของรัฐบาลเวียดนาม ก็สอดคล้องกับการปรับโครงสร้างตลาดหุ้นเพื่อเข้าสู่ Emerging Market ด้วยการเขย่าเชิงโครงสร้างตลาด ทำให้หุ้นบางบริษัทมีโอกาสเพิ่ม Free Float และสภาพคล่องตลาดดีขึ้น นักลงทุนต่างชาติเข้าถึงหุ้นได้ง่ายขึ้น และรองรับเงินทุนต่างชาติที่จะเข้ามาหลังจากนี้
