หุ้นเกาหลีฟื้นแรง

วันที่ 20 สิงหาคม 2026 ดัชนี KOSPI ปรับตัวขึ้น 5.8% นำการฟื้นตัวของตลาดหุ้นเอเชีย หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงจากมาตรการของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ที่ประกาศเพิ่มวงเงินการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว (Treasury Buyback) อย่างน้อย 2 เท่า เพื่อลดแรงกดดันต่อต้นทุนการกู้ยืม ส่งผลให้นักลงทุนกลับมาเปิดรับความเสี่ยง (Risk-on) อีกครั้ง หลังตลาดหุ้นทั่วโลกเผชิญแรงขายจาก Bond Yield ที่ปรับขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงหลายวันที่ผ่านมา

ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปี ลดลงสู่ 5.18% และพันธบัตรอายุ 10 ปี ลดลงสู่ 4.63% หลัง Treasury Buyback ช่วยบรรเทาความกังวลต่อต้นทุนทางการเงินในระยะยาว ซึ่งเป็นปัจจัยกดดัน Valuation ของหุ้นเทคโนโลยีและหุ้น AI ก่อนหน้านี้ แม้นักวิเคราะห์มองว่ามาตรการดังกล่าวอาจช่วยกด Bond Yield ได้เพียงชั่วคราว แต่สะท้อนว่าภาครัฐสหรัฐฯ พร้อมดำเนินมาตรการเพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาดตราสารหนี้ ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนฟื้นตัวและแรงซื้อกลับเข้าสู่หุ้นเติบโตอีกครั้ง

แรงซื้อกระจุกตัวในหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ โดย SK Hynix พุ่งขึ้นมากกว่า 12% หลังประกาศโครงการซื้อหุ้นคืน (Share Buyback) ซึ่งช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อแนวโน้มผลประกอบการและฐานะการเงินของบริษัท นอกจากนี้ ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในตลาด KOSPI ยังออกมาแข็งแกร่งในวงกว้าง โดยยอดขายของบริษัทจดทะเบียน 634 แห่งในช่วงครึ่งแรกของปีเพิ่มขึ้น 28.84% เมื่อเทียบกับปีก่อน กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 254.15% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 333.30% ขณะที่เมื่อไม่รวม Samsung Electronics และ SK Hynix บริษัทที่เหลือยังมียอดขายเติบโต 15.01% กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 75.61% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 119.68% สะท้อนว่าการฟื้นตัวของผลประกอบการไม่ได้จำกัดอยู่เพียงหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ แต่ขยายไปยังภาคธุรกิจอื่นด้วย อีกทั้งอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนของบริษัทจดทะเบียนลดลงเหลือ 100.81% จากสิ้นปีก่อน สะท้อนฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น

Finnomena Funds ประเมินว่า แม้ Bond Yield ที่อยู่ในระดับสูงยังอาจสร้างความผันผวนให้ตลาดในระยะสั้น แต่ปัจจัยพื้นฐานของตลาดหุ้นเกาหลีใต้ยังแข็งแกร่งจากการใช้งาน AI ที่เติบโตต่อเนื่อง และการเร่งลงทุนของ Hyperscaler ทั้งในสหรัฐฯ และจีน ซึ่งช่วยให้การเติบโตของอุตสาหกรรมหน่วยความจำกระจายตัวมากขึ้น นอกจากนี้ การปรับฐานของหุ้นก่อนหน้าทำให้ Margin of Safety ของการลงทุนเพิ่มขึ้น และระดับ Valuation กลับมาน่าสนใจมากขึ้น ขณะที่อุปทาน DRAM จากโรงงานใหม่คาดว่าจะเริ่มเข้าสู่ตลาดเร็วที่สุดในช่วงไตรมาส 2–3 ปี 2570 จึงยังไม่กดดันแนวโน้มกำไรในช่วง 6 เดือนข้างหน้า

โดยยังคงคำแนะนำ Buy ต่อหุ้นเกาหลีใต้ และแนะนำทยอยสะสมกองทุน KT-KOREA สำหรับการลงทุนระยะกลางถึงยาว

จัดทำโดยบลป. เดฟินิทสำหรับบลน. ฟินโนมีนา (Finnomena Funds)


คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FinnomenaPort | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299