
TOP11USA หรือ กองทุนเปิด ท็อป 11 ยูเอสเอ โดยคัดเลือก 11 หุ้นสหรัฐอเมริกาขนาดใหญ่ ที่มีมูลค่าตลาดสูง มีสภาพคล่องดี และเป็นผู้นำในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมหลักจากดัชนี S&P500
กองทุนมีนโยบายการลงทุนแบบ Active Management โดยคัดเลือกหุ้นอเมริกาจำนวน 11 ตัว จากดัชนี S&P500 และกระจายน้ำหนักการลงทุนเท่า ๆ กันแบบ Equal-Weight พร้อมปรับพอร์ตสม่ำเสมออย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง
รายละเอียดสำคัญอื่น ๆ
- ความเสี่ยงระดับ 6 – กองทุนรวมตราสารทุน
- นโยบายการจ่ายปันผล: ไม่จ่าย
- นโยบายค่าเงิน: ไม่ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน (Unhedged)
- ลงทุนขั้นต่ำครั้งแรก 500 บาท และครั้งถัดไป 1 บาท
- ค่าธรรมเนียมขาย (Front-end Fee) 1.000%
- ค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน (Back-end Fee) ไม่มี
- ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) 1.605% ต่อปี
- รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด 1.9581% ต่อปี
- ข้อมูลจากหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ ณ วันที่ 15/07/2026
- ศึกษารายละเอียดของกองทุนเพิ่มเติมได้ที่ Finnomena Funds
TOP11USA ลงทุนในอะไรบ้าง?
ตัวอย่างหุ้นในพอร์ตของกองทุน TOP11USA ประกอบไปด้วย หุ้นอเมริกาที่เป็นบริษัทขนาดใหญ่ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมกับมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดสูงสุด โดยในอุตสาหกรรมเดียวกันต้องมีหุ้นไม่เกิน 5 บริษัท เช่น
- Nvidia ผู้พัฒนาชิปประมวลผลของ GPU เบอร์หนึ่งของโลก
- Apple บริษัทที่มีฐานผู้ใช้งานมหาศาลทั้ง iPhone, iPad, Mac และบริการดิจิทัลต่าง ๆ
- Microsoft ผู้นำซอฟต์แวร์ Cloud AI และบริการอย่าง Microsoft, Windows, Linkedin
- Eli Lilly ผู้นำนวัตกรรมด้านสุขภาพ เช่น ยาเบาหวาน มะเร็ง ภูมิคุ้มกัน และระบบประสาท
- Berkshire Hathaway โฮลดิ้งที่ลงทุนในธุรกิจคุณภาพ ด้วยกลยุทธ์การลงทุนแบบเน้นคุณค่า
จุดเด่นกองทุน
- คัดเฉพาะ 11 หุ้นผู้นำในอเมริกา โดยครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น AI, Cloud, Digital Platform, Healthcare, Financials และ Consumer
- ได้ลงทุนในกลุ่มบริษัทที่คุมเศรษฐกิจโลก ที่มีความได้เปรียบด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี มีความสามารถในการแข่งขันสูง และฐานรายได้แข็งแกร่งระดับโลก
- ลงทุนในตลาดหุ้นที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งหุ้นอเมริกายังคงจำเป็นสำหรับใช้เป็น Core-Port เพื่อเป้าหมายในการถือลงทุนระยะยาว
สนใจกองทุน TOP11USA
คำเตือน:ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299
บริการและความโปร่งใสในการลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม Finnomena
1. ค่าตอบแทนการใช้บริการและคำแนะนำ (Trailer Fee): Trailer Fee คือค่าตอบแทนที่บริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) จัดสรรให้กับตัวแทนสนับสนุนการขายหน่วยลงทุน (Selling Agent) โดยแบ่งมาจากค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ที่กองทุนเรียกเก็บอยู่แล้ว ผู้ลงทุนจึงไม่มีภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มเติม
- วัตถุประสงค์: เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ทั้งการให้คำแนะนำการลงทุน การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม และบริการหลังการขายอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง
2. การบริหารจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest): เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและรักษาประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน เรามีการจัดการใน 2 ระดับ ดังนี้
- ระดับองค์กร (Firm Level): เรามีกลไกคัดเลือกและเสนอขายกองทุนรวมโดยยึดถือประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน (Best Interest) เป็นสำคัญ โดยใช้ปัจจัยด้านผลตอบแทนและความเสี่ยงเป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณา โดยเฉพาะในกรณีที่กองทุนรวมมีนโยบายการลงทุนที่คล้ายคลึงกันแต่มีอัตรา Trailer Fee ที่แตกต่างกัน เพื่อให้มั่นใจว่าการแนะนำกองทุนเป็นไปอย่างเป็นกลางและโปร่งใส
- ระดับผู้แนะนำการลงทุนอิสระ (Independent IC): ในกรณีที่ท่านรับบริการผ่าน IC อิสระ ผู้แนะนำฯ จะต้องแสดงตนและแจ้งสังกัดอย่างชัดเจน หาก IC มีหลายสังกัดที่อาจให้ผลตอบแทนต่างกัน IC มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลความขัดแย้งทางผลประโยชน์ดังกล่าวให้ท่านทราบ เพื่อให้ท่านมีข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจ
3. บริการและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ลงทุน: ลงทุนผ่าน Finnomena ได้มากกว่าแค่การซื้อขาย
- One-Stop Platform: รวมกองทุนชั้นนำจากหลากหลาย บลจ. จบในบัญชีเดียว
- Smart Tools: เครื่องมือวางแผนและจัดพอร์ต (Portfolio Construction) ตามเป้าหมายและความเสี่ยงที่เหมาะสม
- Market Insights: อัปเดตข่าวสาร บทวิเคราะห์ และแจ้งเตือนปรับพอร์ต (Rebalancing) ให้ทันสถานการณ์อยู่เสมอ
