
พอร์ตการลงทุนย่อ-ซื้อ ขึ้น-ขาย สไตล์ FundTalk The Contrarian แนะนำขายกองทุน A-SLVP และซื้อกองทุน TOP11USA

สนใจลงทุน Dynamic Contrarian Model Portfolio
คลิกเลย
แนะนำ “ขาย” กองทุน A-SLVP
Source: Finnomena Funds, Tradingview data as of 28/08/2026
ในช่วงที่ผ่านมา ราคาหุ้นกลุ่มเหมืองทองคำและเหมืองเงินปรับตัวขึ้นอย่างมาก โดยได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และกระแส Debasement Trade หรือการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีอุปทานจำกัดเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการด้อยค่าของเงินสกุลหลัก โดยเฉพาะจากความกังวลเกี่ยวกับหนี้รัฐบาลสหรัฐฯ ที่อยู่ในระดับสูงและความเสี่ยงด้านนโยบายการคลัง ส่งผลให้ราคาหุ้นเหมืองทองคำปรับตัวขึ้นมากกว่า 50% จากจุดต่ำสุด และหุ้นเหมืองเงินปรับตัวขึ้นมากกว่า 45% จากจุดต่ำสุด ตามลำดับ
FundTalk มองว่าการปรับตัวขึ้นดังกล่าวสะท้อนปัจจัยบวกไปมากพอสมควรแล้ว และตามหลัก Contrarian Investment ที่เน้นการรักษาวินัยในการทำกำไรเมื่อสินทรัพย์ที่เคยปรับตัวลงแรงสามารถฟื้นตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ FundTalk จึงมีคำแนะนำ ขายทำกำไรกองทุน A-SLVP ซึ่งลงทุนในหุ้นเหมืองเงิน
แนะนำ “ซื้อ” กองทุน TOP11USA
Source: Finnomena Funds, Bloomberg data as of 28/08/2026
หลังจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ Hyperscaler มีช่วงที่ราคาปรับฐานลง FundTalk มองว่ากลุ่มดังกล่าวเริ่มกลับมาอยู่ในจุดที่น่าสนใจอีกครั้ง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก Earnings Revision ที่ปรับตัวขึ้น ขณะที่ Valuation ยังไม่แพงเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี ซึ่งสอดคล้องกับกรอบการลงทุนแบบ Contrarian ที่มองหาสินทรัพย์พื้นฐานแข็งแกร่ง แต่ราคาปรับตัวลงหรือขึ้นช้ากว่ากลุ่มอื่น
Big Tech CapEX and FCF (as %of cash)

Source: Finnomena Funds, Bloomberg data as of 25/08/2026
หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการลงทุนด้าน AI Infrastructure และ Data Center ที่ยังอยู่ในช่วงขยายตัว โดย Big Tech ยังคงเพิ่ม CapEx เพื่อรองรับความต้องการ Computing และ AI ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว แม้ระดับการลงทุนจะสูงขึ้นมาก แต่บริษัทเหล่านี้ยังมีฐานะทางการเงินและกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง ทำให้สามารถรองรับการลงทุนขนาดใหญ่เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันระยะยาวได้ โดยมีเพียง ORCL และ SPCX ที่มี FCF ติดลบเมื่อเทียบกับเงินสดในงบดุล โดยกองทุน TOP11USA ไม่ได้ลงทุนในหุ้นดังกล่าว
การประมาณการกำไร (Adjusted Net Income) ของหุ้น Nvidia
Source: Finnomena Funds, Bloomberg data as of 28/08/2026
ภาพดังกล่าวสะท้อนผ่านผลประกอบการของ Nvidia ซึ่งมีรายได้ล่าสุดประมาณ 96.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เติบโต 106% YoY และรายได้จาก Data Center ประมาณ 89.0 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เติบโต 117% YoY สะท้อนว่า Demand จาก AI Infrastructure ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง อีกทั้งตลาดยังคาดการณ์กำไรของ Nvidia ว่าจะเติบโตถึง 93% YoY ในปีนี้
Source: Finnomena Funds, Reuters data as of 30/07/2026
อีกหนึ่ง Catalyst สำคัญคือ การที่ Anthropic กำลังจะเตรียม IPO (Initial Public Offering) โดย Anthropic มีแผนเปิดเผยเอกสารสำหรับการเสนอขายหุ้นต่อประชาชน หลัง Labor Day และเตรียมเข้าสู่กระบวนการ Roadshow ในช่วงปลายไตรมาส 3 ก่อนคาดว่าจะเข้าตลาดในช่วงปลายเดือนกันยายนหรือต้นไตรมาส 4 ปีนี้
Anthropic นั้นมีความเชื่อมโยงกับ Big Tech หลายราย โดย Amazon ถือสัดส่วนประมาณ 16.5% และ Google ประมาณ 14% ขณะที่ Microsoft และ NVIDIA ก็มีสัดส่วนการลงทุนใน Anthropic เช่นกัน ดังนั้นการเติบโตของ Anthropic และการ IPO จึงไม่ได้เป็นเพียง Catalyst ของบริษัท AI โดยตรง แต่ยังมีโอกาสสร้างมูลค่าและ Sentiment เชิงบวกต่อผู้ลงทุนใน AI Ecosystem โดยเฉพาะ Big Tech ที่มี Strategic Investment ในบริษัทดังกล่าว
ด้วยเหตุผลดังกล่าว FundTalk จึงแนะนำ ขายทำกำไรกองทุน A-SLVP ซึ่งมีสัดส่วน 15% ในพอร์ต DCM หลังจากหุ้นเหมืองเงินปรับตัวขึ้นมากกว่า 40% จากจุดต่ำสุด และนำเงินดังกล่าวไปลงทุนในกองทุน TOP11USA เพื่อเพิ่มน้ำหนักในหุ้นสหรัฐฯ ชั้นนำที่ได้รับประโยชน์จากการเติบโตของ AI, Hyperscaler และ AI Infrastructure รวมถึงรับ Catalyst จาก Anthropic IPO ในระยะถัดไป
Dynamic Contrarian Model Portfolio แนะนำขาย A-SLVP และซื้อ TOP11USA
- กองทุนหุ้น Bluechip สหรัฐฯ ES-USBLUECHIP สัดส่วน 20%
- กองทุนหุ้นเทคโนโลยีจีน KFCHINA-T10PLUS-A สัดส่วน 20%
- กองทุนหุ้นชิปเอเชียต้นน้ำ A-ASEMI สัดส่วน 20%
- กองทุนหุ้นแร่หายาก ONE-RAREEARTH สัดส่วน 15%
- กองทุนหุ้นสหรัฐฯ ชั้นนำ TOP11USA สัดส่วน 15%
- กองทุนหุ้นพลังงานแสงอาทิตย์ LHSOLAR สัดส่วน 10%
สนใจลงทุน Dynamic Contrarian Model Portfolio
คลิกเลย
จัดทำโดยบลป.เดฟินิท (Definit) สำหรับบลน. ฟินโนมีนา (Finnomena Funds)
สามารถเข้าถึงรายละเอียดกองทุนต่าง ๆ และ Fund Fact Sheet ได้จาก Link บนชื่อกองทุน
อย่าลืมเปิดฟังก์ชันปรับพอร์ตอัตโนมัติ! Automatic Allocation ช่วยบริหารพอร์ตตามสภาวะตลาด สะดวก ใช้งานง่าย ให้คุณปรับสมดุลพอร์ตอยู่ในสถานะที่เหมาะสมอยู่เสมอ
สามารถเปิดใช้ Automatic Allocation ได้แล้ววันนี้ที่พอร์ตการลงทุนของคุณ หรือดูวิธีการได้ที่ Finnomena Funds Automatic Allocation
คำเตือน
ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299
บริการและความโปร่งใสในการลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม Finnomena
- ค่าตอบแทนการใช้บริการและคำแนะนำ (Trailer Fee) : Trailer Fee คือค่าตอบแทนที่บริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) จัดสรรให้กับตัวแทนสนับสนุนการขายหน่วยลงทุน (Selling Agent) โดยแบ่งมาจากค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ที่กองทุนเรียกเก็บอยู่แล้ว ผู้ลงทุนจึงไม่มีภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มเติม
- วัตถุประสงค์: เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ทั้งการให้คำแนะนำการลงทุน การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม และบริการหลังการขายอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง
- การบริหารจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) : เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและรักษาประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน เรามีการจัดการใน 2 ระดับ ดังนี้:
3.1 ระดับองค์กร (Firm Level): เรามีกลไกคัดเลือกและเสนอขายกองทุนรวมโดยยึดถือประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน (Best Interest) เป็นสำคัญ โดยใช้ปัจจัยด้านผลตอบแทนและความเสี่ยงเป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณา โดยเฉพาะในกรณีที่กองทุนรวมมีนโยบายการลงทุนที่คล้ายคลึงกันแต่มีอัตรา Trailer Fee ที่แตกต่างกัน เพื่อให้มั่นใจว่าการแนะนำกองทุนเป็นไปอย่างเป็นกลางและโปร่งใส
3.2 ระดับผู้แนะนำการลงทุนอิสระ (Independent IC): ในกรณีที่ท่านรับบริการผ่าน IC อิสระ ผู้แนะนำฯ จะต้องแสดงตนและแจ้งสังกัดอย่างชัดเจน หาก IC มีหลายสังกัดที่อาจให้ผลตอบแทนต่างกัน IC มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลความขัดแย้งทางผลประโยชน์ดังกล่าวให้ท่านทราบ เพื่อให้ท่านมีข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจ
- บริการและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ลงทุน : ลงทุนผ่าน Finnomena ได้มากกว่าแค่การซื้อขาย:
4.1 One-Stop Platform: รวมกองทุนชั้นนำจากหลากหลาย บลจ. จบในบัญชีเดียว
4.2 Smart Tools: เครื่องมือวางแผนและจัดพอร์ต (Portfolio Construction) ตามเป้าหมายและความเสี่ยงที่เหมาะสม
4.3 Market Insights: อัปเดตข่าวสาร บทวิเคราะห์ และแจ้งเตือนปรับพอร์ต (Rebalancing) ให้ทันสถานการณ์อยู่เสมอ






