สรุปผลตอบแทนของ DGS DSS ประจำเดือนสิงหาคม

ภาพรวมผลตอบแทนและกลยุทธ์การลงทุนของพอร์ต Definit Global Select (DGS) ที่ลงทุนหุ้นโลกผ่าน DR และพอร์ต Definit SET Select (DSS) ที่คัดเลือกหุ้นไทย ประจำเดือนสิงหาคม 2026

ภาพรวมเศรษฐกิจมหภาคและมุมมองการลงทุน

ประเด็นที่นักลงทุนให้ความสนใจมากที่สุดในเดือนที่ผ่านมาคือทิศทางอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ และการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในวันที่ 15–16 กันยายนนี้ โดยตลาดโดยรวมประเมินโอกาสที่ Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไว้ราว 60% และคงอัตราดอกเบี้ยไว้ราว 40% อย่างไรก็ดี เรามีมุมมองที่แตกต่างจากตลาด โดยยืนอยู่ฝั่ง 40% หรือฝั่งที่เชื่อว่า Fed จะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในรอบนี้ แม้อัตราเงินเฟ้อจะยังสูงกว่ากรอบเป้าหมายที่ 2% ก็ตาม ด้วยเหตุผลสองประการ ประการแรกคือผลการลงมติในการประชุมรอบก่อนหน้าที่คณะกรรมการ 12 ท่านลงมติให้คงอัตราดอกเบี้ย 9 เสียงต่อ 3 เสียง ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ยังห่างกันพอสมควรและยังไม่มีสัญญาณว่าจะพลิกข้าง และประการที่สองคือแรงกดดันเงินเฟ้อส่วนใหญ่ในรอบนี้มาจากปัจจัยสงครามซึ่งเป็นเรื่องชั่วคราว โดยทั่วไปคณะกรรมการมักไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อตอบสนองต่อปัจจัยชั่วคราวในลักษณะนี้ ประกอบกับราคาน้ำมันเองก็ไม่ได้กลับไปทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้ง

CME FedWatch Tool

Source: CME Fedwatch Tool, Data as of 2 September 2026

ทั้งนี้ หาก Fed ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจริง ย่อมส่งผลกระทบเชิงลบต่อสินทรัพย์เสี่ยงในภาพรวม รวมถึงพอร์ต Definit Global Select ที่มีลักษณะกระจุกตัวสูงและถือหุ้นที่มีค่าความผันผวนสูง ซึ่งจะปรับตัวขึ้นแรงและลงแรงกว่าตลาดโดยรวม อันเป็นคุณลักษณะที่พบเห็นมาตั้งแต่ขั้นตอนการทดสอบกลยุทธ์ย้อนหลัง อย่างไรก็ดี เราประเมินว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะมีลักษณะเป็นการปรับฐาน  ตามรอบมากกว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของภาวะตลาดขาลงที่ยาวนาน เนื่องจากรอบขาลงที่ยืดเยื้ออย่างในปี 2022 นั้นเกิดขึ้นจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจากระดับ 0% ไปสู่ระดับ 5% แบบต่อเนื่องขาเดียว ขณะที่รอบนี้แม้ในกรณีที่มีการปรับขึ้นจริง ก็คาดว่าจะเกิดขึ้นเพียง 1–2 ครั้งเท่านั้น

Definit Global Select พอร์ตการลงทุนหุ้นโลกผ่าน DR

ผลการดำเนินงานพอร์ต Definit Global Select (DGS)

ผลการดำเนินงานพอร์ต Definit Global Select (DGS)

Source: Definit, Data as of 31 August 2026
*ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

ตั้งแต่จัดตั้งพอร์ตเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2025 พอร์ต Definit Global Select มีผลตอบแทนสะสมอยู่ที่ 29.3% โดยผลตอบแทนยังคงตามหลังดัชนีหุ้นโลก MSCI ACWI อยู่พอสมควร ขณะที่ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 2026 จนถึงปัจจุบันหรือ YTD  ในช่วง 8 เดือนแรก อยู่ที่ประมาณ 11% ซึ่งเป็นตัวเลขที่หักค่าธรรมเนียมในการซื้อขายหลักทรัพย์ออกไปเรียบร้อยแล้ว

ผลการดำเนินงานตั้งแต่จัดตั้งพอร์ต DGS

Source: Definit, Data as of 31 August 2026
*ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา พอร์ต Definit Global Select ทำผลตอบแทนได้ +1.85% ขณะที่ดัชนีหุ้นโลกเมื่อแปลงเป็นสกุลเงินบาทปรับตัวขึ้นราว 2.1% จึงถือว่าพอร์ต Underperform ดัชนีอ้างอิงไปเล็กน้อย ซึ่งเป็นภาพที่ค่อนข้างแฟลตหรือทรงตัวเมื่อเทียบกับความผันผวนในเดือนก่อนหน้า สาเหตุสำคัญมาจากการที่พอร์ตให้น้ำหนักกับหุ้นกลุ่ม Tech Hardware หรือกลุ่มผู้ผลิตอุปกรณ์และชิ้นส่วนเทคโนโลยีค่อนข้างมาก ซึ่งในเดือนที่ผ่านมากลุ่มดังกล่าวฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้น้อยมากเมื่อเทียบกับตลาดโดยรวม สะท้อนได้จากการเคลื่อนไหวของกองทุน ETF ที่ใช้เป็นตัวแทนของกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ซึ่งแทบไม่ได้ปรับตัวขึ้นเลยในเดือนเดียวกัน ทั้งนี้ พอร์ต DGS ไม่ได้ตั้งใจออกแบบให้เป็นพอร์ตที่กระจุกตัวในกลุ่ม Hardware หรือกลุ่ม Semiconductor ที่เกี่ยวข้องกับ AI แต่เป็นผลจากการที่ระบบคัดเลือกหุ้นตามสัญญาณ Momentum (แรงส่งของราคาและการปรับประมาณการกำไร) ในช่วงก่อนหน้า ซึ่งส่งผลให้หน้าพอร์ตเอียงไปทางกลุ่มดังกล่าว

ภาพรวมการถือครอง DR ประจำเดือนสิงหาคม

ภาพรวมการถือครอง DR ประจำเดือนสิงหาคม

Source: Definit, Data as of 31 August 2026

พอร์ตถือครอง DR รวมทั้งสิ้น 10 ตัว โดยให้น้ำหนักแบบ Equal Weight หรือเท่ากันตัวละ 10% ณ วันปรับพอร์ต แบ่งเป็น DR หุ้นสหรัฐฯ 6 ตัวคิดเป็นน้ำหนักรวม 60% ได้แก่ GOOG23, AMZN23, SNOW23, MICRON19, LITE23 และ SEAGATE23 DR หุ้นญี่ปุ่น 3 ตัวคิดเป็นน้ำหนักรวม 30% ได้แก่ KIOXIA23, SUSHI23 ซึ่งเป็น DR ของ Food and Life Companies บริษัทแม่ของร้านอาหารแบรนด์ Sushiro และ HONDA19 และหุ้นจีน 1 ตัวคิดเป็นน้ำหนัก 10% คือ ZJINNO80 ผู้ผลิตอุปกรณ์รับส่งข้อมูลด้วยแสงที่เป็นชิ้นส่วนสำคัญของโครงข่ายภายใน Data Center ในเชิงกลุ่มอุตสาหกรรม 

สำหรับการปรับพอร์ตในช่วงต้นเดือนสิงหาคม มี DR เข้าพอร์ตใหม่ 2 ตัว ได้แก่ AMZN23 ในฝั่งสหรัฐฯ และ HONDA19 ในฝั่งญี่ปุ่น ขณะที่คัดออกไป 2 ตัว ได้แก่ CNRE80 ซึ่งเป็นหุ้นจีนในกลุ่มแร่หายาก และ GEV23 ซึ่งเป็นหุ้นสหรัฐฯ ในกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงาน

พอร์ตยังคงเน้นน้ำหนักไปที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเป็นหลัก ผสมผสานกับหุ้นในกลุ่ม Communication Service และกลุ่ม Consumer Discretionary ซึ่งเป็นกลุ่มที่ยังสามารถคาดหวังการเติบโตได้เช่นกัน

Lumentum

Source: Definit, Data as of 31 August 2026
*ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา จากหุ้นทั้งหมด 10 ตัวในพอร์ต มีหุ้นที่สร้างผลตอบแทนเป็นบวก 6 ตัว และติดลบ 4 ตัว โดย DR ที่เป็นแรงหนุนหลักคือ LITE23 ซึ่งเป็น DR ของ Lumentum ผู้ผลิตอุปกรณ์ Optical Device หรืออุปกรณ์รับส่งข้อมูลด้วยแสงที่ใช้เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกันภายใน Data Center โดยปรับตัวขึ้นถึง 21.9% ในเดือนเดียว ซึ่งถือเป็นการฟื้นตัวกลับขึ้นมาหลังจากที่ปรับตัวลงค่อนข้างแรงในเดือนกรกฎาคมตามภาวะตลาดของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่ม Hardware แรงหนุนสำคัญมาจากผลประกอบการไตรมาส 4 ปีบัญชี 2026 ที่ประกาศออกมาในช่วงปลายเดือนสิงหาคม โดยมีรายได้ราว 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเติบโตประมาณ 2 เท่าเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ Gross Margin หรืออัตรากำไรขั้นต้นปรับขึ้นจาก 37.8% มาอยู่ที่ 50% สะท้อนความต้องการอุปกรณ์ Optical ที่แข็งแกร่งตามการขยายตัวของ Data Center นอกจากนี้ยังมี SNOW23 ซึ่งเป็นหุ้นซอฟต์แวร์ และ KIOXIA23 ซึ่งเป็นหุ้นฮาร์ดแวร์ ที่ปรับตัวขึ้นมาเช่นกันหลังจากที่ปรับตัวลงแรงในเดือนกรกฎาคม

ในทางกลับกัน DR ที่ทำผลตอบแทนได้ไม่ดีในเดือนที่ผ่านมาคือ AMZN23, SEAGATE23 และ ZJINNO80 ซึ่งปรับตัวลงตามภาวะของกลุ่มอุตสาหกรรมมากกว่าปัจจัยเฉพาะตัวของบริษัท แต่โดยรวมแล้วผลบวกจากหุ้นที่ปรับตัวขึ้นยังมากกว่าผลลบจากหุ้นที่ปรับตัวลง เลยส่งผลให้ผลตอบแทนรวมของพอร์ตในเดือนสิงหาคมออกมาเป็นบวกตามที่เราคาดหวังไว้

หนึ่งใน DR ที่น่าสนใจซึ่งเพิ่งเข้าพอร์ตในเดือนสิงหาคมคือ HONDA19 ผู้ผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์สัญชาติญี่ปุ่น ซึ่งอาจไม่ใช่ชื่อแรกที่นักลงทุนคาดว่าจะปรากฏในพอร์ตที่เน้นหุ้นเติบโตและหุ้น Momentum เหตุผลเชิงพื้นฐานที่ทำให้ HONDA19 ผ่านเกณฑ์คือ เมื่อปีที่ผ่านมาบริษัทได้ตัดสินใจครั้งสำคัญด้วยการยุติการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า (EV) หลังจากที่ดำเนินธุรกิจในส่วนนี้ได้ค่อนข้างลำบาก และมีการบันทึกผลขาดทุนจากธุรกิจ EV ลงในงบการเงินของปีที่แล้ว ส่งผลให้กำไรสุทธิของปีก่อนอยู่ในระดับต่ำมาก เมื่อบริษัทกลับมาโฟกัสธุรกิจที่ถนัดคือรถยนต์สันดาปและรถจักรยานยนต์ ผลประกอบการจึงกลับสู่ระดับปกติ และเมื่อคำนวณเป็นอัตราการเติบโตบนฐานที่ต่ำของปีก่อน ตัวเลขการเติบโตจึงออกมาโดดเด่นมาก ประกอบกับผู้บริหารได้ปรับเพิ่มเป้าหมายกำไรสุทธิของปีบัญชี 2027 จาก 260 พันล้านเยน ขึ้นมาเป็น 400 พันล้านเยน หรือคิดเป็นการปรับประมาณการขึ้นราว 53% ซึ่งถือว่าค่อนข้าง Aggressive และเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดการปรับประมาณการกำไรขึ้นในเชิงบวก อันเป็นหัวใจสำคัญของกรอบการคัดเลือกหุ้นของพอร์ต ทั้งนี้ แม้ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีของ Honda จะยังตามหลังดัชนี TOPIX ซึ่งเป็นดัชนีตัวแทนของตลาดหุ้นญี่ปุ่นโดยรวม แต่นับตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นมา ราคาหุ้นกลับปรับตัวขึ้นได้ชันกว่าดัชนีอย่างชัดเจน สะท้อนว่า Momentum ของหุ้นสามารถไล่ตามกลับขึ้นมาได้ดี

Top 5 gain and Top 5 loss

Source: Definit, Data as of 31 August 2026
*ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

หากพิจารณา DR 5 อันดับที่สร้างผลตอบแทนได้ดีที่สุดนับตั้งแต่จัดตั้งพอร์ต จะพบว่าส่วนใหญ่เป็นหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่ม Hardware ได้แก่ MICRON19 ซึ่งยังคงอยู่ในพอร์ตจนถึงปัจจุบันและเป็นหุ้นที่ถือครองมานานที่สุดโดยนำเข้าพอร์ตครั้งแรกตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2026 ในขณะที่ HUAHONG23 ซึ่งเป็น DR หุ้นเซมิคอนดักเตอร์จีนที่ปัจจุบันคัดออกไปแล้ว รวมถึง AVGO80 ที่ขายออกไปแล้ว ส่วน SEAGATE23 และ ZJINNO80 ยังคงอยู่ในพอร์ต ขณะที่ในฝั่งของ DR ที่ทำผลตอบแทนได้แย่ที่สุดนับตั้งแต่จัดตั้งพอร์ต ประกอบด้วย KIOXIA23 ซึ่งเป็นเพียงตัวเดียวที่ยังคงถือครองอยู่ในพอร์ตปัจจุบัน ส่วนอีก 4 ตัวคือ GANFENG23, GRAB80, GDS23 ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจ Data Center ในจีนและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง และ NINTENDO19 ได้ถูกระบบคัดออกจากพอร์ตไปทั้งหมดแล้ว

ผู้ที่สนใจลงทุนหุ้นโลก Definit Global Select

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกเลย หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้แนะนำการลงทุนของท่าน


Definit Set Select พอร์ตการลงทุนหุ้นไทย

ผลการดำเนินงานพอร์ต Definit SET Select (DSS)

ผลการดำเนินงานพอร์ต Definit SET Select (DSS)ผลการดำเนินงานพอร์ต Definit SET Select (DSS)

Source: Definit, Data as of 31 August 2026
*ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

ตั้งแต่ต้นปี 2026 จนถึงปัจจุบัน พอร์ต Definit SET Select สร้างผลตอบแทนได้แล้วประมาณ +25.1% ซึ่งถือเป็นปีที่พอร์ตสร้างผลการดำเนินงานให้กับนักลงทุนได้ค่อนข้างดี อย่างไรก็ดี หากพิจารณาผลตอบแทนสะสมตั้งแต่ต้นปี พอร์ตยังคงให้ผลตอบแทนตามหลังดัชนี SETTRI โดยในช่วง 8 เดือนแรกของปี พอร์ตทำผลตอบแทนชนะดัชนีได้ 4 เดือนจากทั้งหมด 8 เดือน สาเหตุหลักที่ผลตอบแทนสะสมยังตามหลังดัชนีมาจากการที่พอร์ตไม่เคยถือครองหุ้น DELTA ซึ่งเป็นหุ้นที่มีน้ำหนักสูงและมีอิทธิพลต่อทิศทางของดัชนีหุ้นไทยอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2 เดือนหลังที่ผ่านมา ภาพกลับพลิกไปในทางตรงกันข้าม โดยตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นมา DELTA ได้กลายเป็นตัวฉุดดัชนีหุ้นไทย เนื่องจากราคาหุ้นเคลื่อนไหวสอดคล้องกับหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ในตลาดโลกที่ปรับฐานลงแรงในเดือนกรกฎาคมและยังฟื้นตัวได้ไม่มากนัก จึงส่งผลให้ผลตอบแทนของพอร์ต Definit SET Select ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาอยู่เหนือกว่าดัชนี SET Index ที่รวมเงินปันผลแล้วอย่างมีนัยสำคัญ

ผลการดำเนินงานพอร์ต Definit SET Select (DSS)

ผลการดำเนินงานพอร์ต Definit SET Select (DSS)

Source: Definit, Data as of 31 August 2026
*ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

สำหรับกลุ่มหุ้นที่เป็นแรงขับเคลื่อนผลตอบแทนของพอร์ตในเดือนที่ผ่านมาคือหุ้นกลุ่มโรงกลั่นน้ำมัน ซึ่งปัจจุบันพอร์ตถือครองอยู่ 3 บริษัท ได้แก่ SPRC, บางจาก และ ไทยออยล์ โดยในเดือนสิงหาคม SPRC และบางจากสามารถสร้างผลตอบแทนได้ประมาณ 20% ปัจจัยสนับสนุนสำคัญของกลุ่มนี้มาจากค่าการกลั่นที่อยู่ในระดับสูงผิดปกติอย่างมาก โดยในภาวะปกติค่าการกลั่นควรอยู่ที่ระดับเลขหลักเดียวหรือประมาณ 4–5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ในครึ่งปีแรกของปีนี้ค่าการกลั่นเมื่อไม่รวมกำไรหรือขาดทุนจากสต็อกน้ำมันอยู่ที่ราว 17 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และในไตรมาสที่ 2 ปรับขึ้นไปแตะระดับ 20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สาเหตุมาจากภาวะสงครามที่ยังไม่ยุติ ซึ่งทำให้ปัญหาในตลาดน้ำมันโลกไม่ได้อยู่ที่การขาดแคลนน้ำมันดิบ แต่อยู่ที่การขาดแคลนน้ำมันสำเร็จรูปที่ผ่านการกลั่นแล้วอย่างน้ำมันเบนซินและดีเซล ประกอบกับความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ยังดำเนินอยู่ โรงกลั่นในรัสเซียถูกโจมตี และรัสเซียประกาศระงับการส่งออกน้ำมันดีเซล จึงยิ่งซ้ำเติมภาวะตึงตัวของอุปทานน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดโลก โดยรวมแล้วแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มโรงกลั่นเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ผลตอบแทนของพอร์ตในช่วง 2–3 เดือนที่ผ่านมาสามารถทำได้ดีกว่าตลาดโดยรวม

กรณีของหุ้นกลุ่มโรงกลั่นถือเป็นตัวอย่างที่สะท้อนจุดเด่นของการลงทุนด้วยระบบได้เป็นอย่างดี เนื่องจากการเข้าลงทุนในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากค่าการกลั่นซึ่งสูงขึ้นด้วยเหตุผลจากภาวะสงคราม เป็นสิ่งที่ผู้จัดการกองทุนที่ใช้วิจารณญาณส่วนบุคคลอาจลังเลที่จะเข้าลงทุน แต่เมื่อระบบตรวจพบว่ามีการปรับประมาณการกำไรขึ้น ราคายังอยู่ในระดับ Valuation ที่ไม่แพงเกินไป และสัญญาณทางเทคนิคเข้าเงื่อนไข ระบบก็เข้าลงทุนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ โดยไม่สนใจว่าเป็นหุ้นที่ทีมงานรู้จักหรือชื่นชอบเป็นการส่วนตัวหรือไม่ ซึ่งช่วยให้พอร์ตสามารถเข้าถึงโอกาสการลงทุนได้อย่างต่อเนื่องและลดอคติส่วนบุคคลออกไป ทั้งนี้ ในเชิงกระบวนการ เรายังคงตรวจสอบความมีประสิทธิภาพของระบบด้วยแบบจำลองทางสถิติเชิงละเอียดในทุกไตรมาส เพื่อยืนยันว่าผลลัพธ์ของการคัดเลือกหุ้นยังคงอยู่ในกรอบที่ออกแบบไว้

ผู้ที่สนใจลงทุนหุ้นไทย Definit SET Select (DSS)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกเลย หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้แนะนำการลงทุนของท่าน


คำเตือน: การลงทุนอาจมีการกระจุกตัวสูงทั้งในรายหุ้นและรายอุตสาหกรรม | การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจสัญญารับฝาก DR ก่อนการลงทุน | การลงทุนผ่าน DR มีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาของหลักทรัพย์ต่างประเทศ และความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา DR เอง | บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน เดฟินิท จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-109-9933 และทาง Email support@definitinvestment.com

tax-saving-funds-2026