
Anthropic ผู้พัฒนาโมเดล AI ชื่อดังอย่าง Claude ออกรายงานภัยคุกคามความปลอดภัยฉบับใหม่เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยกล่าวหา Moonshot AI ดาวรุ่งจากจีน ผู้พัฒนาโมเดล Kimi รวมถึงยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีอย่าง Alibaba, DeepSeek และ Xiaomi ว่าแอบดักส่งคำถามของผู้ใช้งานไปยังโมเดล Claude ของ Anthropic โดยไม่ได้รับอนุญาต แล้วนำคำตอบที่ได้ไปแอบอ้างว่าเป็นผลลัพธ์จากโมเดลของตนเอง เพื่อหวังลัดขั้นตอนการพัฒนาและชิงความได้เปรียบในศึกการแข่งขัน AI โลก
รายงานระบุว่า Moonshot ได้ส่งคำถามของผู้ใช้ Kimi จำนวนเกือบ 300,000 รายการ ไปประมวลผลผ่านโมเดล Claude Opus ของ Anthropic โดยเปิดบัญชีปลอมมากกว่า 5,380 บัญชี ซึ่งส่วนใหญ่ตั้งพิกัดหลอกลวงอยู่ในสิงคโปร์และญี่ปุ่น เพื่อหลบเลี่ยงมาตรการป้องกัน เนื่องจาก Anthropic ไม่อนุญาตให้เข้าถึงระบบจากภายในประเทศจีน นอกจากนี้ Alibaba ยังนับเป็นผู้ดำเนินการรายใหญ่ที่สุด ด้วยปริมาณการส่งคำสั่งโต้ตอบไปยัง Claude สูงถึงกว่า 151 ล้านครั้งในช่วงพฤษภาคมถึงกรกฎาคม เพื่อนำข้อมูลไปเทรนโมเดล Qwen ของตนเอง
พฤติกรรมดังกล่าวเรียกว่า Illicit Distillation หรือการสกัดกลั่นกรองความรู้แบบผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นการนำผลลัพธ์การประมวลผลจากโมเดล AI ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า ไปใช้เป็นข้อมูลฝึกสอน (Training Data) เพื่อยกระดับความฉลาดให้กับโมเดลที่เล็กกว่าอย่างรวดเร็ว โดย Anthropic ระบุว่า การกระทำเช่นนี้ไม่เพียงแต่เป็นการละเมิดข้อตกลงการใช้งานและทรัพย์สินทางปัญญา แต่ยังทำให้นักพัฒนาจากจีนสามารถลัดขั้นตอนการวิจัยและพัฒนา จนสามารถนำเสนอโมเดล AI ได้ในราคาที่ถูกลง ซึ่งสร้างความเสี่ยงต่อการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมในตลาด
นอกจากประเด็นเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว การดักส่งข้อมูลดังกล่าวยังจุดชนวนความกังวลขั้นรุนแรงด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูล (Data Privacy) เนื่องจากคำถามของผู้ใช้ที่ถูกดักส่งไปยัง Anthropic บางส่วนมีข้อมูลที่ละเอียดย่อนข้างสูง ทั้งข้อมูลวิเคราะห์จากกล้องวงจรปิดของหน่วยงานสอดส่อง ข้อมูลองค์กรข้ามชาติ ตลอดจนข้อมูลส่วนบุคคล โดยที่ผู้ใช้งานเข้าใจว่ากำลังประมวลผลผ่านโมเดลของจีน และไม่รับรู้เลยว่าข้อมูลของตนถูกส่งต่อไปยังเซิร์ฟเวอร์ของบริษัทสหรัฐฯ
ข้อกล่าวหานี้เกิดขึ้นหลังจากที่หน่วยงานความมั่นคงของสหรัฐฯ ออกมาเตือนถึงพฤติกรรมการดึงข้อมูลเชิงลึกจากบริษัทเทคโนโลยีฝั่งอเมริกาโดยกลุ่มแล็บ AI ในจีนอย่างเป็นระบบ ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ของจีนได้ออกมาตอบโต้ก่อนหน้านี้ว่า ข้อกล่าวหาเรื่องการสกัดข้อมูลระดับอุตสาหกรรมนั้นไม่มีหลักฐานทางกฎหมายหรือข้อเท็จจริงรองรับ พร้อมเตือนว่าอาจมีมาตรการตอบโต้ หากสหรัฐฯ ยังคงใช้มาตรการปิดล้อมและกดดันบริษัทเทคโนโลยีของจีนอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ รายงานหนา 145 หน้าของ Anthropic ได้สรุปการสั่งระงับและตรวจพบภัยคุกคามหลากรูปแบบระหว่างเดือนธันวาคม 2568 ถึงสิงหาคม 2569 ซึ่งรวมถึงการพยายามใช้ AI ในการสร้างมัลแวร์ การปฏิบัติการข่าวสารเพื่อสร้างความสับสน และการโจมตีทางไซเบอร์ โดย Anthropic ยืนยันว่าได้สั่งระงับบัญชีที่กระทำความผิดทั้งหมดแล้ว พร้อมทั้งยกระดับระบบรักษาความปลอดภัยเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแอบดักส่งข้อมูลในลักษณะนี้อีกในอนาคต
อ้างอิง: Bloomberg