
หากจะมีบริษัทเทคโนโลยีสักแห่งที่อธิบายความบ้าคลั่งของยุค AI ได้ชัดเจนที่สุด ทั้งความเร็วในการระดมทุน การเติบโตของรายได้ที่พุ่งทวีคูณ และการดึงดูดยักษ์ใหญ่ระดับโลกเข้ามาร่วมห่วงโซ่อุปทาน คำตอบในเวลานี้คงหนีไม่พ้น Anthropic บริษัทที่เพิ่งก่อตั้งเมื่อปี 2021 แต่วันนี้กำลังเดินเข้าสู่กระบวนการเสนอขายหุ้น IPO ด้วยมูลค่าเป้าหมายที่อาจสูงถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์
จุดเริ่มต้นจากความไม่ลงรอยกับ OpenAI
Dario Amodei และ Daniela Amodei | Source: Time
เดือนมกราคม 2021 Dario Amodei อดีตผู้อำนวยการวิจัยของ OpenAI ตัดสินใจเดินออกมาพร้อมกับ Daniela Amodei น้องสาวของเขา และทีมนักวิจัยระดับหัวกะทิอีกกลุ่มหนึ่ง สาเหตุหลักไม่ใช่เรื่องเงินหรือตำแหน่ง แต่เป็นความเห็นที่ต่างกันเรื่องทิศทางการพัฒนา AI ที่กลุ่มผู้ก่อตั้ง Anthropic เชื่อว่าความปลอดภัยและการควบคุมพฤติกรรมของโมเดลควรมาก่อนความเร็วในการออกผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์
ด้วยความเชื่อนี้ Anthropic จึงเลือกจดทะเบียนเป็นบริษัทเพื่อประโยชน์สาธารณะ (Public Benefit Corporation) โครงสร้างแบบนี้เปิดทางให้คณะกรรมการบริหารตัดสินใจโดยชั่งน้ำหนักระหว่างผลตอบแทนของผู้ถือหุ้นกับพันธกิจด้านความปลอดภัยของ AI ได้ในเวลาเดียวกัน โดยไม่ต้องยึดผลประโยชน์ผู้ถือหุ้นเป็นเป้าหมายเดียวเหมือนบริษัทมหาชนทั่วไป
มหากาพย์การระดมทุน
- ยุคเริ่มต้น (2021–2022)
เส้นทางการระดมทุนของ Anthropic เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการในรอบ Series A ด้วยเม็ดเงินราว 124–204 ล้านดอลลาร์ นำโดยนักลงทุนสายเทคระดับตำนานอย่าง Eric Schmidt และ Dustin Moskovitz ก่อนจะขยับสู่รอบ Series B ด้วยเงินทุนอีกราว 500 ล้านดอลลาร์ จาก Sam Bankman-Fried ผ่าน FTX/Alameda Research ดันมูลค่าบริษัทขึ้นสู่ 4,100 ล้านดอลลาร์
- พันธมิตรยักษ์ใหญ่ (2023–2024)
หลังการเปิดตัว Claude การแข่งขันเร่งตัวขึ้นอย่างหนัก Amazon ทุ่มเงินลงทุนรวมสูงถึง 4,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ Google ก้าวเข้ามาร่วมลงทุนด้วยเงินทุนและสัญญาแปลงสภาพอีกกว่า 2,000–3,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อแลกกับการให้ Anthropic ใช้โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์และชิปของตน
- การเติบโตก้าวกระโดดและยุคแห่งการครองตลาด (2025–2026)
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในช่วงต้นปี 2025 เมื่อรายได้ฝั่งองค์กรจากการใช้งาน Claude ด้าน Coding และการประมวลผลข้อมูลเติบโตมหาศาล จนผลักดันมูลค่าบริษัทผ่านรอบระดมทุนอย่างรวดเร็ว
มกราคม 2025 (Series E) ระดมทุน 3,500 ล้านดอลลาร์ มูลค่าบริษัทขยับขึ้นสู่ 61,500 ล้านดอลลาร์
กันยายน 2025 (Series F) ระดมทุน 13,000 ล้านดอลลาร์ ดันมูลค่าบริษัทพุ่งแตะ 183,000 ล้านดอลลาร์
กุมภาพันธ์ 2026 (Series G) ปิดดีลยักษ์ใหญ่ 30,000 ล้านดอลลาร์ นำโดย GIC และ Coatue ส่งผลให้มูลค่าบริษัททะยานสู่ 380,000 ล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม ความน่าสนใจจริง ๆ เกิดขึ้น 3 เดือนให้หลัง เมื่อราคาหุ้น Anthropic ในตลาดรอง (Secondary Market) พุ่งสูงเกือบ 3 เท่าจากรอบ Series G จากความต้องการซื้อที่ล้นหลาม ขณะที่ผู้ถือหุ้นเดิมแทบไม่มีใครยอมขาย
กระทั่งในเดือนพฤษภาคม 2026 Anthropic ได้ปิดรอบ Series H ด้วยเม็ดเงินสูงถึง 65,000 ล้านดอลลาร์ นำโดยกองทุน Venture Capital (VC) ระดับแนวหน้าของซิลิคอนวัลเลย์ อย่าง Altimeter Capital, Dragoneer, Greenoaks และ Sequoia Capital ส่งผลให้มูลค่าบริษัทพุ่งสูงถึง 965,000 ล้านดอลลาร์ แซงหน้า OpenAI (ซึ่งขณะนั้นมีมูลค่าราว 852,000 ล้านดอลลาร์) ขึ้นแท่นสตาร์ทอัปนอกตลาดที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก
นอกจากนี้ ความพิเศษของรอบ Series H คือการปรากฏชื่อของซัพพลายเออร์ต้นน้ำในห่วงโซ่อุปทานอย่าง Samsung, SK Hynix และ Micron เข้าร่วมลงทุนด้วย สะท้อนว่าการระดมทุนครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเก็งกำไรของ VC ทั่วไป แต่เป็นการสร้างพันธมิตรเชิงโครงสร้าง (Strategic Partnership) ระยะยาวร่วมกับผู้ผลิตชิปหน่วยความจำที่เป็นหัวใจหลักในการประมวลผลของ Claude
รายได้พุ่ง 7 เท่าใน 8 เดือน
Anthropic’s Revenue Run Rate | Source: Bloomberg as of 18 Aug 2026
สิ่งที่ดันให้มูลค่าของ Anthropic พุ่งทะยานไม่ใช่แค่กระแส แต่คือตัวเลขรายได้ที่เติบโตแบบทวีคูณ ซึ่งสะท้อนจากตัวเลขต่อไปนี้
- ปลายปี 2023: 850 ล้านดอลลาร์
- ปลายปี 2025: 9,000 ล้านดอลลาร์
- พฤษภาคม 2026: 47,000 ล้านดอลลาร์
- กรกฎาคม 2026: 65,000 ล้านดอลลาร์
คิดเป็นการเติบโตกว่า 7 เท่า ในเวลาไม่ถึง 8 เดือน โดยไตรมาสล่าสุด (Q2/2026) กวาดรายได้ไปกว่า 11,500 ล้านดอลลาร์ (ก้าวกระโดดจาก 787 ล้านดอลลาร์ในปีก่อน) และที่สำคัญคือบริษัทเริ่มพลิกกลับมามีกำไรจากการดำเนินงานเป็นบวกได้แล้วในไตรมาสนี้
บาดแผลหลังตัวเลขที่สวยงาม
อย่างไรก็ตาม ก่อนจะมาถึงไตรมาสที่พลิกเป็นกำไร Anthropic ยังคงขาดทุนสุทธิเกือบ 42,000 ล้านดอลลาร์ตลอดปี 2025 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากราว 8,300 ล้านดอลลาร์ในปีก่อนหน้า สะท้อนต้นทุนมหาศาลจากการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผลเพื่อรองรับความต้องการที่เติบโตอย่างรวดเร็ว กำไรจากการดำเนินงานที่เกิดขึ้นในไตรมาส 2 ปี 2026 จึงเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของบริษัท
อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สร้างบาดแผลให้กับรายได้ของ Anthropic คือช่วงกลางเดือนมิถุนายน 2026 เมื่อกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ สั่งระงับการเข้าถึงโมเดล Fable 5 และ Mythos 5 ของผู้ใช้งานต่างชาติเป็นการชั่วคราว ด้วยเหตุผลด้านการควบคุมการส่งออกเทคโนโลยี
คำสั่งนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 12 จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน ก่อนจะถูกยกเลิกและเปิดให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ แต่ในช่วงเวลาสั้น ๆ นั้น การเติบโตของรายได้ในเดือนมิถุนายนชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นเครื่องเตือนใจว่าธุรกิจของ Anthropic ยังผูกอยู่กับความเสี่ยงด้านนโยบายและภูมิรัฐศาสตร์ ไม่ต่างจากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกรายอื่นที่ต้องเผชิญกฎเกณฑ์การส่งออกที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
แซงหน้าคู่แข่งด้วยโมเดล B2B
แม้จะเผชิญความเสี่ยงและต้นทุนที่สูงลิ่ว แต่เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง OpenAI ซึ่งมี Revenue Run-Rate อยู่ที่ราว 40,000 ล้านดอลลาร์ จะเห็นว่า Anthropic ก้าวขึ้นมานำหน้าในแง่รายได้ สะท้อนว่าตลาดกำลังให้น้ำหนักกับโมเดลธุรกิจแบบ B2B ของ Anthropic ที่มีความสามารถในการทำกำไรที่ชัดเจนกว่า มากกว่ากลุ่มลูกค้ารายย่อยที่ OpenAI ยึดครองอยู่
ก้าวสุดท้ายก่อนเข้าตลาด
เมื่อเดือนมิถุนายน 2026 Anthropic ได้ยื่นเอกสารแบบลับ หรือ Confidential Draft S-1 ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) เพื่อเปิดทางเลือกในการเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะในอนาคต โดยยังไม่ได้กำหนดจำนวนหุ้นหรือราคาเสนอขาย บริษัทให้เหตุผลว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับสภาวะตลาด
ทั้งนี้ สัญญาณจากรายงานหลายสำนักบ่งชี้ตรงกันว่า Anthropic กำลังทำงานร่วมกับ Investment Banking รายใหญ่อย่าง Morgan Stanley, Goldman Sachs และ JPMorgan Chase เพื่อเตรียมเข้าตลาดหุ้นให้ทันภายในช่วงเดือนตุลาคมนี้ ด้วยเป้าหมายมูลค่าบริษัทที่อาจสูงถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์
อ้างอิง: Bloomberg, The Economic Times, Investing.com, Anthropic, Get AI Perks, Anthropic Fundraising Dashboard, Anthropic Stock, Forge Global, R&D World
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299


