Finnomena Funds House View มุมมองและกลยุทธ์การลงทุนหลัง Fed ขึ้นดอกเบี้ย

โดยฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน (Investment Strategist), Finnomena Funds ณ วันที่ 17 กันยายน 2026

คณะกรรมการนโยบายการเงินของ Fed (FOMC) มีมติเป็นเอกฉันท์ 12-0 ให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% ขยับกรอบขึ้นมาอยู่ที่ 3.75%–4.00% ในการประชุมเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2026 ที่ผ่านมา นับเป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี (ตั้งแต่กรกฎาคม 2023) อย่างไรก็ดี เนื่องจากตลาดได้คาดการณ์และให้น้ำหนักกับผลลัพธ์นี้ไปล่วงหน้าถึง 92% ความสนใจของนักลงทุนจึงพุ่งเป้าไปที่สัญญาณจาก Dot Plot และแนวคิดของประธาน Fed คนใหม่ อย่าง Kevin Warsh มากกว่าตัวเลขดอกเบี้ยที่ประกาศออกมา 

โดยในการแถลงข่าว Kevin Warsh เน้นย้ำว่า เงินเฟ้อยังทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องยาวนานเกินไป ขณะที่ข้อมูลเงินเฟ้อในช่วงที่ผ่านมายังไม่ชัดเจนพอที่จะยืนยันได้ว่า แรงกดดันของเงินเฟ้อพื้นฐานเริ่มผ่อนคลายลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ยังประเมินว่าภาวะการเงินในภาพรวมยังคงไม่ตึงตัวมากพอ การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้จึงเป็นไปเพื่อลดระดับความผ่อนคลายของนโยบายการเงินลงบางส่วน พร้อมทั้งระบุว่า Fed พร้อมที่จะใช้นโยบายที่เข้มงวดมากขึ้น หากแนวโน้มเงินเฟ้อไม่ได้ชะลอตัวลงตามเป้าหมายที่วางไว้

มุมมองและกลยุทธ์การลงทุนหลัง Fed ขึ้นดอกเบี้ยFed’s September Dot Plot
Source: Bloomberg, data as of 17/09/2026

Dot Plot รอบเดือนกันยายน ส่งสัญญาณ Hawkish หรือเข้มงวดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยปรับคาดการณ์ค่ากลางดอกเบี้ยสิ้นปี 2026 ขึ้นเป็น 4.1% (จากเดิม 3.8% ในรอบมิถุนายน) และคงไว้ที่ 4.1% ต่อเนื่องจนถึงสิ้นปี 2027 ก่อนจะค่อย ๆ ขยับลงสู่ 3.9% ในปี 2028 ส่วนดอกเบี้ยระยะยาว (Longer-run) อยู่ที่ 3.2% ท่าทีนี้สะท้อนว่ากรรมการ Fed ส่วนใหญ่ยังไม่มีแผนที่จะลดดอกเบี้ยเลยตลอดปี 2027 และมีถึง 16 จาก 18 คน ที่มองว่าดอกเบี้ยปลายปีนี้ควรจะสูงกว่าระดับปัจจุบัน ซึ่งหมายถึงโอกาสที่จะเห็นการขึ้นดอกเบี้ยอีกอย่างน้อย 0.25% ภายในช่วงที่เหลือของปีนี้

มุมมองและกลยุทธ์การลงทุนหลัง Fed ขึ้นดอกเบี้ยตารางคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจของ Fed
Source: federalreserve, data as of 16/09/2026

นอกจากนี้ Fed ได้ปรับเพิ่มประมาณการ GDP สหรัฐฯ ปี 2026 และ 2027 ขึ้นเป็น 2.3% และ 2.4% พร้อมปรับลดคาดการณ์อัตราว่างงานปี 2026 ลงเหลือ 4.1% (จากเดิม 4.3%) สะท้อนว่าภาพรวมเศรษฐกิจและตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่ง รองรับการดำเนินนโยบายการเงินตึงตัวเพื่อควบคุมเงินเฟ้อได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันได้ปรับเพิ่มประมาณการเงินเฟ้อ PCE และ Core PCE ปี 2026 ขึ้นมาอยู่ที่ 3.7% และ 3.4% ตามลำดับ โดยประเมินว่ากว่าเงินเฟ้อจะชะลอตัวกลับเข้าสู่เป้าหมายที่ 2.0% อาจต้องใช้เวลาจนถึงปี 2029

มุมมองและกลยุทธ์การลงทุนหลัง Fed ขึ้นดอกเบี้ยCME FedWatch
Source: cmegroup, data as of 17/09/2026

หากพิจารณาข้อมูลจาก CME Fedwatch Tool หลังการประชุม พบว่าตลาดประเมินแนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ Fed ว่าเป็นการเร่งคุมเข้มนโยบายการเงินในระยะสั้นก่อนจะค่อยๆ ผ่อนความร้อนแรงลงในระยะยาว โดยคาดว่า Fed มีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1-2 ครั้งในช่วงที่เหลือของปี 2026 (ผ่านการประชุมในเดือนตุลาคมและธันวาคม) และจะปรับขึ้นอีก 1 ครั้งในปี 2027 ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยขยับขึ้นสู่ระดับสูงสุดของรอบที่กรอบ 4.50%-4.75%

มุมมองและกลยุทธ์การลงทุนหลัง Fed ขึ้นดอกเบี้ยAtlanta Fed GDPNow
Source: Atlanta Fed data as of 17/09/2026

ตัวเลขประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจล่าสุดจากแบบจำลอง GDPNow ของธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขาแอตแลนตา ยังอยู่ในระดับสูงที่ระดับ 5.1% เป็นข้อมูลสะท้อนว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงมีความทนทานต่อภาวะอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่อยู่ในระดับสูงได้ดี โดยมีแรงหนุนหลักมาจากการบริโภคภาคเอกชนที่ยังคงแข็งแกร่ง

ติดตาม Opportunity Hub แหล่งรวมโอกาสการลงทุนจาก Finnomena
สรุปกองทุนแนะนำ ครบจบในที่เดียว ⇒ https://finno.me/opp-hub-ws

สรุปมุมมอง Finnomena Funds

Finnomena Funds ประเมินว่า ตลาดได้รับรู้ท่าทีและความชัดเจนของ Fed มากขึ้น ทำให้ตลาดหุ้นมีการปรับตัวลดลงจากการปรับความคาดหวังของตลาด ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองการลงทุนเดือนกันยายนของเราที่มองว่าตลาดมีโอกาสผันผวนในช่วงการประชุม Fed 

ภายหลังจากการประชุม Fed ในครั้งนี้ เราคาดว่า Fed น่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1-2 ครั้งในปีนี้ โดยตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจ GDPNow ล่าสุดที่ 5.1% สะท้อนว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงมีความทนทานต่อภาวะดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูงได้ดี

อย่างไรก็ตาม เรามองว่าความน่าเชื่อถือ (Credibility) ของ Fed จะดีขึ้นหลังการประชุมครั้งนี้ เนื่องจาก  Kevin Warsh ประธาน Fed  ตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยเพื่อรักษาเสถียรภาพด้านราคาเป็นหลัก มากกว่าจะตัดสินใจด้วยเหตุผลทางการเมือง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อความเชื่อมั่นของตลาดในระยะถัดไป 

ในเชิงกลยุทธ์การลงทุน เรามองว่าตลาดได้รับรู้ท่าทีและความชัดเจนของ Fed มากขึ้นแล้ว การปรับฐานของตลาดหุ้นครั้งนี้จึงเป็นเพียงการปรับความคาดหวังของตลาด ซึ่งสอดคล้องกับ มุมมองการลงทุนเดือนกันยายนของเรา (Wake Me Up when September Ends) ที่ประเมินไว้ล่วงหน้าแล้วว่าตลาดมีโอกาสเผชิญความผันผวนในช่วงการประชุม Fed ประกอบกับจากสถิติในอดีตที่บ่งชี้ว่าตลาดหุ้นมักปรับตัวลงและผันผวนก่อน Mid-Term Election ประมาณ 2 เดือน ซึ่งเรามองว่าเป็นโอกาสในการลงทุน นอกจากนี้ ยังมีเหตุการณ์สำคัญคือ Trump-Xi Summit วันที่ 24 กันยายน ที่สหรัฐฯ ซึ่งอาจจะเป็นจุดเปลี่ยนของ sentiment ตลาดในภาพรวม

ดังนั้น จึงปรับคำแนะนำจากทยอยสะสม เป็นเข้าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง

เพราะตลาดรับรู้ผลการประชุม Fed ไปเป็นส่วนใหญ่แล้ว และ Valuation ของตลาดหุ้นปรับลดลงมาอยู่ในระดับใกล้เคียงค่าเฉลี่ย ทำให้ Risk to Reward ปัจจุบันอยู่ในระดับที่น่าสนใจสำหรับการเข้าลงทุน และจากในอดีต ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มักปรับตัวลงและมักผันผวนก่อนเลือกตั้งกลางเทอม 2 เดือน ถือเป็นโอกาสสะสม

มุมมองและกลยุทธ์การลงทุนหลัง Fed ขึ้นดอกเบี้ย

สรุปการปรับมุมมอง

  • US Equity: ปรับมุมมองเป็น Strong Buy จาก Buy 
  • Global Equity: ปรับมุมมองเป็น Strong Buy จาก Buy
  • EM Equity: ปรับมุมมองเป็น Buy จาก Neutral 
  • Korean Equity: ปรับมุมมองเป็น Buy จาก Neutral 
  • Global Technology: ปรับมุมมองเป็น Strong Buy จาก Buy 
  • Global Bond: ปรับมุมมองเป็น Strong Buy จาก Buy 

 

มุมมองและกลยุทธ์การลงทุนหลัง Fed ขึ้นดอกเบี้ย มุมมองและกลยุทธ์การลงทุนหลัง Fed ขึ้นดอกเบี้ย มุมมองและกลยุทธ์การลงทุนหลัง Fed ขึ้นดอกเบี้ย


DISCLAIMER: เอกสารฉบับนี้จัดทําขึ้นโดยบริษัทหลักทรัพย์ซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จํากัด และ/หรือบริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน เดฟินิท จำกัด ข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้  จัดทําโดยอาศัยข้อมูลที่จัดหามาจากแหล่งที่เชื่อหรือควรเชื่อว่ามีความน่าเชื่อถือและ/หรือถูกต้อง อย่างไรก็ตามบริษัทไม่ยืนยัน และไม่รับรองถึงความครบถ้วนสมบูรณ์หรือถูกต้องของข้อมูลดังกล่าว  และไม่ได้ประกันราคาหรือผลตอบแทนของหน่วยลงทุนที่ปรากฏข้างต้น แม้ว่าข้อมูลดังกล่าวจะปรากฏข้อความที่อาจเป็น หรืออาจตีความว่าเป็นเช่นนั้นได้  บริษัทจึงไม่รับผิดชอบต่อการนําเอาข้อมูล ข้อความ ความเห็น และหรือบทสรุปที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้ไปใช้ไม่ว่ากรณีใดๆ บริษัทรวมทั้งบริษัทที่เกี่ยวข้อง  ลูกค้า ผู้บริหาร  และพนักงานของบริษัทต่าง ๆ  อาจจะทําการตัดสินใจลงทุนหรือซื้อ  หรือขายหลักทรัพย์ที่ปรากฎในเอกสารฉบับนี้ได้ทุกเวลา ข้อมูล และความเห็นที่ปรากฎอยู่ในเอกสารฉบับนี้ มิได้ประสงค์จะชี้ชวน เสนอแนะ หรือจูงใจให้ตัดสินใจลงทุน หรือซื้อ หรือขายหน่วยลงทุนที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้  และข้อมูลอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ผู้ลงทุนควรใช้ดุลยพินิจอย่างรอบคอบในการตัดสินใจลงทุนหรือซื้อหรือขายหลักทรัพย์ บริษัทสงวนลิขสิทธิ์ในข้อมูลที่ปรากฎในเอกสารนี้ ห้ามมิให้ผู้ใดใช้ประโยชน์  ทําซ้ำ  ดัดแปลง  นําออกแสดง  ทําให้ปรากฏหรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนไม่ว่าด้วยประการใด ๆ ซึ่งข้อมูลในเอกสารนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากบริษัท เป็นการล่วงหน้า  การกล่าวคัด หรืออ้างอิงข้อมูลบางส่วนตามสมควรในเอกสารนี้  ไม่ว่าในบทความ บทวิเคราะห์ บทวิจัย  หรือในเอกสาร หรือการสื่อสารอื่นใดจะต้องกระทําโดยถูกต้อง และไม่เป็นการก่อให้เกิดการเข้าใจผิดหรือความเสียหายแก่บริษัท  ต้องรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในข้อมูลของบริษัท และต้องอ้างอิงถึงฉบับที่และวันที่ในเอกสารฉบับนี้ของบริษัทโดยชัดแจ้งการตัดสินใจลงทุน หรือซื้อ  หรือขายหน่วยลงทุนย่อมมีความเสี่ยง ท่านควรทําความเข้าใจอย่างถ่องแท้ต่อลักษณะของหน่วยลงทุนแต่ละประเภท และควรศึกษาข้อมูลของบริษัทที่ออกหน่วยลงทุนและข้อมูลอื่นใดที่เกี่ยวข้องก่อนการตัดสินใจลงทุนหรือซื้อหรือขายหน่วยลงทุน

คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลสำคัญของกองทุน โดยเฉพาะนโยบายกองทุน ความเสี่ยง และผลการดำเนินงานของกองทุน โดยสามารถขอข้อมูลจากผู้แนะนำก่อนตัดสินใจลงทุน | กรณีผู้ลงทุนสนใจลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยง ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กรณีผู้ลงทุนสนใจลงทุนในกองทุนรวมที่มีความเสี่ยงสูง/ซับซ้อน และมีสินทรัพย์อ้างอิงการลงทุนในผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนที่มีความเสี่ยงสูง หรือมีความซับซ้อน ซึ่งมีปัจจัยอ้างอิงมีความแตกต่างจากการลงทุนในปัจจัยอ้างอิงโดยตรง  ซึ่งอาจทำให้ราคาของผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนดังกล่าวมีความผันผวนแตกต่างจากราคาของปัจจัยอ้างอิงได้ ผู้แนะนำการลงทุนควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมการลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต/ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | หากไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ เนื่องจากสภาวะตลาดมีการเปลี่ยนแปลงไป ผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับผลตอบแทนตามอัตราที่โฆษณาไว้  | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FinnomenaPort | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

บริการและความโปร่งใสในการลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม Finnomena

  1. ค่าตอบแทนการใช้บริการและคำแนะนำ (Trailer Fee): Trailer Fee คือค่าตอบแทนที่บริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) จัดสรรให้กับตัวแทนสนับสนุนการขายหน่วยลงทุน (Selling Agent) โดยแบ่งมาจากค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ที่กองทุนเรียกเก็บอยู่แล้ว ผู้ลงทุนจึงไม่มีภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มเติม
    • วัตถุประสงค์: เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ทั้งการให้คำแนะนำการลงทุน การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม และบริการหลังการขายอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง
  2. การบริหารจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest): เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและรักษาประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน เรามีการจัดการใน 2 ระดับ ดังนี้:
    • ระดับองค์กร (Firm Level): เรามีกลไกคัดเลือกและเสนอขายกองทุนรวมโดยยึดถือ ประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน (Best Interest) เป็นสำคัญ โดยใช้ปัจจัยด้าน ผลตอบแทนและความเสี่ยง เป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณา โดยเฉพาะในกรณีที่กองทุนรวมมีนโยบายการลงทุนที่คล้ายคลึงกันแต่มีอัตรา Trailer Fee ที่แตกต่างกัน เพื่อให้มั่นใจว่าการแนะนำกองทุนเป็นไปอย่างเป็นกลางและโปร่งใส
    • ระดับผู้แนะนำการลงทุนอิสระ (Independent IC): ในกรณีที่ท่านรับบริการผ่าน IC อิสระ ผู้แนะนำฯ จะต้องแสดงตนและแจ้งสังกัดอย่างชัดเจน หาก IC มีหลายสังกัดที่อาจให้ผลตอบแทนต่างกัน IC มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลความขัดแย้งทางผลประโยชน์ดังกล่าวให้ท่านทราบ เพื่อให้ท่านมีข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจ
  3. บริการและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ลงทุน: ลงทุนผ่าน Finnomena ได้มากกว่าแค่การซื้อขาย:
    • One-Stop Platform: รวมกองทุนชั้นนำจากหลากหลาย บลจ. จบในบัญชีเดียว
    • Smart Tools: เครื่องมือวางแผนและจัดพอร์ต (Portfolio Construction) ตามเป้าหมายและความเสี่ยงที่เหมาะสม
    • Market Insights: อัปเดตข่าวสาร บทวิเคราะห์ และแจ้งเตือนปรับพอร์ต (Rebalancing) ให้ทันสถานการณ์อยู่เสมอ

tax-saving-funds-2026