
วันที่ 18 กันยายน 2026 ดัชนี KOSPI (Korea Composite Stock Price Index) ปรับตัวขึ้น 1.98% มาที่ระดับ 6,848.29 จุด โดยเปิดตลาดบวกแรงถึง 2.54% ก่อนลดช่วงบวกลงบางส่วน ขณะที่แรงซื้อกลับเข้ามาในหุ้นขนาดใหญ่กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ หลังตลาดหุ้นสหรัฐฯ ฟื้นตัวเมื่อคืนก่อนหน้า โดย Nasdaq เพิ่มขึ้น 1.69% และดัชนี Philadelphia Semiconductor ปรับขึ้น 3.14% ส่งผลให้ Samsung Electronics เพิ่มขึ้น 2.57% และ SK hynix เพิ่มขึ้น 4.47% นำตลาดเกาหลีฟื้นตัว ขณะที่ KOSDAQ เพิ่มขึ้น 0.64% มาที่ 827.42 จุด
ปัจจัยหลักมาจากการคลายความกังวลต่อ Supply Shock น้ำมัน หลังตลาดประเมินว่าความเสี่ยงต่ออุปทานน้ำมันจากซาอุดีอาระเบียบรรเทาลง ส่งผลให้ราคาน้ำมัน WTI ลดลง 0.51% ปิดที่ 101.91 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีลดลงกลับมาต่ำกว่า 5% สู่บริเวณ 4.9% ภายหลัง Fed ปรับขึ้นดอกเบี้ย 25 bps สู่กรอบ 3.75–4.00% ตามที่ตลาดคาดไว้เป็นส่วนใหญ่ การลดลงของทั้งราคาน้ำมันและ Bond Yield ช่วยลดแรงกดดันต่อเงินเฟ้อและ Discount Rate จึงเอื้อต่อ Valuation ของหุ้น Growth และกลุ่มเทคโนโลยีที่มีความอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยสูง
กระแส Fund Flow ในเกาหลีสะท้อนการกลับมาเปิดรับความเสี่ยงในระยะสั้น โดยนักลงทุนต่างชาติพลิกกลับมาซื้อสุทธิ 231.2 พันล้านวอนเป็นครั้งแรกใน 8 วัน ขณะที่สถาบันซื้อสุทธิ 341.5 พันล้านวอน สวนทางนักลงทุนรายย่อยที่ขายสุทธิ 1.14 ล้านล้านวอน อย่างไรก็ดี ภาพ Positioning ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากในช่วง 10–17 กันยายน นักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิหุ้น KOSPI เกือบ 7 ล้านล้านวอน และเข้าซื้อ Leveraged ETF ที่อิง KOSPI, KOSDAQ และหุ้นเซมิคอนดักเตอร์อย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงการสะสม Samsung Electronics และ SK hynix ในวงเงินรวมเกือบ 2.93 ล้านล้านวอน ปัจจัยดังกล่าวอาจช่วยเสริมโมเมนตัมเมื่อราคาฟื้นตัว แต่เพิ่มความเสี่ยงจาก Margin Buying และความผันผวนหาก Bond Yield หรือราคาน้ำมันกลับมาปรับขึ้นอีกครั้ง
Finnomena Funds ประเมินว่า ตลาดได้รับรู้ผลการประชุม Fed และท่าที Hawkish มากขึ้นแล้ว หลัง Fed ปรับขึ้นดอกเบี้ย 25 bps สู่กรอบ 3.75–4.00% ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ล่วงหน้า ทำให้การปรับฐานก่อนการประชุมเป็นการปรับความคาดหวังมากกว่าการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยพื้นฐาน โดยเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังมีความแข็งแกร่งช่วยรองรับภาวะอัตราดอกเบี้ยสูง ขณะที่ Valuation ตลาดหุ้นปรับลดลงใกล้เคียงค่าเฉลี่ย ส่งผลให้ Risk to Reward มีความน่าสนใจมากขึ้น
จึงปรับเพิ่มมุมมองสินทรัพย์เสี่ยงดังนี้
- US Equity เป็น Strong Buy จาก Buy
- Global Equity เป็น Strong Buy จาก Buy
- EM Equity เป็น Buy จาก Neutral
- Korean Equity เป็น Buy จาก Neutral
- Global Technology เป็น Strong Buy จาก Buy
- Global Bond เป็น Strong Buy จาก Buy
ทั้งนี้ มองความผันผวนก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ และการประชุม Trump-Xi Summit วันที่ 24 กันยายน เป็นโอกาสในการเข้าลงทุน ภายใต้เงื่อนไขที่นักลงทุนยังต้องติดตามแนวโน้มเงินเฟ้อ ราคาน้ำมัน และทิศทางการปรับขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ในการประชุมที่เหลือของปีอย่างใกล้ชิด
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FinnomenaPort | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299