หุ้นจีนในฮ่องกงร่วงราว 3%

วันนี้ (22 ตุลาคม 2026) ตลาดหุ้นจีนในฮ่องกงปรับตัวลงแรง โดยดัชนี HSI ปรับตัวลง 3.06% ดัชนี HSCEI ลดลง 3.26% และดัชนี HSTECH ร่วงลงกว่า 5.13% โดยแรงขายนำโดยหุ้นเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตขนาดใหญ่ เช่น Alibaba ที่ลดลงประมาณ 6% และ Tencent ที่ลดลงประมาณ 3.4%

หนึ่งในปัจจัยกดดันสำคัญมาจาก Alibaba ซึ่งปรับตัวลงระหว่างวันแรงที่สุดในรอบประมาณ 2 เดือน หลังทางการจีนเรียกผู้ประกอบการ E-commerce เข้าหารือและผลักดันให้ยกระดับมาตรฐานคุณภาพสินค้าและการคุ้มครองผู้บริโภค ส่งผลให้ความกังวลด้านกฎระเบียบกลับมากดดันหุ้นธุรกิจแพลตฟอร์ม อย่างไรก็ดียังไม่ได้มีรายละเอียดเปิดเผยเพิ่มเติม

นอกจากนี้ ตลาดยังเผชิญแรงขายหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ควบคู่กับความคาดหวังต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจีนที่ลดลง หลังมาตรการที่ออกมาก่อนหน้านี้ยังมีขอบเขตจำกัด แม้ GDP ไตรมาส 3 จะขยายตัวดีกว่าคาด แต่การเติบโตยังได้รับแรงหนุนสำคัญจากการส่งออก ขณะที่การบริโภคภายในประเทศยังอ่อนแอ อีกทั้งตัวเลขเศรษฐกิจที่ดีกว่าคาดยังลดความคาดหวังว่ารัฐบาลจะเร่งออกมาตรการกระตุ้นขนาดใหญ่ในระยะใกล้

Finnomena Funds มองว่า การปรับตัวลงครั้งนี้สะท้อนทั้งความกังวลด้านกฎระเบียบต่อธุรกิจแพลตฟอร์ม แรงขายในกลุ่ม AI และความเปราะบางของเศรษฐกิจภายในประเทศ จึงยังไม่ใช่จังหวะเพิ่มน้ำหนักหุ้นจีนในวงกว้าง โดยเราคง Rating Hold สำหรับทั้ง H-shares และ A-shares เนื่องจากเศรษฐกิจจีนยังฟื้นตัวแบบ K-shaped โดยการส่งออกเดือนสิงหาคมเติบโต 25.0% YoY แต่ยอดค้าปลีกเติบโตเพียง 0.4% YoY ขณะที่การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร (FAI) ช่วงเดือนมกราคม–สิงหาคมหดตัว 7.2% และ GDP ไตรมาส 2 เติบโต 4.3% แม้สหรัฐฯ และจีนจะขยาย Trade Truce ถึงวันที่ 10 มกราคม 2027 แต่ประเด็น 4Ts ได้แก่ Tariff, Tech, Trade และ Taiwan ยังไม่มีข้อตกลงเชิงโครงสร้าง

ด้านนโยบายการเงิน แม้ PBOC จะลดอัตราดอกเบี้ย PSL เหลือ 1.50% แต่ยังไม่มีมาตรการกระตุ้นขนาดใหญ่ หรือ Bazooka Policy แบบปี 2024 ขณะเดียวกัน Valuation ของกลุ่ม Hardware Tech ยังสูง จึงควรเลือกลงทุนมากกว่าซื้อทั้งตลาด เรายังคงมุมมอง Selective Buy ผ่านกองทุน TCHCON โดยให้น้ำหนักกับโอกาสในกลุ่ม Consumer ซึ่งดัชนี Nasdaq Golden Dragon ซื้อขายที่ Forward P/E ราว 12 เท่า ใกล้ระดับช่วงวิกฤตการเงินโลกปี 2008 และอาจได้รับประโยชน์หากจีนออกมาตรการรับมือ Domestic Demand ที่อ่อนแอ ทั้งนี้ เราแนะนำถือ KFCHINA-T10PLUS-A สำหรับ H-shares และ FP CNGLOV สำหรับ A-shares พร้อมทยอยสะสม TCHCON ซึ่งลงทุนแบบ All-share

จัดทำโดยบลป. เดฟินิทสำหรับบลน. ฟินโนมีนา (Finnomena Funds)


คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FinnomenaPort | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

tax-saving-funds-2026