หุ้นฮ่องกงและเกาหลีใต้ฟื้นตัว

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2026 ดัชนี Hang Seng Tech ปรับตัวขึ้น +2.85% มาที่ระดับ 3,862.08 จุด ขณะที่ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ปรับตัวขึ้น +2.65% มาที่ระดับ 5,882.75 จุด ตลาดหุ้นเอเชียฟื้นตัวหลังเผชิญแรงขายในหุ้นเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ก่อนหน้า โดยแรงซื้อกลับในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุน แม้ตลาดโลกยังคงติดตามความเสี่ยงจากความผันผวนของหุ้น AI และความกังวลต่อความคุ้มค่าของการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI

ผลประกอบการไตรมาส 3/2026 ของผู้ผลิตชิปชั้นนำเกาหลีใต้สะท้อนความแข็งแกร่งของอุปสงค์จาก AI อย่างชัดเจน โดย SK hynix รายงานรายได้ 104.62 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้น 328% YoY และกำไรจากการดำเนินงาน 83.33 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้น 632% YoY ทำสถิติสูงสุดใหม่ทั้งรายได้และกำไร จากความต้องการชิปหน่วยความจำสำหรับ AI โดยเฉพาะ HBM และผลิตภัณฑ์สำหรับเซิร์ฟเวอร์

ขณะที่ Samsung Electronics รายงานรายได้ 195.3 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้น 126.9% YoY และกำไรจากการดำเนินงาน 107.4 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้น 783.1% YoY โดยธุรกิจ Memory เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของผลประกอบการ ทั้งสองบริษัทจึงสะท้อนแนวโน้มอุปสงค์ชิป AI ที่ยังแข็งแกร่ง โดย SK hynix ระบุว่าสามารถทำสัญญาระยะยาวครอบคลุมกำลังการผลิตมากกว่า 50% ในปี 2027–2028 และคาดว่า HBM4 จะเริ่มเป็นผลิตภัณฑ์หลักตั้งแต่ไตรมาส 4/2026 อย่างไรก็ตาม ตลาดยังต้องติดตามความผันผวนของหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์โลกและความกังวลต่อผลตอบแทนจากการลงทุน AI ซึ่งอาจส่งผลต่อการประเมินมูลค่าหุ้นเทคโนโลยีในระยะสั้น

สำหรับตลาดหุ้นจีนและฮ่องกง นักลงทุนจับตาความคืบหน้าของมาตรการภาครัฐ หลังมีรายงานว่าธนาคารกลางจีน (PBOC) และหน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุน (CSRC) เตรียมหารือกับสถาบันการเงินเพื่อพิจารณาแนวทางสนับสนุนตลาดหุ้น โดยหนึ่งในมาตรการที่อยู่ระหว่างพิจารณาคือการปรับปรุงโครงการปล่อยสินเชื่อเพื่อสนับสนุนการซื้อหุ้นคืนและการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ซึ่งอาจช่วยเพิ่มสภาพคล่องและสร้างเสถียรภาพให้กับตลาด หลังดัชนี CSI 300 ปรับตัวลง 8.5% ในเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นการลดลงรายเดือนมากที่สุดในรอบกว่า 10 ปี ขณะที่ดัชนี Shanghai Composite ลดลง 6.3% อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของตลาดยังจำเป็นต้องอาศัยมาตรการที่เป็นรูปธรรมและสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศควบคู่กัน

Finnomena Funds ประเมินว่า ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ยังมีปัจจัยพื้นฐานสนับสนุนจากผลประกอบการของผู้ผลิตชิปที่เติบโตแข็งแกร่ง และความต้องการหน่วยความจำสำหรับ AI ที่มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง โดยยังคงมุมมอง Buy ต่อหุ้นเกาหลีใต้ และแนะนำกองทุน KT-KOREA สำหรับการลงทุนระยะกลางถึงยาว ขณะที่ตลาดหุ้นจีนยังคงมีความไม่แน่นอนจากภาวะเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของนักลงทุน แม้มาตรการพยุงตลาดอาจช่วยจำกัดความเสี่ยงด้านลบในระยะสั้น จึงคงมุมมอง Hold ต่อหุ้นจีน โดยให้น้ำหนักกับการติดตามประสิทธิผลของมาตรการภาครัฐและแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเป็นสำคัญ

จัดทำโดยบลป. เดฟินิทสำหรับบลน. ฟินโนมีนา (Finnomena Funds)


คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FinnomenaPort | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

tax-saving-funds-2026