Money-Left-001

หลังจากที่ผมได้บรรยายหลักสูตร Financial Foundation มาซักพัก ได้มีโอกาสให้คำปรึกษาลูกศิษย์จำนวนหนึ่ง เห็นงบการเงินของคนไทยผ่านตามาหลายๆ แบบ ผมได้เห็นความจริงอย่างหนึ่งที่ “น่ากังวลมาก” เพราะ นอกจากมันจะเป็นปัญหาอยู่กับเราไปตลอดชีวิตแล้ว เรายังไม่รู้ตัวด้วยว่าเรากำลังมีปัญหานี้อยู่

สิ่งที่คิด : เดี๋ยวรายได้เพิ่มขึ้น การเงินเราก็ดีขึ้น 

ผมเชื่อว่าหลายๆ คนคิดแบบนี้ โดยเฉพาะช่วงเริ่มต้นของการทำงานที่เงินเดือนหรือรายได้ยังน้อย บางคนเงินเดือนหลักหมื่นต้นๆ ก็คิดว่าเดี๋ยวพอเงินเดือนขึ้นเป็น 2-3 หมื่นก็สบายแล้ว ส่วนคนที่เงินเดือน 2-3 หมื่นอยู่แล้ว ก็รอเงินเดือนขึ้นมาเป็น 4-5 หมื่น และไม่น่าเชื่อนะครับ ว่าคนที่เงินเดือนมากเป็นหลักแสนอยู่แล้ว ก็ยังคิดแบบเดียวกัน

ผมเชื่อว่า ที่มนุษย์เงินเดือนหลายๆ คน ใฝ่ฝันว่า “ถึงจุดหนึ่งอยากขยับขยายออกไปทำธุรกิจ” ส่วนหนึ่งก็มาจากแรงขับเคลื่อนเดียวกัน คือคิดว่า “เดี๋ยวรายได้เพิ่มขึ้น การเงินเราก็ดีขึ้น

สิ่งที่เป็น : รายจ่ายขยับตามรายได้เสมอ

แค่อ่านหัวข้อข้างบน บางท่านอาจพยักหน้าเห็นด้วยเลยทันที แต่บางท่าน (โดยเฉพาะท่านที่ยังเพิ่มเริ่มต้นชีวิต) อาจจะไม่เชื่อว่ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ ผมยกตัวอย่างให้ดูแบบนี้ดีกว่าครับ

  • ตอนเงินเดือน 1-2 หมื่นบาท อายุก็ยังน้อย ทำงานแรก
    เราหวังว่ารายได้เพิ่มขึ้นอีกหน่อยการเงินก็จะคล่องขึ้น จะได้เริ่มเก็บเงินซักที เวลาผ่านไปพอเงินเดือนปรับขึ้นมาจริงๆ เป็น 2-3 หมื่น ก็ถึงเวลาที่เราอยาก “ถอยรถ” ออกมาใช้พอดี เงินเก็บที่พอจะมีบ้างก้อนนึง หลักแสนต้นๆ ก็ถูกนำไปดาวน์รถ ที่แย่กว่าคือรายได้ที่คิดว่าจะเหลือเก็บ ก็ต้องเอามาจ่ายค่างวดรถ เดือนนึงอย่างน้อยๆ ก็ 7-8 พันบาท ยังไม่รวมค่าบำรุงรักษา ประกันรถ และต่อทะเบียน ฯลฯ
  • ตอนเงินเดือน 3-5 หมื่นบาท เริ่มลงหลักปักฐาน สร้างครอบครัว
    ช่วงนี้ หลายๆ คนมีเปลี่ยนงานบ้าง เปลี่ยนดีๆ บางทีเงินเดือนก็ Up ขึ้นมาหลายพันหรือเป็นหมื่น เริ่มจะมีตำแหน่งงานที่สูงขึ้น พร้อมๆ กับอายุที่เข้าสู่เลข 3 ถึงวัยที่จะต้อง “แต่งงาน” เงินก้อนที่เริ่มเก็บใหม่หลังจากที่หมดไปตอนดาวน์รถ ก็ถูกนำมาใช้เพื่อจัดงานแต่งงาน การตัดสินใจ “ซื้อบ้าน” ก็มักจะเกิดขึ้นช่วงนี้ด้วย ซึ่งรอบนี้โหดกว่ารถ เพราะค่างวดบ้านหนักกว่าค่างวดรถมาก เดือนนึงอาจจะต้องจ่ายกันหลักหมื่น หรือถ้าใครซื้อบ้านราคาเกิน 3 ล้านขึ้นไป ค่างวดก็จะทะลุ 2 หมื่นต่อเดือน!
  • พอเงินเดือนขึ้นเป็น 6-7 หมื่น เหมือนจะดี แต่ยังก่อน!
    ช่วงนี้บางครอบครัวก็จะเริ่ม “มีลูก” มีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับลูกเพิ่มเข้ามา หนำซ้ำรถคันแรกที่ซื้อไว้นานแล้วก็เริ่มเก่า หรือไม่ก็เล็กเกินไป ไม่เหมาะกับใช้ในครอบครัว ก็ได้เวลาที่ต้อง “ซื้อรถใหม่” อีกคันหนึ่ง เงินเก็บก็หดไปอีก พร้อมๆ กับค่างวดที่นอกจากจะไม่หายไป แต่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม รอบนี้ทั้งผ่อนบ้าน ผ่อนรถ จ่ายค่าใช้จ่ายลูกคู่กันไป “ภาระภาษี” ก็เริ่มจะเข้ามามีอิทธิพลช่วงนี้แหละครับ เพราะรายได้สูงแล้ว
  • ตอนเงินเดือนขึ้นมาหลักแสน กะว่านี่ล่ะได้เวลาสบายเสียที
    ช่วงนี้ก็ดันเป็นช่วงที่ตำแหน่งหน้าที่เริ่มสูงขึ้น เริ่มเป็นผู้บริหารระดับกลางถึงระดับสูง “ภาษีสังคมต่างๆ” ก็มักจะตามมา ลูกน้องเยอะ ซองก็เยอะ พอตำแหน่งสูง  บางท่านก็หลงไปกับ “แรงกดดันทางสังคม” บ้านช่องก็อยากอยู่ใหญ่ๆ รถคันเดียวก็เริ่มไม่พอใช้ เริ่มซื้อคันต่อไป รอบนี้มีเงินจ่ายค่างวดเยอะกว่าเดิม ก็ได้เวลาทำตามความฝัน รถแพงๆ ที่เคยฝันมานาน ก็สามารถซื้อได้ง่ายๆ ในช่วงนี้ล่ะ นอกจากนั้นงานก็เครียด ปีนึงๆ ก็ต้อง “ไปท่องเที่ยว” ไกลๆ ดีๆ ทริปละเป็นหลักแสน
nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

กดรับสิทธิพิเศษเฉพาะคุณ

นี่ยังไม่รวมว่าลูกเราจะเริ่มโตขึ้น เริ่มต้องศึกษาระดับสูง ป.ตรี – ป.โท ซึ่งค่าใช้จ่ายจะหนักขึ้นอีก ยังไม่รวมเหตุฉุกเฉิน การเจ็บป่วยต่างๆ แต่คงพอจะเห็นภาพแล้วใช่มั๊ยครับ ว่า “การหาเงินได้เพิ่มขึ้น ยังไม่ได้แปลว่าเราจะประสบความสำเร็จทางการเงิน” มันมีอย่างอื่นต้องจัดการด้วย

เพราะเมื่อมองมาจาก “สายตาคนนอก” คนคนนี้ก็ดูจะมีชีวิตที่ “เพรียบพร้อมทุกอย่าง” งานดี ตำแหน่งสูง บ้านใหญ่ รถหรู แต่ใช่ว่าจะ “มั่นคง” นะครับ เพราะรายจ่ายประจำนั้นเกิดขึ้นตลอด แถมแพงขึ้นด้วยจากเงินเฟ้อที่ทำให้ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นตลอดเวลา แต่รายได้นั้น ไม่ได้อยู่ค้ำฟ้านะครับ มนุษย์เงินเดือนมีวันที่ต้องเกษียณแน่นอน คนทำธุรกิจก็อาจมีวันที่ธุรกิจแผ่วลง หรือมีคู่แข่งเข้ามามากขึ้น

การมีรายได้ดีอย่างเดียว จึงยังไม่จบด้วยเหตุนี่เอง

แล้วควรทำยังไง ?

คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการ “ศึกษาหาความรู้” หรอกครับ ที่สำคัญคือเราต้องศึกษาให้เป็น และต้องเข้าใจให้ถูกด้วยว่า การศึกษาหาความรู้ คือการพยายามทำความเข้าใจ “หลักการและวิธีคิด” เพื่อนำมา “ประยุกต์” ใช้กับสถานการณ์เฉพาะของตัวเอง “ไม่ใช่เป็นการไปขอคำตอบจากคนอื่น” เพราะเรื่องเงินมันซับซ้อนกว่าที่จะเล่าปัญหาให้คนอื่นฟังแค่ไม่กี่นาที แล้วหวังว่าเค้าจะให้คำตอบเปลี่ยนชีวิตมาให้กับเราได้… มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกครับ เป็นที่พึ่งให้ตัวเองดีกว่า

ลิ้งค์ด้านล่างนี้ ผมแนะนำวีดีโอ และบทความต่างๆ ที่จะเป็นประโยชน์ในการจัดการกับเรื่องที่เขียนในบทความนี้ เผื่อให้ท่านที่ใฝ่รู้ ได้ “ลงทุนเวลา” ศึกษาเพิ่มเติมตามอัธยาศัยครับ

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

กดรับสิทธิพิเศษเฉพาะคุณ