"ดอกเบี้ยทบต้น" พิเศษอย่างไร? ถึงขั้นไอน์สไตน์ยกย่องให้เป็นสิ่งมหัศจรรย์สิ่งที่ 8 ของโลก

คุณเคยได้ยินไหมว่า ‘เงินไม่ได้งอกจากต้นไม้’?

ผมมาเพื่อท้าทายประโยคนี้ และผมจะไม่ใช้เหตุผลว่าเพราะเงินทำมาจากกระดาษเป็นข้อโต้แย้ง แต่จะใช้คำกล่าวจาก Einstein ที่อ้างว่ามันคือ ‘สิ่งมหัศจรรย์ของโลก สิ่งที่ 8’ ถ้าหากสงสัยว่าคืออะไร ลองเข้าไปดูที่ Wikipedia ในหัวข้อสิ่งมหัศจรรย์ของโลกได้:

“ดอกเบี้ยทบต้น (Compound interest) คือสิ่งมหัศจรรย์ของโลกสิ่งที่ 8
คนไหนที่เข้าใจมัน ก็จะได้รับมันไป ใครที่ไม่เข้าใจ ก็จะต้องเสียมันไป”

สิ่งมหัศจรรย์ของโลก สิ่งที่ 8 ของไอน์สไตน์

สิ่งที่น่าเบื่อที่สุดคือการรอเวลา

น่าโชคร้ายที่ดอกเบี้ยทบต้นเป็นสิ่งที่น่าเบื่อในช่วง 20 ปีแรก หรือนานกว่านั้น แต่ว่าการทบต้นก็เป็นเพื่อนสนิทของการลงทุน เราลองสมมติสถานการณ์กันเถอะว่าการทบต้นทำหน้าที่อย่างไร และเหตุผลอะไรที่ทำให้ถูกขนานนามว่าเป็นสิ่งที่ 8 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก??

เมื่อเราได้ลงทุนในหุ้น ผลตอบแทนที่เราจะได้รับนั้นจะมาในรูปแบบกำไรจากการขาย การขึ้นราคาของหุ้น หรือปันผลในกรณีที่บริษัทได้แบ่งผลกำไรมาให้กับผู้ถือหุ้น การที่เราลงทุนและลงทุนกลับไปเรื่อยๆ ก็ถือว่าเป็นวิธีการทำเงินจากการทบต้นเช่นเดียวกัน

3 แนวทางในพอร์ตประเภท World-equity

สมมติว่าเราลงทุน 100 ดอลล่าร์ในพอร์ตหุ้นโลก ในตอนท้ายของปี 1987 และลองเปรียบเทียบ 3 สถานการณ์:

1. ไม่ถอนเงินออกเลย (หรือก็คือไม่แตะเงินต้นเลย และนำเงินปันผลไปลงทุนต่อ)

2. ถอนเงินปันผลในแต่ละปี

3. ถอนทั้งเงินปันผลและผลกำไรในแต่ละปี

ขั้นต้น เรามาลองดูกันว่าจำนวนเงินที่เราจะได้รับในปัจจุบันเป็นเท่าไร สำหรับสามสถานการณ์:

สิ่งมหัศจรรย์ของโลก สิ่งที่ 8 ของไอน์สไตน์

ในสถานการณ์แรก (สีแดง) หากเรายังนำเงินปันผลไปลงทุนต่อ และยังลงทุนต่อไปเรื่อยๆ ปัจจุบันมูลค่าความมั่งคั่งจะเป็น 1,042 ดอลล่าร์ สำหรับสถานการณ์ที่สอง (สีฟ้า) ในกรณีที่เราไม่ได้นำเงินปันผลมาลงทุนต่อ ปัจจุบันเราจะมีเงินอยู่ 509 ดอลล่าร์ แต่ถ้าเราถอนเงินที่ได้รับออกมาทั้งหมด (สีเขียว) ไม่ว่าจะเป็นเงินปันผลหรือผลกำไร เราจะมีเงินเท่ากับจำนวนเงินแรกที่เราเริ่มลงทุน

ความมั่งคั่งสะสมสามารถอธิบายผลกำไรที่ได้จากระยะเวลาการลงทุน

ถึงอย่างนั้น ก็ยังมีกรณีที่เรานำเงินปันผล หรือนำทั้งเงินปันผลและผลกำไรออกมาจากพอร์ต แต่ความมั่งคั่งโดยรวมก็ยังเพิ่มขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นเคสนี้เราจะมาดูสิ่งที่เรียกว่าความมั่งคั่งสะสม ซึ่งเป็นการคำนวณจำนวนเงินทั้งหมดที่ได้รับตลอดระยะเวลาที่เราลงทุนในตอนท้ายปี 1987

สิ่งมหัศจรรย์ของโลก สิ่งที่ 8 ของไอน์สไตน์

เมื่อเราไม่ได้มีการถอนเงินประเภทใดออกมา (สีแดง) ความมั่งคั่งสะสมก็จะเหมือนจำนวนเงินสุดท้ายที่เราได้รับในวันนี้ หากไม่มีการถอนเงินออกมา แล้วนำปันผลที่ได้ไปลงทุนทั้งหมด เงิน 100 ดอลล่าร์จะสร้างกำไรได้ถึง 942 ดอลล่าร์ ในกรณีที่สอง (สีฟ้า) ที่ได้มีการนำเงินปันผลออกมา เราจะได้รับกำไรเพิ่ม 614 ดอลล่าร์ แต่ถ้าเป็นกรณีสุดท้ายที่ถอนผลกำไรไปด้วย (สีเขียว) ผลกำไรจะเหลือเพียง 244 ดอลล่าร์เท่านั้น

ดอกเบี้ยทบต้นคือเงินที่เราได้แบบฟรีๆ

nter logo

หากคุณคิดจะลงทุนเพิ่มในกองทุนรวม นี้คือสิ่งที่คุณไม่อยากพลาด! สมัครสมาชิกตอนนี้เพื่อรับโพยกองทุนเด็ดที่แนะนำ อัพเดททุกเดือนจาก FINNOMENA

กดที่นี่เพื่อรับโพยกองทุน

เราสามารถแยกส่วนประกอบทั้งหมดของเงินสะสมที่เราได้เป็น 4 ส่วน: เงินลงทุน 100 ดอลล่าร์, ผลกำไร, เงินปันผล และการทบต้น

สิ่งมหัศจรรย์ของโลก สิ่งที่ 8 ของไอน์สไตน์

ข้อแตกต่างสำคัญระหว่างเหตุการณ์สมมติทั้ง 3 กรณีคือ การทบต้น

ในกรณีที่เราไม่ได้ถอนเงินออกมาเลย ผลจากการทบต้นสามารถสร้างเงินได้ถึง 649 ดอลล่าร์ จากเงิน 942 ดอลล่าร์ คิดเป็น 69 เปอร์เซ็นต์จากเงินที่สามารถสร้างได้จากการลงทุน 100 ดอลล่าร์

หากเราลงทุนเงินปันผลเราอีกรอบ เราสามารถได้รับเงินเพิ่มถึง 328 ดอลล่าร์เลยทีเดียว เมื่อลองเปรียบเทียบกับกรณีที่สองที่เราได้ถอนเงินปันผลออกมาทั้งหมด เงินที่เราจะได้จากการทบต้นมีเพียง 321 ดอลล่าร์เท่านั้นเอง

ในกรณีที่สามที่เรานำเงินทั้งปันผลและผลกำไรออกมา เงินของเราไม่ได้โตตามการทบต้นใดๆ เลย และอีกหนึ่งจุดที่สังเกตได้ก็คือ ทั้งส่วนของเงินปันผลและผลกำไรดูเป็นสัดส่วนที่เล็กกว่า สาเหตุมาจากการที่เราไม่ได้เพิ่มเงินใดๆ เลยในพอร์ต หมายความว่า ตั้งแต่ที่ได้ถอนกำไรทั้งหมดในตอนท้ายของแต่ละปี ในบางปี มูลค่าของพอร์ตจะมีค่าน้อยกว่า 100 ดอลล่าร์ และในปีๆ นั้น เราก็ไม่ได้ผลกำไรเช่นเดียวกัน ซึ่งก็คือเราไม่สามารถถอนออกได้ และฐานสำหรับเงินปันผลของเราจะลดลงเมื่อเราได้รับผลกำไร

มีเงิน (ที่ได้รับแบบฟรีๆ) ที่รอให้สะสม

เพื่อให้ได้รับผลประโยชน์สูงสุดจากการทบต้น ซึ่งเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกสิ่งที่ 8 นี้ เราจำเป็นต้องลงทุนระยะยาว และต้องนำเงินปันผลไปลงทุนอีกรอบหรือลงทุนซ้ำ และอีกหนึ่งส่วนที่สำคัญคือ เราไม่ควรลงทุนเพียงแค่ 100 ดอลล่าร์ แต่ว่าเราควรใส่เงินในพอร์ตให้มากขึ้นและสม่ำเสมอ คุณคงไม่ต้องการจบลงด้วยการมีเงินไม่เพียงพอใช้สำหรับชีวิตตอนชรา หรือพบกับความเสี่ยงประเภท Shortfall risk สำหรับคนทุกคน เราควรใส่เงินในพอร์ตเป็นประจำทุกเดือนเมื่อได้รับเงินเดือน และควรตระหนักถึงการเพิ่มการลงทุนเมื่อคุณได้รับเงินเดือนที่เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน

วิธีทำให้ได้รับกำไรมากที่สุดจากสิ่งมหัศจรรย์ของโลก สิ่งที่ 8 (การทบต้น)

วิธีที่จะได้รับเงินจากการทบต้นมากที่สุด มีวิธีปฏิบัติอยู่ 3 วิธี:

1. ลงทุนในระยะยาว

2. ลงทุนเงินปันผลซ้ำ

3. เพิ่มเงินลงทุนสม่ำเสมอในทุกๆ เดือน

ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ที่หลายๆ คนสามารถหาเหตุผลเพื่อเลื่อนการลงทุนในตอนนี้ หรือเลื่อนการเพิ่มเงินลงทุนสม่ำเสมอในพอร์ต หนึ่งในสาเหตุอาจมาจากการที่ตลาดแพงเกินไป แต่ในความเป็นจริงแล้ว ตลาดเริ่มมีความเกี่ยวข้องน้อยลงเมื่อระยะเวลาการลงทุนเพิ่มขึ้น

ประเด็นหลักของบทความนี้คือต้องการสื่อถึงการทบต้นที่มีเงินที่ได้รับแบบฟรีๆ อีกเยอะให้เราได้สะสม ถ้าไม่เริ่มลงทุน คุณจะไม่ได้รับประโยชน์จากการทบต้นเลย

การทบต้นเป็นวิธีที่ทำให้เมล็ดเงินเจริญเติบโตเป็นต้นไม้แข็งแรงและยิ่งใหญ่ การทบต้นเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกสิ่งที่ 8 อย่างแท้จริงครับ

ที่มา: https://becomeabetterinvestor.net/blog/einsteins-eighth-wonder-of-the-world/


**สนใจลงทุนพอร์ต All Weather Strategy พอร์ตกองทุนรวมจัดโดย Andrew Stotz ซึ่งจะช่วยให้เราได้ผลตอบแทนจากหุ้นในระยะยาว ในขณะที่ลดความรุนแรงของการขาดทุนในช่วงภาวะตลาดขาลง หากสนใจดูข้อมูลและลงทุนในพอร์ตนี้ สามารถคลิกที่นี่ https://www.finnomena.com/port/andrew/ หรือแบนเนอร์ข้างล่างได้เลยครับ

nter logo

หากคุณคิดจะลงทุนเพิ่มในกองทุนรวม นี้คือสิ่งที่คุณไม่อยากพลาด! สมัครสมาชิกตอนนี้เพื่อรับโพยกองทุนเด็ดที่แนะนำ อัพเดททุกเดือนจาก FINNOMENA

กดที่นี่เพื่อรับโพยกองทุน