รีวิวกองทุน K-CHINA-A(D): โตไปกับ “พลังเงิน” ของคนจีน จุดเปลี่ยนสำคัญที่จะทำให้จีนก้าวขึ้นสู่มหาอำนาจอันดับ 1 ของโลก

รีวิวกองทุน K-CHINA-A(D): โตไปกับ “พลังเงิน” ของคนจีน จุดเปลี่ยนสำคัญที่จะทำให้จีนก้าวขึ้นสู่มหาอำนาจอันดับ 1 ของโลก

ประเทศจีนกำลังก้าวเข้าสู่การเป็นประเทศที่มี GDP สูงสุดในโลกแทนสหรัฐฯ ถ้าใครติดตามเรื่องราวของจีนจะรู้ว่า GDP จีนกำลังจะแซงสหรัฐฯในอีก 10-15 ปีข้างหน้า หรือราว ๆ ปี 2030-2035

ทุกคนที่กำลังอ่านบทความนี้อยู่จะมีโอกาสเห็นจีนขึ้นเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจโลกด้วยตาตนเอง อย่างไรก็ตามช่วงปีที่ผ่านมามีเหตุการณ์ที่ทำให้จีนจะก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจอันดับด้านเศรษฐกิจอันดับ 1 ของโลก นั่นคือ “การแพร่ระบาดของ COVID-19 นั่นเอง”

คีย์สำคัญของจุดเปลี่ยนในครั้งนี้คือแม้จีนจะถูกกระทบโดยการระบาดหนักของ COVID-19 ก่อนประเทศอื่น ๆ แต่จีนกลับสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพเกินคาด ทำให้ผลที่ออกมาคือประเทศอื่น การเติบโตของ GDP พังพินาศ เศรษฐกิจโดนกระทบอย่างหนัก แต่จีนกลับยังเป็นประเทศที่มีการเติบโตของ GDP อยู่ 2.3% และคาดว่าจะโตอีก 6% ในปี 2021 นี้

ผลที่ออกมาทำให้ขนาดเศรษฐกิจของจีนที่ยังโตต่อเนื่องได้ และอาจจะกลายเป็นเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกแซงสหรัฐฯ เร็วขึ้นอีก 3-5 ปี และล่าสุด Centre for Economics and Business Research (CEBR) ได้ประเมินว่าจีนจะก้าวขึ้นสู่อันดับหนึ่งของโลกได้ภายในปี 2028 เลยทีเดียว

สร้างแผนและเปิดบัญชีกองทุนรวมกับ FINNOMENA สะดวก รวดเร็ว เปิดออนไลน์ ไม่ต้องส่งเอกสารให้ยุ่งยาก พร้อมเลือกซื้อกองทุนกว่า 1,000 กอง จาก 22 บลจ. ครอบคลุมทุกบลจ. ในประเทศไทย สร้างแผนและเปิดบัญชี คลิก: https://finno.me/open-plan

รีวิวกองทุน K-CHINA-A(D): โตไปกับ “พลังเงิน” ของคนจีน จุดเปลี่ยนสำคัญที่จะทำให้จีนก้าวขึ้นสู่มหาอำนาจอันดับ 1 ของโลก

ที่มา: CEBR World Economic League Table 2021

ซึ่งถ้าจะมาดูกันว่าอะไรคือตัว Drive GDP ของจีนให้โตแรงแซงสหรัฐฯ ได้ จะเห็นว่าสัดส่วน GDP ของจีนมีส่วนผสมของภาค Service เป็นสัดส่วน 54.5% หรือครึ่งหนึ่งของเศรษฐกิจ เป็นการผลิตและภาคอุตสาหกรรม 37.8% เป็นภาคเกษตร 7.7%

รีวิวกองทุน K-CHINA-A(D): โตไปกับ “พลังเงิน” ของคนจีน จุดเปลี่ยนสำคัญที่จะทำให้จีนก้าวขึ้นสู่มหาอำนาจอันดับ 1 ของโลก

ที่มา: Statista.com

ถ้า GDP จะโตแรง ๆ ได้แน่นอนภาค Service ต้องมีส่วนร่วมในการผลักดัน ผมเชื่อว่าในอีก 5-10 ปีข้างหน้าภาค Service ของจีนจะโตระเบิดจากการจับจ่ายใช้สอยของคนจีนในประเทศ จึงเป็นที่มาของไอเดียการลงทุนในวันนี้ ว่าถ้าอยากลงทุนให้พอร์ตโตไปกับกระแสการใช้เงินของคนจีน ผมนึกถึงกองทุนหนึ่งของทาง K-Asset ที่เรียกได้ว่าลงทุนเน้น ๆ กับธีม Chinese Consumer

K-CHINA-A(D) เติบโตไปกับพลังเงินของจีน

รีวิวกองทุน K-CHINA-A(D): โตไปกับ “พลังเงิน” ของคนจีน จุดเปลี่ยนสำคัญที่จะทำให้จีนก้าวขึ้นสู่มหาอำนาจอันดับ 1 ของโลก

K-CHINA-A(D) มีนโยบายลงทุนในต่างประเทศ เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนหลัก JPMorgan Funds – China Fund, Class JPN China I (acc) – USD ในอัตราส่วนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV และมีการป้องกันความเสี่ยงค่าเงินบางส่วน (ไม่น้อยกว่า 75% ของเงินลงทุนในต่างประเทศ) ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6 : เสี่ยงสูง

โดยกองทุนหลักมีนโยบายการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาวจากการลงทุนในบริษัทที่ดำเนินธุรกิจในประเทศจีนเป็นหลัก ทางกองทุนใช้หลักการคัดเลือกหุ้นโดยเน้นไปที่การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน และจัดเต็ม ๆ กับบริษัทที่ทางผู้จัดการกองทุนเห็นโอกาสในการสร้างผลตอบแทน

สิ่งที่ทำให้ผมสนใจในกองทุน K-CHINA-A(D) คือสัดส่วนการลงทุนในกลุ่ม Consumer Discretionary ที่สูงถึง 30% หรือราว ๆ 1 ใน 3 ของกองทุนเลยทีเดียว ถือว่าอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับที่อื่น ๆ

รีวิวกองทุน K-CHINA-A(D): โตไปกับ “พลังเงิน” ของคนจีน จุดเปลี่ยนสำคัญที่จะทำให้จีนก้าวขึ้นสู่มหาอำนาจอันดับ 1 ของโลก

จาก Research ของ Mckinsey การลงทุนใน Consumer Trend ของจีนจะได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลง 3 ข้อด้วยกัน

1. การ Digitization ของกลุ่มบริษัทที่กำลัง Transform ตัวเองเข้าสู่เทคโนโลยี เราจะได้เห็นบริษัทในจีนส่วนใหญ่แม้ไม่ใช่บริษัทเทคโนโลยีแต่ใช้เทคโนโลยีกันอย่างเข้มข้นมาก ๆ

2. การเพิ่มขึ้นของการบริโภคในประเทศ จีนรู้ว่าการจะเอาชนะในเกมมหาอำนาจนี้ได้จะต้องใช้ประโยชน์จากคน 1,300 ล้านคนของประเทศตนเองให้มากที่สุด ดังนั้นจีนเลยหันมาเน้นการบริโภคภายในประเทศ

3. การแข่งขันที่รุนแรงในเชิงเทคโนโลยีทำให้จีนได้เปรียบ ถ้าเป็นเมื่อก่อนผู้นำเทคโนโลยีคือสหรัฐฯ แต่ผมเชื่อว่าถ้าถามใหม่ในวันนี้ หลาย ๆ คนอาจตอบว่าจีน ตัวผมเองก็ได้สัมผัสสินค้าจีนมาหลายยี่ห้อ นับว่าคุณภาพ และราคาถือว่าคุ้มค่ากว่าของสหรัฐฯ ในหลาย ๆ มุม จำนวนผู้บริโภคในประเทศที่มหาศาล ทำให้จีนสามารถทำต้นทุนได้ต่ำกว่าประเทศอื่น ๆ

ด้วยเหตุนี้ทำให้กลุ่ม Consumer Discretionary จึงน่าสนใจ แต่นี่ก็ไม่ใช่แค่จุดเด่นเดียวของกองทุน K-CHINA-A(D) เพราะอุตสาหกรรมอันดับ 2 ที่กองทุนลงทุนคือ Information Technology และอันดับ 3 คือ Communication Services ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มการเติบโตสูงในอนาคตทั้งคู่

รีวิวกองทุน K-CHINA-A(D): โตไปกับ “พลังเงิน” ของคนจีน จุดเปลี่ยนสำคัญที่จะทำให้จีนก้าวขึ้นสู่มหาอำนาจอันดับ 1 ของโลก

ที่มา: JP Morgan Funds – China Fund Factsheet
วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2021

ถ้าสังเกตตรง Top 10 Holdings จะเห็นว่าเสน่ห์ของ K-CHINA-A(D) อยู่ที่การลงทุนในหุ้นแบบ High-Conviction เน้น ๆ ในหุ้นจีนลูกครึ่งที่ได้ประโยชน์จากทั้งการเติบโตของ Consumer และ Technology อย่าง Tencent, Alibaba และ Meituan

รีวิวกองทุน K-CHINA-A(D): โตไปกับ “พลังเงิน” ของคนจีน จุดเปลี่ยนสำคัญที่จะทำให้จีนก้าวขึ้นสู่มหาอำนาจอันดับ 1 ของโลก

ณ เวลาที่ผมเขียนอยู่นี้หุ้นหลักทั้ง 3 ตัวต่างมีการปรับฐานลงมาพอสมควร ถือเป็นโอกาสดีในการเข้าซื้อเพื่อลงทุนระยะยาว

BABA บริษัท E-Commerce ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ลงมาจากจุดสูงสุดราคา 319.32 USD เหลือ 239.79 USD ลดลงมา 25%

TENCENT บริษัท Game ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเจ้าของ Wechat ลงมาจากจุดสูงสุดราคา 775.5 HKD เหลือ 633.5 HKD ลดลงมา 18.3%

MEITUAN บริษัทรีวิว จองร้านอาหาร และบริการต่างๆ ในราคาที่มีส่วนลด มีส่วนแบ่งตลาด 65% เป็นรายใหญ่ของประเทศจีน (อารมณ์คล้ายๆ วงใน + Grab บ้านเรา) ลงมาจากจุดสูงสุดที่ 460 HKD เหลือ 320.6 HKD ลงมา 30%

หุ้นที่กล่าวมาทั้งหมดล้วนแล้วแต่อยู่ในสถานะที่กำลังเติบโตและได้รับผลประโยชน์จากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ทำให้คนส่วนใหญ่ต้องหันไปใช้บริการต่าง ๆ ออนไลน์มากขึ้นแม้ในระยะสั้นอาจมีการสะดุดบ้านจากการเปิดเมืองที่ทำให้คนบางส่วนหันกลับไปใช้ชีวิตเหมือนเดิม แต่ในระยะยาวเชื่อว่ายังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม Technology เป็นสิ่งที่ได้กลายเป็นปัจจัยที่ 5 ของคนไปแล้ว ไม่ใช่สิ่งที่เป็น Luxury อย่างในอดีต นโยบายของจีนเองก็เน้นเรื่องการพัฒนา Technology เพราะสีจิ้นผิงเองก็รู้ว่า ถ้าจะชนะสหรัฐฯ ได้ สองสิ่งที่จะทำให้จีนก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจคือ Technology และพลังการบริโภคมหาศาลของคนจีน 1,300 ล้านคน

ถ้าใครศึกษาอดีตจะพบว่าในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา เมื่อโลกเกิดการเปลี่ยนแปลง ผู้ชนะมักจะเป็นฝั่งผู้ท้าชิงเสมอ ผมเชื่อว่าจีนพัฒนาขึ้นมาเป็นผู้ท้าชิงที่มาพร้อมกับการบริโภคมหาศาล และ Technology ที่จะช่วยให้ธุรกิจของจีนสามารถพัฒนาได้แบบไร้ขีดจำกัด

ปี 2028 เราได้เห็นจุดเปลี่ยนสำคัญของโลกแน่ ๆ ครับ และกองทุนจีนทั้งหลายที่มีอยู่ในตอนนี้ คงไม่ได้อยู่ที่ราคานี้แต่น่าจะเติบโตตามเศรษฐกิจและ Technology ของจีนไป ส่วนจะกำไรเท่าไหร่นั้น เวลาเท่านั้นที่จะให้คำตอบได้

BuffettCode

สร้างแผนและเปิดบัญชีกองทุนรวมกับ FINNOMENA สะดวก รวดเร็ว เปิดออนไลน์ ไม่ต้องส่งเอกสารให้ยุ่งยาก พร้อมเลือกซื้อกองทุนกว่า 1,000 กอง จาก 22 บลจ. ครอบคลุมทุกบลจ. ในประเทศไทย สร้างแผนและเปิดบัญชี คลิก: https://finno.me/open-plan

ดูข้อมูลกองทุนเพิ่มเติมได้ที่

https://www.finnomena.com/fund/K-CHINA-A(D)
https://www.kasikornasset.com/th/mutual-fund/fund-template/Pages/K-CHINA.aspx
https://am.jpmorgan.com/lu/en/asset-management/adv/products/jpm-china-i-acc-usd-lu0248042839

อ่านบทความกองทุนจีนกองอื่น ๆ

รีวิวกองทุน ASP-EVOCHINA: 10 เรื่องที่ต้องรู้ของกองทุนจีนผลตอบแทนโดดเด่น
รีวิวกองทุน TMBCOF: คว้าโอกาสเติบโตระยะยาวจากหุ้นจีน
รีวิวกองทุน TMB-ES-CHINA-A: เรื่องจริงไม่อิงนิยาย สรุปปาฏิหาริย์ประเทศจีน
รีวิวกองทุน UCHI: การผนึกกำลังของเทคโนโลยีและสุขภาพในประเทศจีน

คำเตือน

ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในประเทศจีน จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากกองทุนมีการป้องกันความเสี่ยงบางส่วน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FINNOMENAPORT”

คู่มือเลือกกองทุน SSF RMF อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ