รับชมบน YouTube: https://youtu.be/xScSbB_PVFs

ใคร ๆ ก็คงเคยนึกเล่น ๆ ถึงวันโลกแตกใช่ไหม วันหนึ่งซอมบี้อาจจะบุกโลก AI และหุ่นยนต์อาจจะครองเมือง หรือที่เห็นภาพได้ชัดหน่อยในช่วงนี้ก็โรคระบาด แต่ที่ World Economic Forum เขาได้ออกมาสรุปแล้วว่าความเสี่ยงของโลกที่น่ากลัวที่สุดนั้นใกลัตัวกว่าที่เราคิด และอาจเป็นปัญหาที่ยากจะเยียวยาแล้วก็ได้! สิ่งนั้นคืออะไรมาหาคำตอบกันในคลิปนี้

การประชุมล่าสุดของ World Economic Forum

  • World Economic Forum เป็นที่ประชุมด้านเศรษฐกิจที่สำคัญระดับโลก ที่จะมีผู้นำทั้งภาครัฐและเอกชนมาร่วมหารือกันเพื่อกำหนดทิศทางของนโยบายด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
  • ล่าสุดที่ได้จัดประชุมเมื่อเดือนมกราคม 2022 ที่ผ่านมา ก็ได้มีการสรุปถึงความเสี่ยงระดับโลกที่น่ากังวลมากที่สุด นั่นก็คือปัญหาโลกร้อน โดยเฉพาะประเด็นที่ว่าความร่วมมือของแต่ละประเทศทั่วโลก ณ ขณะนี้ไม่น่าเพียงพอบรรลุผลสำเร็จได้
  • โดยในที่ประชุมได้พูดถึงความร่วมมือ COP26 ที่มีเป้าหมายควบคุมอุณหภูมิของโลกจนถึงปี 2100 หรือจนถึงอีกประมาณ 80 ปีข้างหน้า ไม่ให้เพิ่มเกินไปกว่า 1.5 องศาเซลเซียส นับจากยุคก่อนอุตสาหกรรม
  • แต่จากการประเมินสถานการณ์ ดูท่าแล้วก็คงจะเพิ่มไป 2.7 องศาเซลเซียส หรืออย่างดีที่สุดจริง ๆ ก็จะเพิ่มไปถึง 1.8 องศาเซลเซียสอยู่ดี เพราะแค่ในปี 2021 ก็นับว่าอุณหภูมิของโลกสูงขึ้นจากช่วงยุคก่อนอุตสาหกรรมแล้ว 1.2 เซลเซียส
  • หากภารกิจดับร้อนโลกใบนี้ไม่สำเร็จ นอกจากความเสี่ยงที่โลกจะอยู่ในจุดที่ไม่เหมาะแก่การอยู่อาศัยของมนุษย์ในสักวันหนึ่งแล้ว ในแง่ของเศรษฐกิจก็อาจสร้างปัญหาคนตกงาน เงินเฟ้อ ไปจนถึงปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และอาจกลายเป็นความเสียหายที่คิดมูลค่าเป็นเกือบ 20% ของ GDP รวมทั้งโลกเลยทีเดียว
  • เห็นได้ว่าความพยายามที่จะบรรเทาปัญหาโลกร้อนเป็นภารกิจสำคัญและเร่งด่วนของทุกประเทศทั่วโลก ณ ขณะนี้ ด้วยเหตุผลที่เรียบง่ายที่สุดเลยนั่นคือในทางภูมิศาสตร์แล้ว เรามีโลกเพียงใบเดียว ที่ในขณะนี้ก็ยังไม่สามารถหาโลกใบอื่นมาสำรองได้ ดังนั้นโลกร้อนจึงเป็นปัญหาที่ยิ่งแก้ไขช้า ก็ยิ่งมีแต่จะเลวร้ายลง

ทางเลือกการลงทุน

  • หากเรามองเห็นทิศทางของผู้นำระดับโลกที่จะหันมาใส่ใจและถนอมโลกใบนี้ให้ยังน่าอยู่ไปอีกนาน ๆ ก็คงสังเกตได้ว่าภาคธุรกิจทั่วโลกก็มีแนวโน้มปรับปรุงการดำเนินธุรกิจให้ใส่ใจสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาลมากขึ้น และเราก็อาจร่วมเป็นเจ้าของธุรกิจเหล่านี้ผ่านกองทุนรวม
  • ตัวอย่างกองทุนรวมที่เน้นลงทุนในธุรกิจใส่ใจโลกก็อย่างเช่น MRENEW-A, MRENEW-D, WE-GSECURE, KCHANGE-A(A), P-CGREEN และ UESG เป็นต้น ซึ่งบางกองก็อาจมีการกระจุกตัวลงทุนในบางอุตสาหกรรม ที่ทำให้ระดับความเสี่ยงของกองทุนอยู่ที่ระดับที่ 7 จากทั้งหมด 8 ระดับได้เลยทีเดียว
  • ผู้ที่สนใจจะลงทุนในกองทุนลักษณะนี้ จึงรักษ์โลกเพียงอย่างเดียวไม่พอ แต่ควรมีความเข้าใจในอุตสาหกรรมที่ลงทุน ติดตามข่าวสารการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ และที่ขาดไปไม่ได้นั่นคือก่อนจะลงทุนกองไหน ควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน โดยศึกษารายละเอียดแต่ละกองทุนได้ที่เว็บไซต์ FINNOMENA.COM ซึ่งก็จะมี Fund Fact Sheet ให้ศึกษากันด้วย

ดาวน์โหลด E-BOOK “Thematic Investment : ESG การลงทุนเพื่ออนาคต ถึงเวลาซื้อหรือยัง?”

พบความสุดพิเศษสำหรับคุณได้ในทุกวัน ทั้งบทความให้ความรู้เกี่ยวกับกองทุนรวม หุ้น คริปโตฯ และการบริการ โปรโมชั่น ของรางวัลต่างๆ ที่คัดสรรมาเพื่อมอบให้กับสมาชิก FINNOMENA เท่านั้น
👉 สมัครสมาชิกเว็บไซต์ FINNOMENA https://finno.me/register-website


คำเตือน

  • ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลของกองทุนรวมโดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายการลงทุน ความเสี่ยง และผลการดำเนินงานของกองทุนรวม โดยสามารถขอข้อมูลจากผู้ขายหน่วยลงทุนก่อนการตัดสินใจลงทุน
  • ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
  • กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย
  • ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
  • สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FINNOMENAPORT”

มือใหม่ห้ามพลาด! คอร์สเรียนพิเศษจาก FINNOMENA U "กองทุนรวม 101 สำหรับมือใหม่"