Trade War - หรือเราจะลืมผลเลวร้ายของสงครามการค้าไปแล้ว?

ช่วงนี้มีข่าวสงครามการค้าระหว่างสองชาติมหาอำนาจของโลก ซึ่งก็คือสหรัฐอเมริกากับจีน ผลของมันจะตามมาอย่างไร เวลาเท่านั้นจะตอบได้

หรือแท้จริงมันมีคำตอบอยู่แล้วในอดีตเพียงแต่เราลืมมันไป?

ผู้เขียนจึงขอย่อยเหตุการณ์ครั้งนั้นออกมาเป็นภาษาง่ายๆ ให้ได้เห็นผลอันเลวร้ายกันดีกว่า

ย้อนรอยสงครามการค้าในอดีต

สงครามการค้าเกี่ยวกับการขึ้นภาษีนำเข้าที่ชื่อว่า Smoot-Hawley Act  หรือ Smoot–Hawley Tariff ซึ่งตั้งตามชื่อวุฒิสมาชิกสองท่านที่ผลักดันร่างกฎหมายขึ้นภาษีนี้ขึ้นมา เพื่อตอบสนองต่อการหดตัวครั้งใหญ่ของเศรษฐกิจในช่วงนั้น แต่กลับถูกมองว่าเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ยิ่งทำให้เกิดการหดตัวมากขึ้นไปอีก

Willis Hawley (ซ้าย) และ Reed Smoot (ขวา) ในเดือนเมษายน 1929

หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 1 หลายประเทศเป็นหนี้และต้องชดเชยค่าเสียหาย โดยเฉพาะในยุโรป จนสุดท้ายเศรษฐกิจทั้งโลกพังทลายลงในช่วงทศวรรษ 1930 และต้องทำความเข้าใจสักนิดว่าช่วงนั้นเป็นการตั้งนโยบายตามใจแต่ละประเทศโดยไม่มีการเจรจาในระดับโลกเหมือนในปัจจุบัน ดังนั้นแต่ละประเทศตัดสินใจกันเองเลย

ช่วงนั้นการเกษตรในยุโรปเริ่มฟื้นตัว แต่ในทางกลับกัน…เกษตรกรในสหรัฐฯ ประสบปัญหาจากการแข่งขันที่สูงขึ้นและราคาที่ลดลงจากการผลิตที่ล้นตลาด ทำให้เริ่มมีเสียงเรียกร้องให้จัดการปัญหานี้โดยขึ้นภาษีนำเข้าเลยสิ

ว่าแล้วก็จัดไปร้อยกว่ารายการ…

จุดประสงค์ก็เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศและตอบโต้ประเทศอื่นๆ ด้วย ทีนี้การสวนกลับก็เกิดขึ้นจากประเทศทางยุโรป แต่ถึงอย่างนั้นการตอบโต้ที่สาหัสที่สุดก็มาจากประเทศแคนาดา ซึ่งจัดการขึ้นภาษีนำเข้าไข่จาก 3 เซนต์เป็น 10 เซนต์!

ทีนี้ก็เลยเจ็บตัวกันไปทั่วครับ การค้าระหว่างประเทศลดไปหมด

การกลับตัวกลับใจเกิดขึ้นในปี 1934 มีความพยายามฟื้นการค้าระหว่างประเทศด้วยการลดภาษีนำเข้าลงที่เรียกว่า Reciprocal Trade Agreements Act จนนำมาสู่การตกลงการค้า GATT, NAFTA และการก่อตั้งองค์กรการค้าโลก (WTO)

บทเรียนครั้งนั้นสรุปได้ง่ายๆ จากประโยคนี้ ซึ่งกล่าวโดยศาสตราจารย์ Doug Irwin แห่งมหาวิทยาลัย Dartmouth

“มันดูง่ายนะที่แก้ปัญหาด้วยการกีดกันการนำเข้าและผลิตเองเพื่อสร้างงาน แต่กลับกันประเทศอื่นๆ ก็ตอบโต้ได้เหมือนกันนะ” 

กลับมา ณ ตอนนี้

เหมือนเหตุการณ์มันจะคล้ายๆ เดิม การตอบโต้เริ่มมีบ้าง การเจรจาเริ่มตามมา

พวกเขาจะกลับไปดูผลของอดีตอันขมขื่น หรือมันจะเป็นเพียงการเล่นละครเพื่อเรียกคะแนนเสียงของนักการเมือง เวลาเท่านั้นจะตอบได้ครับ

nter logo

ลงทุนในกองทุนรวมที่ยอดเยี่ยม ปรึกษา FINNOMENA ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย เพราะเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน จึงต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด

ดูพอร์ตกองทุนแนะนำ