
ตลาดหุ้นไทยได้พิสูจน์อีกครั้งว่า จุดต่ำสุดไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวใหม่ ข้อมูล ณ วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 เผยให้เห็นว่ามีหุ้นไทยถึง 10 ตัวที่ฟื้นตัวขึ้นมาอย่างโดดเด่นจากจุดต่ำสุดในรอบ 1 ปี และบางตัวก็พลิกกลับมาแรงจนน่าตกใจ
10 หุ้นไทยรีบาวด์แรง
*ข้อมูลจาก Tradingview ณ วันที่ 24 กรกฎาคม 2026

ผู้ผลิตและส่งออกชิป อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และระบบจัดการพลังงานชั้นนำ รองรับ Data Center และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ฟื้นตัวจาก 52.50 บาท สู่ 304.00 บาท
- KCE Electronics (KCE) +202%
ผู้ผลิตและจำหน่ายแผ่นพิมพ์วงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) รายใหญ่ ส่งออกเน้นกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก ฟื้นตัวจาก 13.80 บาท สู่ 41.75 บาท
ผู้ให้บริการประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และไมโครอิเล็กทรอนิกส์สำหรับอุปกรณ์สื่อสาร ยานยนต์ และอุตสาหกรรม ฟื้นตัวจาก 14.10 บาท สู่ 38.00 บาท
ผู้บริหารจัดการท่าอากาศยานหลัก 6 แห่งในประเทศไทย รวมถึงสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง ฟื้นตัวจาก 27.00 บาท สู่ 63.50 บาท
- WHA Corporation (WHA) +126%
ผู้ให้บริการคลังสินค้า โลจิสติกส์ พัฒนานิคมอุตสาหกรรม และระบบสาธารณูปโภค เช่น น้ำและพลังงาน ฟื้นตัวจาก 2.50 บาท สู่ 5.15 บาท
- Krungthai Bank (KTB) +120%
ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ของรัฐ ให้บริการทางการเงินครบวงจรและบริการดิจิทัลแบงก์กิ้งผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง ฟื้นตัวจาก 19.80 บาท สู่ 43.50 บาท
- B.Grimm Power (BGRIM) +118%
ผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ ทั้งโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมและพลังงานหมุนเวียนในไทยและต่างประเทศ ฟื้นตัวจาก 9.00 บาท สู่ 19.60 บาท
ผู้รับจ้างผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ (EMS) เช่น ปริ้นเตอร์ อุปกรณ์โทรคมนาคม และสมาร์ทโฮม ฟื้นตัวจาก 4.16 บาท สู่ 8.75 บาท
บริษัทโฮลดิ้งเน้นลงทุนในธุรกิจพลังงาน โรงไฟฟ้า ก๊าซธรรมชาติ โครงสร้างพื้นฐาน และดิจิทัล ฟื้นตัวจาก 37.75 บาท สู่ 66.25 บาท
- Kasikornbank (KBANK) +65%
ธนาคารพาณิชย์ชั้นนำ ให้บริการทางการเงินแก่ลูกค้ารายย่อย ธุรกิจ SME และบริการดิจิทัลแบงก์กิ้งครบวงจร ฟื้นตัวจาก 145.50 บาท สู่ 240.00 บาท
ช่วงเวลาที่ตลาดดูมืดมนที่สุด มักเป็นช่วงเวลาที่โอกาสซ่อนตัวอยู่มากที่สุดเช่นกัน อย่างไรก็ตาม แม้เราจะไม่สามารถจับจังหวะจุดต่ำสุดได้อย่างแม่นยำ แต่ในวันที่ตลาดเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว นี่คือจังหวะสำคัญในการหันกลับมามองปัจจัยพื้นฐาน กระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม และมีวินัยทยอยสะสมหุ้นคุณภาพ เพื่อสร้างโอกาสเติบโตในระยะยาว
โอกาสลงทุนหุ้นไทยผ่านกลยุทธ์ Definit SET Select (DSS)
Definit SET Select (DSS) เป็นพอร์ตการลงทุนในหุ้นไทย ที่ใช้กลยุทธ์ EVT (Earnings – Valuation – Technical) เพื่อคัดเลือกหุ้นที่มีการปรับประมาณการกำไรขึ้น ราคายังต่ำเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรม และมีสัญญาณทางเทคนิคเชิงบวก ไม่เกิน 20 ตัว
สนใจลงทุน คลิกเลย
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | การลงทุนอาจมีการกระจุกตัวสูงทั้งในรายหุ้นและรายอุตสาหกรรม | ข้อมูลในเอกสารฉบับนี้รวบรวมมาจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ อย่างไรก็ดี บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน เดฟินิท จำกัด (บริษัท) ไม่สามารถยืนยันหรือรับรองความถูกต้องของข้อมูลเหล่านี้ได้ ไม่ว่ากรณีใดๆ | บทวิเคราะห์ในเอกสารนี้จัดทำขึ้นโดยอ้างอิงหลักเกณฑ์ทางวิชาการเกี่ยวกับหลักการวิเคราะห์ และมิได้เป็นการชี้นำ หรือเสนอแนะให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใด ๆ | การตัดสินใจซื้อหรือขาย หลักทรัพย์ใดใดของผู้อ่าน ไม่ว่าจะเกิดจากการอ่านบทความในเอกสารนี้หรือไม่ก็ตาม ล้วนเป็นผลมาจากวิจารณญาณของผู้อ่าน โดยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือพันธะผูกพันใด ๆ กับ บริษัท