รีวิวกองทุน Principal VNEQ-A: กองทุนผลตอบแทนโดดเด่น รับโอกาสเติบโตของประเทศเวียดนาม

จากการวิเคราะห์และถ่ายทอดผ่าน clubhouse เกี่ยวกับการลงทุนในประเทศที่น่าสนใจในระยะยาว อย่างเวียดนาม วันนี้เด็กการเงินจะพามารู้จักกับกองทุน PRINCIPAL VNEQ-A ซึ่งเป็นกองทุนเวียดนามที่มีผลตอบแทนโดดเด่นที่สุดในไทย ประกอบกับช่วงที่ผ่านมานี้ดัชนี VN30 ของตลาดหุ้นเวียดนามโฮจิมินห์มีการทำจุดสูงสุดใหม่ เราไม่ชักช้าที่จะพาเพื่อน ๆ มาทำความรู้จักกับประเทศเวียดนาม อะไรคือปัจจัยในระยะยาวที่เหมาะสมของประเทศเวียดนาม และกองทุนนี้สามารถ capture โอกาสเหล่านี้ได้อย่างไร มาดูกันเลย

1. ศักยภาพและโอกาสเติบโตของเวียดนาม

รีวิวกองทุน Principal VNEQ-A: กองทุนผลตอบแทนโดดเด่น รับโอกาสเติบโตของประเทศเวียดนาม

ที่มา: เพจเด็กการเงิน DekFinance

เวียดนามกำลังก้าวไปสู่ฐานการผลิตที่สำคัญของโลก เน้นการบริโภคภายในประเทศ และมีการส่งออกโดดเด่น

นี่คือปัจจัยหลัก 5 ข้อของเวียดนามที่เราคิดว่า ประเทศนี้น่าลงทุนเหลือเกิน:

a. GDP เติบโตจากการบริโภคภายในประเทศ โดยประชากรวัยหนุ่มสาวแรงงาน โดยเฉลี่ยหลัก 30 ปี ที่มีกำลังใช้จ่ายเต็มที่

GDP ภาคการผลิต เน้นไปที่สินค้าอุตสาหกรรม การบริการ ค้าปลีก และก่อสร้าง

โดย IMF คาดการณ์ GDP เติบโตทั้งปี 6.7% (Q1 ประกาศแล้วที่+4.48%) และจะมีการเติบโตของ GDP เพิ่มมากขึ้นใน Q2 และ Q3 จากการบริโภคและส่งออก (ดูข้อถัดไป)

b. แรงงานมีค่าแรงถูกเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน เป็นฐานการผลิตสินค้าที่สำคัญของกลุ่มประเทศในเอเชีย และกลุ่มประเทศตะวันตก ดันการส่งออกพุ่ง +19.2% ใน Q1 2021 และนักลงทุนต่างชาติยังคงใช้ประเทศเวียดนามเป็นฐานการผลิตต่อเนื่อง เนื่องจากมีสิทธิพิเศษทางภาษีในการค้าระหว่างประเทศ เช่น กับ USA และ EU เป็นต้น คาดว่าการส่งออกยังคงดีต่อไป

c. ความเจริญจากเมืองสู่ชนบท หรือนิคมอุตสาหกรรม (Urbanization) โอกาสความเจริญขยายจากเมืองโฮจิมินห์และเมืองฮานอยไปยังเมืองโดยรอบมากขึ้น เป็นโอกาสทองของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

d. ประชาชนยังคงมีหนี้ต่อ GDP ต่ำ แสดงถึงความมั่นคงทางการเงินของครอบครัว หรือสามารถสร้าง leverage ในการบริโภคได้อีกมากผ่านการกู้ยืม

e. Foreign Direct Investment (FDI) เพิ่มขึ้น 6.5% ใน Q1 2021 หลังจากที่ติดลบในปี 2020 (เนื่องจาก Covid-19) และคาดว่ากลับเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยบวกต่อบรรยากาศการลงทุน

2. รู้จักกับ Principal VNEQ-A

กองทุนเปิดพรินซิเพิล เวียดนาม อิควิตี้ ทำการลงทุนในหลักทรัพย์ของเวียดนามโดยตรง ทั้งหุ้น และ ETF โดยเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV ซึ่งแตกต่างจากกองอื่น ๆ ในไทยส่วนมากเป็นลักษณะ Feeder Fund โดยกองทุนนี้มีความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง)

พอร์ตกองทุนมีการจัดการและวิเคราะห์โดยผจก.กองทุนไทยและเวียดนามที่มีความเชี่ยวชาญ เลือกหุ้นและ sector ที่มีโอกาสในการเติบโตระยะยาว มูลค่าเหมาะสม มีการบริหารความเสี่ยงของอัตราแลกเปลี่ยนเงินอีกด้วย (ตามดุลพินิจ)

กองทุนมีเป้าหมายในการเอาชนะดัชนี VN30 ซึ่งเป็นดัชนีที่มีมาตรฐานสูง ถือเป็นความทะเยอทะยานของกองทุนที่เลือก Benchmark ที่มีความท้าทาย และผู้ที่ได้คือผู้ถือหน่วยลงทุนนั่นเอง

ปัจจุบัน (7 Apr 2021) กองทุนทำผลตอบแทนอยู่ที่ +24.07% ตั้งแต่ต้นปี 2021 (YTD)

โดยผลตอบแทนย้อนหลังเป็นดังนี้

3 เดือน: 15.09%

6 เดือน: 46.46%

1 ปี: 82.99%

3 ปี: 4.81%

ตั้งแต่จัดตั้ง ณ วันที่ 16 ต.ค. 2017: 20.46%

(ข้อมูลจาก finnomena.com/fund)

3. จุดเด่นของกองทุน Principal VNEQ-A

รีวิวกองทุน Principal VNEQ-A: กองทุนผลตอบแทนโดดเด่น รับโอกาสเติบโตของประเทศเวียดนาม

ที่มา: เพจเด็กการเงิน DekFinance

a. กองทุนบริหารโดยผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการลงทุนในประเทศเวียดนาม ติดตามการลงทุนอย่างใกล้ชิด

b. มีการดูแลค่าเงิน FX บาทและดอง ลดความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลพินิจ ความเสี่ยงของค่าเงินประเทศเติบโตอย่างประเทศเวียดนามเป็นความเสี่ยงที่มองข้ามไม่ได้

c. ใช้กลยุทธ์ Core-Satellite Port เน้นผลตอบแทนระยะยาวและมีการสับเปลี่ยนหุ้นบางส่วนตามสภาวะตลาดเพื่อเพิ่มผลตอบแทนระยะสั้น

d. มีการลงทุนในหุ้นที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง แม้ติดเกณฑ์ FOL (Foreign Ownership Limit) สร้างโอกาสเหนือกองทุนอื่น

ทำไมหุ้นที่มี Foreign Ownership Limit ถึงดี: มันแสดงถึงความต้องการในการเป็นเจ้าของ และทุกคนเห็นพ้องต้องกันถึงโอกาสในการเติบโตครับ อีกทั้งไม่ใช่ทุกคนที่สามารถลงทุนในหุ้นดังกล่าว จึงสามารถสร้างผลตอบแทนที่เหนือกว่าตลาดได้

e. เน้นการลงทุนระยะยาวในกลุ่มที่มีการเติบโตสูง ตามการพัฒนาของประเทศ

4. สัดส่วนหุ้นที่ลงทุน อะไรคือความพิเศษ

รีวิวกองทุน Principal VNEQ-A: กองทุนผลตอบแทนโดดเด่น รับโอกาสเติบโตของประเทศเวียดนาม

ที่มา: เพจเด็กการเงิน DekFinance

ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

a. หุ้น TCB หรือชื่อย่อว่า Tech Com Bank เป็นธนาคารภาคเอกชนที่ใหญ่ที่สุดและมีการพัฒนา Mobile Banking ไปไกลที่สุดแล้วด้วย (อ้างอิงจากคนไทยที่อาศัยในเวียดนาม) อีกทั้งมีการสร้างแบรนด์ให้ดูทันสมัย ดึงดูดลูกค้าสมัยใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

b. หุ้น VHM หรือ VinHomes บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบริษัทเจ้าของที่ดินมากมายในเวียดนามอย่าง VIC ทำให้ VHM มีโอกาสในการพัฒนาอาคารเพื่อสร้างมูลค่าสูงสุดให้กับที่ดิน ไม่ว่าจะเป็นบ้าน หรือ ตึกออฟฟิศ

c. หุ้น HPG หรือ Hoa Phat Group ยักษ์ใหญ่แห่งการผลิตวัสดุก่อสร้าง อย่าง เหล็กเส้น ใช้ในงานโครงสร้างพื้นฐาน และอาคารมากมายของเวียดนาม แม้ดูเป็นหุ้นวัฏจักรแต่ขาดไม่ได้เลยสำหรับการพัฒนาประเทศ

d. คู่หู ETF สุดฮิต VFIN Lead (FUESSVFL) และ Diamond ETF (FUEFVND) อันแรกลงทุนใน ETF ที่ตามดัชนี Vietnam Financial Leading Index เน้นในหุ้นธนาคารชั้นดีของเวียดนาม 15 ตัว เพื่อคว้าโอกาสในการเติบโตในกลุ่มธนาคาร

ส่วน Diamond ETF ลงทุนในหุ้นที่มี FOL เช่น หุ้น FPT ที่เป็นหุ้นกลุ่มไอทีอันดับหนึ่งของเวียดนาม เน้นพัฒนาระบบดิจิตอลและซอฟท์แวร์ และหุ้น MWG ที่ค้าปลีกมือถือ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่มีการเติบโตสูงอีกเช่นกัน แต่ติดโควต้าการถือครองโดยชาวต่างชาติ

e. กองทุน Principal VNEQ-A เน้นลงทุนในหุ้นกลุ่ม Banking และ Property Development สอดคล้องกับโอกาสเติบโตของประเทศ และมี upside สูง การเงินคือพื้นฐานในพัฒนาธุรกิจ และ การเติบโตของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์สะท้อนพื้นฐานของประเทศ

อนึ่ง กองทุนใช้กลยุทธ์ Core-Satellite Port เน้นผลตอบแทนระยะยาวและมีการสับเปลี่ยนหุ้นบางส่วนตามสภาวะตลาดเพื่อเพิ่มผลตอบแทนระยะสั้น อันนี้ต้องเชื่อใจผู้จัดการกองทุนนะ

5. กลยุทธ์ในการลงทุนในกองทุนนี้

a. ควรลงทุนในกองทุน Principal VNEQ-A ระยะยาวไม่น้อยกว่า 3 ปี และไม่แนะนำให้ทำการซื้อขายระยะสั้น หรือ เทรดกองทุนนี้เนื่องจากตลาดหุ้นเวียดนามมีความผันผวนสูง ควรลดการกะจังหวะในการลงทุน

b. เวียดนามมีความผันผวนมาก การเฉลี่ยต้นทุนในระยะยาวจึงเป็นกลยุทธ์ที่แนะนำ

c. และเนื่องจากประเทศเวียดนามยังถูกจัดเป็นตลาด Frontier Market ปัจจัยด่านความเสี่ยงของตลาดยังคงมีมาก แนะให้จัดเป็นส่วน Satellite มีสัดส่วนไม่เกิน 20% ถือควบคู่กับประเทศที่มีความมั่นคงอย่าง USA และจีนเป็นต้น

6. การเป็นเจ้าของ Principal VNEQ-A

กองทุนสามารถซื้อผ่านแอพ Principal TH ได้โดยตรง โดยการเปิดบัญชีออนไลน์ (สะดวกมาก ๆครับ)

หรือสามารถซื้อผ่านแอปฯ ซื้อกองทุนรวมข้ามบลจ.ได้ครับ

ซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท (แต่ก่อนเคยอยู่ที่ 50,000 บาท ระดับ Elite เลยทีเดียว)

***กองนี้สามารถซื้อขายได้สัปดาห์ละ 1 ครั้ง คือวันแรกของสัปดาห์ ก่อน 12.00 น. *** (หากซื้อขายผ่าน FINNOMENA โปรดทำรายการก่อน 11.00 น.) ทั้งนี้ เนื่องจากกองทุนมีการลงทุนในเวียดนามโดยตรง จึงต้องมีการแลกเงินตราเป็นเงินดอง และต้องแลกกลับเมื่อเราต้องการขายคืน การกำหนดให้ผู้ซื้อ หรือ ถือหน่วยลงทุน ทำการ ซื้อ/ขายได้เวลาเดียวเป็นการจัดการสภาพคล่องของกองทุนที่จะทำให้กองทุนมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมนำเงินไปลงทุนต่อให้งอกเงยนั่นเอง

7. สรุป

กองทุน Principal VNEQ-A เป็นกองทุนที่เปิดรับโอกาสในการเติบโตของเวียดนาม ผ่านการลงทุนตรง ในกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการเติบโตของประเทศ การลงทุนในกองทุนดังกล่าวเป็นทางเลือกที่ดี แม้ว่าผลงานในอดีตที่โดดเด่นไม่สามารถการันตีผลงานในอนาคตได้ อย่างน้อยเราเชื่อว่ากองทุนมีกลยุทธ์ที่ดี ลงทุนในประเทศที่มีศักยภาพ และสามารถให้ผลตอบแทนที่โดดเด่นได้อย่างต่อเนื่อง

ย้ำอีกครั้ง การลงทุนในประเทศเวียดนามควรลงทุนระยะยาว พร้อมศึกษาและติดตามการเจริญเติบโตของเวียดนามให้เข้าใจ จะได้ถือแล้วนอนหลับเต็มอิ่ม ฝันหวาน ตื่นมาอีกที มีกำไรเต็มพอร์ตไปเลยนะ (สาธุ)

อนึ่ง การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูล ก่อนตัดสินใจลงทุน

ในบางช่วงของการลงทุน มีโอกาสขาดทุนได้สูงสุดถึง -49.88% (Maximum Drawdown)

เด็กการเงิน DekFinance

ที่มาบทความ: https://www.facebook.com/DekFinance101/posts/152162890134516


คำเตือน

ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในประเทศเวียดนาม จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากกองทุนมีการป้องกันความเสี่ยงบางส่วน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FINNOMENAPORT”