รีวิวกองทุน Principal VNEQ-A: กองทุนผลตอบแทนโดดเด่น รับโอกาสเติบโตของประเทศเวียดนาม

เด็กการเงินจะพามารู้จักกับกองทุน PRINCIPAL VNEQ-A ที่เป็นกองทุนหุ้นเวียดนามที่มี tracking record กว่า 5 ปี โดยทีมผู้จัดการกองทุน นักวิเคราะห์ทั้งไทยและเวียดนามผู้มีประสบการณ์ สร้างผลตอบแทนและดูแลความเสี่ยงให้กับนักลงทุนได้

แม้ 3-4 เดือนที่ผ่านมา มีปัจจัยผันผวนเกิดขึ้นมากมาย แต่เราก็ยังเชื่อว่าเวียดนามมีศักยภาพที่จะเติบโตต่อไปได้ และ PRINCIPAL VNEQ-A คือกองทุนที่เปิดรับโอกาสนั้น

ปัจจัยเหล่านั้นคืออะไร ไปดูกัน

1. ศักยภาพและโอกาสเติบโตของเวียดนาม

รีวิวกองทุน Principal VNEQ-A: กองทุนผลตอบแทนโดดเด่น รับโอกาสเติบโตของประเทศเวียดนาม

ที่มา: เพจเด็กการเงิน DekFinance

เวียดนามกำลังก้าวไปสู่ฐานการผลิตที่สำคัญของโลก เน้นการบริโภคภายในประเทศ และมีการส่งออกโดดเด่น

นี่คือปัจจัยหลัก 5 ข้อของเวียดนามที่เราคิดว่า ประเทศนี้น่าลงทุนเหลือเกิน:

a.) GDP เติบโตจากการบริโภคภายในประเทศ โดยประชากรวัยหนุ่มสาวแรงงาน โดยเฉลี่ยหลัก 30 ปี ที่มีกำลังใช้จ่ายเต็มที่

GDP ภาคการผลิต เน้นไปที่สินค้าอุตสาหกรรม การบริการ ค้าปลีก และก่อสร้าง 

World Bank คาดการณ์ GDP เติบโตทั้งปี 2023 6.3 % และปี 2024 6.5% สูงที่สุดอันดับต้น ๆ ของโลก

b.) แรงงานมีค่าแรงถูกเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน เป็นฐานการผลิตสินค้าที่สำคัญของกลุ่มประเทศในเอเชีย และกลุ่มประเทศตะวันตก ดันการส่งออกพุ่ง Q4 2022 เติบโต 15.8% YoY และนักลงทุนต่างชาติยังคงใช้ประเทศเวียดนามเป็นฐานการผลิตต่อเนื่อง เนื่องจาก มีสิทธิพิเศษทางภาษีในการค้าระหว่างประเทศ เช่น กับ USA และ EU เป็นต้น คาดว่าการส่งออกยังคงดีต่อไป 

c.) ความเจริญจากเมืองสู่ชนบท หรือนิคมอุตสาหกรรม (Urbanization) โอกาสความเจริญขยายจากเมืองโฮจิมินห์และเมืองฮานอยไปยังเมืองโดยรอบมากขึ้น เป็นโอกาสทองของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

d.) ประชาชนยังคงมีหนี้ต่อ GDP ต่ำ แสดงถึงความมั่นคงทางการเงินของครอบครัว หรือสามารถสร้าง leverage ในการบริโภคได้อีกมากผ่านการกู้ยืม

e.) Foreign Direct Investment (FDI) เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง นับตั้งแต่การแพร่ระบาดของ COVID-19 ฟันโฟลว์ไหลเข้าเป็นปัจจัยบวกต่อบรรยากาศการลงทุนต่อเนื่อง

2. รู้จักกับ PRINCIPAL VNEQ-A

กองทุนทำการลงทุนในหลักทรัพย์ของเวียดนามโดยตรง ทั้งหุ้น และ ETF รายแรกของประเทศไทย เป็นผู้บุกเบิกการลงทุนในเวียดนาม ทำให้คนไทยได้ไปลงทุนเวียดนามตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2560 แล้ว

พอร์ตกองทุนมีการจัดการและวิเคราะห์โดยผจก.กองทุนไทยและเวียดนามที่มีความเชี่ยวชาญ เลือกหุ้นและ sector ที่มีโอกาสในการเติบโตระยะยาว มูลค่าเหมาะสม มีการบริหารความเสี่ยงของอัตราแลกเปลี่ยนเงินอีกด้วย (ตามดุลพินิจ)

เนื่องจากการลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนามมีความผันผวนมาก หากไม่ได้ศึกษา หรือมีความนิ่งมากพอ เราแนะนำให้วางเงินลงทุนไว้กับผู้เชี่ยวชาญ จะได้สบายใจ ลงทุนกันยาว ๆ นะ

3. จุดเด่นของกองทุน PRINCIPAL VNEQ-A

a.) กองทุนบริหารโดยผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการลงทุนในประเทศเวียดนาม ติดตามการลงทุนอย่างใกล้ชิด

b.) มีการดูแลค่าเงิน FX บาทและดอง ลดความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลพินิจ ความเสี่ยงของค่าเงินประเทศเติบโตอย่างประเทศเวียดนามเป็นความเสี่ยงที่มองข้ามไม่ได้

c.) ใช้กลยุทธ์ Core-Satellite Port เน้นผลตอบแทนระยะยาวและมีการสับเปลี่ยนหุ้นบางส่วนตามสภาวะตลาดเพื่อเพิ่มผลตอบแทนระยะสั้น

d.) มีการลงทุนในหุ้นที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง แม้ติดเกณฑ์ FOL (Foreign Ownership Limit) สร้างโอกาสเหนือกองทุนอื่น

ทำไมหุ้นที่มี FOL ถึงดี: มันแสดงถึงความต้องการในการเป็นเจ้าของ และทุกคนเห็นพ้องต้องกันถึงโอกาสในการเติบโตครับ อีกทั้งไม่ใช่ทุกคนที่สามารถลงทุนในหุ้นดังกล่าว จึงสามารถสร้างผลตอบแทนที่เหนือกว่าตลาดได้

e.) เน้นการลงทุนระยะยาวในกลุ่มที่มีการเติบโตสูง ตามการพัฒนาของประเทศ

4. สัดส่วนหุ้นที่ลงทุน อะไรคือความพิเศษ

รีวิวกองทุน Principal VNEQ-A: กองทุนผลตอบแทนโดดเด่น รับโอกาสเติบโตของประเทศเวียดนาม

ที่มา: เพจเด็กการเงิน DekFinance

a.) หุ้น FPT Corp หุ้นกลุ่ม IT อันดับหนึ่งของเวียดนาม ทำธุรกิจผู้จัดจำหน่ายซอฟต์แวร์ บริการด้านระบบไอทีและโครงสร้างพื้นฐาน 

b.) หุ้น VNM หรือ Vietnam Dairy Product ทำธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร โดยเฉพาะนม รายใหญ่ที่สุดของเวียดนาม

c.) หุ้น HDB หรือ Housing Development Bank ธนาคารเน้นออกสินเชื่อด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และที่อยู่อาศัย 

d.) คู่หู ETF สุดฮิต VNFIN Lead (FUESSVFL) และ Diamond ETF (FUEVFVND) อันแรกลงทุนใน ETF ที่ตามดัชนี Vietnam Financial Leading Index เน้นในหุ้นธนาคารชั้นดีของเวียดนาม 15 ตัว เพื่อคว้าโอกาสในการเติบโตในกลุ่มธนาคาร 

ส่วน Diamond ETF ลงทุนในหุ้นที่มี FOL เช่น หุ้น FPT Corp และหุ้น MWG ที่ค้าปลีกมือถือ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีการเติบโตสูงอีกเช่นกัน แต่ติดโควต้าการถือครองโดยชาวต่างชาติ 

e.) กองทุน PRINCIPAL VNEQ-A เน้นลงทุนในหุ้นกลุ่ม Banking และ Property Development สอดคล้องกับโอกาสเติบโตของประเทศ และมี upside สูง การเงินคือพื้นฐานในพัฒนาธุรกิจ และ การเติบโตของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์สะท้อนพื้นฐานของประเทศ 

อนึ่ง กองทุนใช้กลยุทธ์ Core-Satellite Port เน้นผลตอบแทนระยะยาวและมีการสับเปลี่ยนหุ้นบางส่วนตามสภาวะตลาดเพื่อเพิ่มผลตอบแทนระยะสั้น อันนี้ต้องเชื่อใจผู้จัดการกองทุนนะ

5. กลยุทธ์ในการลงทุนในกองทุนนี้

a.) ควรลงทุนในกองทุน PRINCIPAL VNEQ-A ระยะยาวไม่น้อยกว่า 3 ปี และไม่แนะนำให้ทำการซื้อขายระยะสั้น หรือ เทรดกองทุนนี้เนื่องจากตลาดหุ้นเวียดนามมีความผันผวนสูง ควรลดการกะจังหวะในการลงทุน

b.) เวียดนามมีความผันผวนมาก การเฉลี่ยต้นทุนในระยะยาวจึงเป็นกลยุทธ์ที่แนะนำ 

c.) และเนื่องจากประเทศเวียดนามยังถูกจัดเป็นตลาด Frontier Market ปัจจัยด่านความเสี่ยงของตลาดยังคงมีมาก แนะให้จัดเป็นส่วน Satellite มีสัดส่วนไม่เกิน 20% ถือควบคู่กับประเทศที่มีความมั่นคงอย่าง USA และจีนเป็นต้น

6. การเป็นเจ้าของ PRINCIPAL VNEQ-A

สามารถซื้อกองทุน PRINCIPAL VNEQ-A ได้จาก บลจ. Principal โดยตรง หรือตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

ซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท 

ค่าธรรมเนียม Front End Fee 1.5%

ค่าใช้จ่ายกองทุน 2.305% ต่อปี

***กองนี้สามารถซื้อขายได้สัปดาห์ละ 1 ครั้ง คือวันแรกของสัปดาห์ ก่อน 12.00น. *** 

ทั้งนี้ เนื่องจากกองทุนมีการลงทุนในเวียดนามโดยตรง จึงต้องมีการแลกเงินตราเป็นเงินดอง และต้องแลกกลับเมื่อเราต้องการขายคืน

การกำหนดให้ผู้ซื้อ หรือถือหน่วยลงทุนทำการซื้อ/ขายได้เวลาเดียวเป็นการจัดการสภาพคล่องของกองทุน ที่จะทำให้กองทุนมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมนำเงินไปลงทุนต่อให้งอกเงยนั่นเอง

7. สรุป

รีวิวกองทุน Principal VNEQ-A: กองทุนผลตอบแทนโดดเด่น รับโอกาสเติบโตของประเทศเวียดนาม

ที่มา: เพจเด็กการเงิน DekFinance

ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

กองทุน PRINCIPAL VNEQ-A เป็นกองทุนที่เปิดรับโอกาสในการเติบโตของเวียดนาม ผ่านการลงทุนตรงในกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการเติบโตของประเทศ การลงทุนในกองทุนดังกล่าวเป็นทางเลือกที่ดี แม้ว่าผลงานในอดีตไม่สามารถการันตีผลงานในอนาคตได้ อย่างน้อยเราเชื่อว่ากองทุนมีกลยุทธ์ที่ดี ลงทุนในประเทศที่มีศักยภาพ และสามารถให้ผลตอบแทนที่โดดเด่นได้อย่างต่อเนื่อง

ย้ำอีกครั้ง การลงทุนในประเทศเวียดนามควรลงทุนระยะยาว พร้อมศึกษาและติดตามการเจริญเติบโตของเวียดนามให้เข้าใจ จะได้ถือแล้วนอนหลับเต็มอิ่ม ฝันหวาน ตื่นมาอีกที มีกำไรเต็มพอร์ตไปเลยนะ (สาธุ)

อนึ่ง การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูล ก่อนตัดสินใจลงทุน

ในบางช่วงของการลงทุน มีโอกาสขาดทุนได้สูงสุดถึง -49.88% (Max Drawdown)

เด็กการเงิน DekFinance

ที่มา: https://www.facebook.com/DekFinance101/posts/pfbid0UTvSJfMKnQgQnC8je9vxA4MaAuMR8NNht9N9WWWbGtuNwt1YTEeqQMw3wjE7r3tvl


คำเตือน

ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในประเทศเวียดนาม จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากกองทุนมีการป้องกันความเสี่ยงบางส่วน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FINNOMENAPORT”

คู่มือเลือกกองทุน SSF RMF อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ