วันนี้ (17 มกราคม 2024)  ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI) ปรับตัวลดลง 2.5% หลังจากนักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้นเกาหลีใต้ 670 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นการขายรายวันที่มากสุดนับตั้งแต่ 26 ก.ค. 2023 หลังนักลงทุนในตลาดปรับความคาดหวังว่า Fed จะไม่รีบลดดอกเบี้ยลงเร็วตามที่คาดไว้ก่อนหน้า ส่งผลให้ Bond Yield อายุ 5 ปี ของเกาหลีใต้ปรับตัวเพิ่มขึ้น  5 bps สู่ระดับ 3.32% และค่าเงินวอน (KRW) อ่อนค่าลง 0.5% ซึ่งอ่อนค่าต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้ที่อ่อนค่า 1.4% เมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ

ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจจีนสำคัญที่รายงานออกมาแย่กว่าคาดเช้านี้ เป็นอีกหนึ่งแรงกดดันต่อ Sentiment ของตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช่นกัน 

FINNOMENA FUNDS Investment Team มองว่าปัจจัยลบภายนอกเรื่อง Fed ลดดอกเบี้ยช้ากว่าคาด เศรษฐกิจจีนฟื้นตัวต่ำคาด และความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯและกลุ่มฮูตีซึ่งอาจกระทบต่อการค้าทั่วโลก จะสร้างความกังวลต่อตลาดหุ้นเกาหลีในช่วงสั้นเนื่องจากเศรษฐกิจเกาหลีใต้มีการพึ่งพาการส่งออกสูง โดย Trade to GDP ratio ของเกาหลีใต้อยู่ที่ 96.8% ในปี 2022

หากพิจารณายอดการส่งออกของเกาหลีใต้พบว่าขยายตัวขึ้น 5.1%YoY ในเดือนธ.ค. แต่ชะลอลงจากเดือนพ.ย.ที่ขยายตัว  7.4%YoY ซึ่งอยู่ในแดนขยายตัวติดต่อกันนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2023 โดยจากการศึกษาของเราพบว่าการเติบโตของกำไรตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI) มีความสัมพันธ์การเติบโตของการส่งออกโดยเฉพาะสินค้ากลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ สะท้อนว่าแนวโน้มการเติบโตของกำไรตลาดหุ้นเกาหลีจะมีทิศทางฟื้นตัวขึ้น นอกจากนี้ยังได้อานิสงส์จากการใช้ AI ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะหนุนต่ออุปสงค์สินค้าเซมิคอนดักเตอร์ในอนาคต เรายังแนะนำทยอยสะสมในหุ้นเกาหลีใต้ผ่านกองทุน  SCBKEQTG

——————-

👍 อย่าลืมกดไลก์ Page The Opportunity เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสด้านการลงทุน
คู่มือเลือกกองทุน SSF RMF อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ