กระแส Blue Sweep เพิ่มแรงกดดันหุ้น AI

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2026 ดัชนี KOSPI ปรับตัวลง -3.38% มาที่ระดับ 5,457.98 จุด ขณะที่ดัชนี TOPIX ของญี่ปุ่นปรับตัวลง -2.49% มาที่ระดับ 3,832.27 จุด และดัชนี Nasdaq Futures ปรับตัวลง -2.38% มาที่ระดับ 27,600 จุด สะท้อนแรงขายในตลาดหุ้นเทคโนโลยีและตลาดหุ้นเอเชีย ท่ามกลางความกังวลต่อผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ซึ่งเพิ่มโอกาสที่พรรคเดโมแครตจะครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรสทั้งสองสภา หรือที่เรียกว่า Blue Sweep โดยนักลงทุนประเมินว่าการเปลี่ยนแปลงดุลอำนาจทางการเมืองอาจส่งผลต่อทิศทางนโยบายการคลัง การกำกับดูแลภาคธุรกิจ และการลงทุนในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ในช่วงที่เหลือของรัฐบาลประธานาธิบดี Donald Trump ทั้งนี้ ผลการเลือกตั้งในบางพื้นที่ยังอยู่ระหว่างการนับคะแนน จึงยังต้องติดตามผลอย่างเป็นทางการ

นอกจากผลการเลือกตั้งระดับรัฐบาลกลางแล้ว อีกประเด็นที่สร้างความประหลาดใจคือตำแหน่งผู้ว่าการรัฐ (Governor) ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอำนาจทางการเมืองในหลายรัฐสำคัญ โดยรัฐ Georgia พรรคเดโมแครตสามารถคว้าชัยชนะจาก Keisha Lance Bottoms ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนขั้วทางการเมืองของรัฐเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 20 ปี ขณะที่รัฐ Ohio ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครต Amy Acton เอาชนะ Vivek Ramaswamy ผู้ได้รับการสนับสนุนจาก Donald Trump และทำให้พรรคเดโมแครตกลับมาครองตำแหน่งผู้ว่าการรัฐได้เป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี ส่วนรัฐ Texas การแข่งขันระหว่าง Gina Hinojosa จากพรรคเดโมแครตและ Greg Abbott จากพรรครีพับลิกัน มีความสูสีในช่วงแรก แต่ภายหลัง Gina กลับมามีคะแนนเสียงนำถึง 15% (นับคะแนนเสียงไปแล้ว 58%)

ความสำคัญของตำแหน่งผู้ว่าการรัฐอยู่ที่อำนาจบริหารระดับรัฐ ซึ่งครอบคลุมการกำหนดนโยบายและงบประมาณ การลงนามหรือยับยั้งกฎหมาย การแต่งตั้งผู้บริหารหน่วยงานรัฐ และการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงการบัญชาการกองกำลัง National Guard ของรัฐภายใต้กรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น การเปลี่ยนขั้วผู้ว่าการรัฐจึงอาจส่งผลต่อการกำหนดนโยบายด้านพลังงาน การอนุญาตก่อสร้าง Data Center สิทธิประโยชน์ทางภาษี และการกำกับดูแลธุรกิจในแต่ละรัฐ แม้จะไม่ได้ทำให้ผู้ว่าการรัฐมีอำนาจเปลี่ยนแปลงกฎหมายระดับรัฐบาลกลางโดยตรง

ในเชิงผลกระทบต่อตลาดหุ้น กลุ่มที่มีความอ่อนไหวสูงต่อการเปลี่ยนแปลงนโยบาย ได้แก่ หุ้นเทคโนโลยีและ AI โดยเฉพาะ Semiconductor, Hardware, Cloud และ Data Center ซึ่งอาจเผชิญความเสี่ยงจากการตรวจสอบการใช้พลังงาน ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และข้อจำกัดในการขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารและสถาบันการเงินอาจได้รับแรงกดดันจากแนวโน้มการกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้น ส่วนกลุ่ม Healthcare และ Pharmaceutical อาจเผชิญความเสี่ยงจากนโยบายควบคุมราคายา และกลุ่ม Defense อาจได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนด้านงบประมาณและการจัดซื้อภาครัฐ สำหรับตลาดเอเชีย ความผันผวนดังกล่าวส่งผ่านมายังหุ้นในห่วงโซ่อุปทาน AI โดยเฉพาะ Samsung Electronics และ SK hynix ในเกาหลีใต้ รวมถึงผู้ผลิตอุปกรณ์ Semiconductor ของญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม แรงขายในรอบนี้ไม่ได้สะท้อนเพียงความเสี่ยงทางการเมือง แต่ยังเกิดขึ้นในช่วงที่นักลงทุนเริ่มทบทวนความคุ้มค่าของเงินลงทุน AI และระดับ Valuation ของบริษัทที่เกี่ยวข้อง หลังราคาหุ้นปรับตัวขึ้นอย่างมากในช่วงก่อนหน้า

Finnomena Funds ยังคงอยู่ระหว่างการปรับมุมมองการลงทุน และจะมีประกาศเป็นทางการในช่วงบ่ายนี้

จัดทำโดยบลป. เดฟินิทสำหรับบลน. ฟินโนมีนา (Finnomena Funds)


คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FinnomenaPort | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

tax-saving-funds-2026