หุ้นจีนและฮ่องกงฟื้นตัว

วันที่ 4 กันยายน 2026 ดัชนี HSCEI ปรับตัวขึ้น +2.07% มาที่ระดับ 8,558.46 จุด ขณะที่ดัชนี HSTECH ปรับตัวขึ้น +2.21% มาที่ระดับ 4,567.20 จุด โดยตลาดหุ้นจีนและฮ่องกงปรับตัวขึ้นตามบรรยากาศการลงทุนในตลาดเอเชีย หลังแรงกดดันจากตลาดพันธบัตรเริ่มผ่อนคลายลงและนักลงทุนกลับเข้าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงก่อนการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ ที่มีความสำคัญต่อทิศทางนโยบายการเงินของ Fed ตลาดยังได้รับแรงสนับสนุนจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ หลัง Christopher Waller กรรมการ Fed ส่งสัญญาณว่า หากข้อมูลเศรษฐกิจและเงินเฟ้อที่กำลังจะประกาศออกมายังคงสะท้อนแนวโน้มเงินเฟ้อชะลอตัว เขาจะสนับสนุนการคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ ส่งผลให้ความกังวลต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมลดลงและช่วยหนุนกระแสเงินทุนเข้าสู่ตลาดหุ้นเอเชีย

ปัจจัยภายในประเทศจีนยังเป็นแรงสนับสนุนสำคัญ หลังข้อมูลกิจกรรมเศรษฐกิจเดือนสิงหาคมออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด โดย RatingDog Manufacturing PMI อยู่ที่ 51.5 เพิ่มขึ้นจาก 50.9 ในเดือนก่อนหน้าและสูงกว่าตลาดคาดที่ 51.0 ขณะที่ RatingDog Services PMI เพิ่มขึ้นเป็น 51.4 จาก 50.4 และสูงกว่าคาดที่ 50.6 ส่วน Composite PMI ปรับขึ้นเป็น 52.1 จาก 50.8 สะท้อนการขยายตัวของกิจกรรมเศรษฐกิจทั้งภาคการผลิตและภาคบริการอย่างต่อเนื่อง ตัวเลขดังกล่าวช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับโมเมนตัมเศรษฐกิจจีนในระยะสั้น และเพิ่มความเชื่อมั่นว่าการฟื้นตัวของภาคเอกชนเริ่มมีความกว้างมากขึ้น ขณะที่ตลาดยังรอติดตามตัวเลขทุนสำรองระหว่างประเทศเดือนสิงหาคมและดุลการค้าในสัปดาห์หน้า ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญในการประเมินความแข็งแกร่งของภาคส่งออกและเศรษฐกิจจีนในช่วงครึ่งหลังของปี

การปรับตัวขึ้นของตลาดในครั้งนี้นำโดยหุ้นเทคโนโลยีจีนและหุ้นขนาดใหญ่ ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากการลดลงของค่าเงินดอลลาร์และความคาดหวังว่า Fed อาจชะลอการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวด อย่างไรก็ตาม ภาพเศรษฐกิจจีนโดยรวมยังมีปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการฟื้นตัวของอุปสงค์ภายในประเทศ ภาคอสังหาริมทรัพย์ และแรงกดดันด้านเงินฝืด ซึ่งยังเป็นข้อจำกัดต่อการฟื้นตัวของกำไรบริษัทจดทะเบียนในวงกว้าง นอกจากนี้ ความผันผวนของนโยบายการเงินสหรัฐฯ และข้อมูลตลาดแรงงานที่กำลังจะประกาศอาจส่งผลต่อทิศทางเงินทุนเคลื่อนย้ายในระยะสั้น แม้ตัวเลข PMI ล่าสุดจะเป็นสัญญาณเชิงบวก แต่ตลาดยังต้องการเห็นการฟื้นตัวของข้อมูลเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐที่ช่วยกระตุ้นการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน

Finnomena Funds ประเมินว่า ตลาดหุ้นจีนได้รับปัจจัยสนับสนุนในระยะสั้นจากการฟื้นตัวของข้อมูล PMI การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ และแนวโน้มที่ Fed อาจชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่ยังคงมุมมอง Hold ต่อหุ้นจีน เนื่องจากภาพเศรษฐกิจมหภาคยังเผชิญความท้าทายจากอุปสงค์ภายในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ปัญหาภาคอสังหาริมทรัพย์ และความจำเป็นในการเห็นการปรับตัวดีขึ้นของกำไรบริษัทจดทะเบียนอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม FundTalk ยังคงคำแนะนำ buy จากโอกาสฟื้นตัวของตลาดและกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีจีน

โดยแนะนำกองทุน KFCHINA-T10PLUS-A สำหรับผู้ลงทุนที่สามารถรับความผันผวนได้และต้องการทยอยลงทุนเพื่อรับโอกาสจากการฟื้นตัวของหุ้นจีนขนาดใหญ่และกลุ่มเทคโนโลยี

จัดทำโดยบลป. เดฟินิทสำหรับบลน. ฟินโนมีนา (Finnomena Funds)


คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FinnomenaPort | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

tax-saving-funds-2026