วันที่ 19 สิงหาคม 2026 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ปรับตัวลงแรงจากแรงขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้มูลค่าหุ้นเติบโต (Growth Stocks) ถูกกดดัน โดยดัชนี Nikkei 225 ปรับตัวลง 2.97% มาที่ระดับ 65,459.71 จุด ขณะที่ดัชนี KOSPI ปรับตัวลงสูงสุดระหว่างวัน 6.8% ก่อนลดช่วงลบลงบางส่วน นอกจากนี้ Bloomberg Asian Semiconductor Index ปรับตัวลดลง 3.2% หลังดัชนี Philadelphia Semiconductor Index ของสหรัฐฯ ร่วงกว่า 5% ในคืนก่อนหน้า สะท้อนแรงขายที่เกิดขึ้นพร้อมกันในหุ้น AI และเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก
แรงกดดันของตลาดมีจุดเริ่มต้นจากการปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ จากความกังวลด้านเงินเฟ้อ ภาระหนี้ภาครัฐ และความไม่แน่นอนของสถานการณ์ตะวันออกกลาง ส่งผลให้ต้นทุนเงินทุนในระยะยาวปรับตัวสูงขึ้น และนักลงทุนเริ่มตั้งคำถามต่อความคุ้มค่าของการลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐาน AI ของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ แม้ว่าผลประกอบการล่าสุดจะยังสะท้อนการลงทุนด้าน AI ที่แข็งแกร่งก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าแนวโน้มการเติบโตของ AI ในระยะยาวยังไม่เปลี่ยนแปลง แต่ระดับอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ประกอบกับความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้นักลงทุนยอมจ่าย Premium ให้กับหุ้นเติบโตลดลง อีกทั้งการปรับฐานยังสะท้อนแรงขายทำกำไรและการทยอยลดสถานะในหุ้น AI ที่มีการถือครองหนาแน่น (Overcrowded Trade) หลังราคาปรับขึ้นอย่างร้อนแรงในช่วงก่อนหน้า
แรงขายนำโดยหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ของทั้งเกาหลีใต้และญี่ปุ่น โดย Samsung Electronics และ SK Hynix ต่างปรับตัวลงมากกว่า 8% ขณะที่ Kioxia Holdings ร่วง 10.25%, Furukawa Electric ลดลง 10.10% และ SoftBank Group ซึ่งเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ในธุรกิจ AI ปรับตัวลง 6.47% สะท้อนแรงกดดันที่เกิดขึ้นกับหุ้นเทคโนโลยีในวงกว้าง โดยในญี่ปุ่นมีหุ้นในดัชนี Nikkei 225 ปรับตัวลงถึง 178 บริษัท เทียบกับหุ้นที่ปรับตัวขึ้นเพียง 46 บริษัท ขณะที่ดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์เอเชียยังคงปรับฐานลงประมาณ 19% จากระดับสูงสุดในเดือนมิถุนายน สะท้อนว่านักลงทุนยังคงลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้น AI แม้ว่าปัจจัยพื้นฐานของอุตสาหกรรมจะยังแข็งแกร่งจากการลงทุนของบริษัท Hyperscaler และแนวโน้มความต้องการชิป AI ที่ยังเติบโตต่อเนื่อง
Finnomena Funds ประเมินว่า แม้การปรับตัวขึ้นของ Bond Yield จะกดดัน Valuation ของหุ้นเทคโนโลยีในระยะสั้น แต่ปัจจัยพื้นฐานของทั้งญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ยังได้รับแรงสนับสนุนจากการลงทุนด้าน AI ที่เร่งตัวต่อเนื่อง
สำหรับหุ้นญี่ปุ่น ยังคงคำแนะนำ Strong Buy จากแนวโน้มการปรับเพิ่มประมาณการกำไรของกลุ่มธนาคารและอิเล็กทรอนิกส์ที่มีสัดส่วนรวมกว่า 41% ของดัชนี TOPIX โดยกลุ่มธนาคารได้อานิสงส์จากท่าที Hawkish ของ BOJ ขณะที่กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ได้รับแรงหนุนจากกระแส AI การส่งออกที่แข็งแกร่ง เงินอุดหนุนอุตสาหกรรมชิปและ Physical AI รวมถึงการปฏิรูป Corporate Governance และการทำ Share Buyback ที่ช่วยดึงดูดกระแสเงินทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่หุ้นเกาหลีใต้ ยังคงคำแนะนำ Buy เนื่องจากการปรับฐานของหุ้น AI และเซมิคอนดักเตอร์ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ Margin of Safety ของการลงทุนเพิ่มขึ้น และระดับ Valuation กลับมาน่าสนใจมากขึ้น แม้แรงกดดันระยะสั้นจาก Bond Yield จะยังมีอยู่ แต่ปัจจัยพื้นฐานของอุตสาหกรรมยังแข็งแกร่งจากการลงทุน AI ของ Hyperscaler และแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมหน่วยความจำ
จึงแนะนำทยอยสะสมกองทุน KT-KOREA สำหรับการลงทุนระยะกลางถึงยาว
ตามมุมมองล่าสุดของ Finnomena Funds ที่ได้ปรับเพิ่มมุมมองต่อหุ้นเกาหลีใต้เป็น Buy และส่งผลให้มุมมองต่อหุ้น Emerging Markets ปรับขึ้นเป็น Buy เช่นกัน
จัดทำโดยบลป. เดฟินิทสำหรับบลน. ฟินโนมีนา (Finnomena Funds)
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FinnomenaPort | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299