หุ้นสหรัฐฯ ร่วงแรง

ดัชนี S&P 500 ปิดตลาดเมื่อคืนวันที่ 14 ตุลาคม 2026 ปรับตัวลง 1.11% สู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่าหนึ่งสัปดาห์ ขณะที่ดัชนี Nasdaq Composite ร่วงลง 2.02% และดัชนีหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ (SOX) ปรับตัวลงเป็นวันที่หกติดต่อกัน แรงขายลามต่อมายังตลาดเอเชียในวันที่ 15 ตุลาคม นำโดยหุ้น Memory อย่าง SK hynix และ Samsung Electronics ที่ร่วงลงกว่า 9% ฉุดดัชนี KOSPI ลงสูงสุด 7.9% ระหว่างวัน ส่วนดัชนี Nikkei 225 ปรับตัวลงกว่า 4% ดัชนี Taiex ของไต้หวันลดลงกว่า 3% และ ดัชนี HSTECH ลดลง 2.49%

แรงกดดันแรกมาจาก CPI สหรัฐฯ เดือนกันยายนที่เพิ่มขึ้น 0.6% จากเดือนก่อนหน้า ซึ่งเร็วที่สุดในรอบห้าเดือน และเพิ่มขึ้น 3.7% YoY สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 3.6% ขณะที่ Core CPI เพิ่มขึ้น 2.6% YoY สูงกว่าคาดเช่นกัน ตัวเลขนี้ทำให้ตลาดเพิ่มน้ำหนักการคาดการณ์ว่า Fed จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้น โดย CME FedWatch สะท้อนโอกาสขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมวันที่ 28 ตุลาคมที่ 31.6% เพิ่มขึ้นจาก 22.1% เมื่อวันก่อน อีกปัจจัยหนึ่งคือความกังวลต่อภาระหนี้ของกลุ่ม AI หลังหุ้นกู้ของ CoreWeave ที่ครบกำหนดปี 2032 ลดลงมาอยู่ที่ราว 78 เซนต์ต่อมูลค่าหน้าตั๋ว 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นระดับที่มักบ่งชี้ภาวะตึงตัวทางการเงิน และเมื่อปลายเดือนก่อน SoftBank Group ต้องจ่าย yield สูงเป็นประวัติการณ์เพื่อระดมทุนลงทุนด้าน AI ทำให้นักลงทุนกลับมาตั้งคำถามถึงความยั่งยืนของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ขนาดใหญ่อีกครั้ง

Finnomena Funds มองว่าเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่สูงกว่าคาดเป็นแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้น แต่ตลาดได้รับรู้ (Price-in) ท่าที Hawkish ของ Fed ไปมากแล้ว โดยยังคาดว่า Fed จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้ ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือนธันวาคม และแรงขายในรอบนี้ยังไม่เปลี่ยนมุมมองต่อปัจจัยพื้นฐานของตลาดหลัก

  • สำหรับหุ้นสหรัฐฯ Finnomena Funds ปรับลดคำแนะนำเป็น Buy จาก Strong Buy โดยมองว่าตลาดยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นในระยะสั้นก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมตามสถิติในอดีต กำไรบริษัทยังเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของ EPS ของ S&P 500 นำโดยกลุ่ม Info Tech และในระยะยาว AI จะช่วยยก Productivity และ Margin ของบริษัทที่ Scale ได้ด้วยเทคโนโลยี ทีมชอบกลุ่ม Winner ได้แก่ AI & Tech, Semiconductor และ Biotechnology โดยคาดว่าผลตอบแทนของหุ้นสหรัฐฯ จะยังกระจุกตัวในกลุ่มนี้ จึงแนะนำทยอยสะสมกองทุน KF-SP500M และ TOP11USA สำหรับผู้ที่มีสถานะอยู่แล้วสามารถถือต่อและเพิ่มน้ำหนักได้ ส่วนผู้ที่ยังไม่มีสถานะสามารถเข้าลงทุนได้
  • สำหรับหุ้นญี่ปุ่น Finnomena Funds คงคำแนะนำ Strong Buy แม้ P/E ของดัชนี TOPIX จะอยู่ในระดับค่อนข้างสูงที่ +1 S.D. แต่ตลาดยังมีแนวโน้มเติบโตจากการปรับประมาณการกำไรขึ้น นำโดยกลุ่มธนาคารและอิเล็กทรอนิกส์ที่มีน้ำหนักรวมกันกว่า 41% ของดัชนี กลุ่มธนาคารได้อานิสงส์จากท่าที Hawkish ของ BOJ ส่วนกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เติบโตจากกระแส AI และยอดส่งออก สอดคล้องกับคำสั่งซื้อ Semiconductor Equipment ที่ยังเติบโต ในระยะยาว การปฏิรูป Corporate Governance และ Share Buyback ยังหนุนให้ Fund Flow ต่างชาติไหลเข้าต่อเนื่อง จึงแนะนำทยอยสะสมกองทุน KT-JAPANALL-A หรือ TOP11JPN สำหรับผู้ที่มีสถานะอยู่แล้วสามารถถือต่อและเพิ่มน้ำหนักได้ ส่วนผู้ที่ยังไม่มีสถานะสามารถทยอยเข้าลงทุนได้
  • สำหรับหุ้นเกาหลีใต้ Finnomena Funds คงคำแนะนำ Buy โดยตลาดยังได้แรงหนุนจาก Semiconductor Cycle การส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ 20 วันแรกทำสถิติใหม่ด้วยการเติบโตกว่า 250% YoY และ Micron ประกาศงบ Q4/2026 สูงสุดเป็นประวัติการณ์พร้อมปรับเพิ่มประมาณการกำไร ผู้ผลิต DRAM ยังทำสัญญา Take-or-Pay ระยะยาวกับ Big Tech ซึ่งช่วยลดผลกระทบจากความเสี่ยงที่ CXMT เร่งพัฒนา DRAM ขณะที่ EPS Revision ของ KOSPI เริ่มทรงตัว โดยคาดว่ากำไรจะเติบโต 22.4% CAGR ในช่วงปี 2026 ถึง 2028 ปัจจัยที่ต้องติดตามคือราคา DRAM spot ที่แทบไม่ขยับในช่วง 2 เดือน และ Margin Buying ที่ยังสูงกว่าต้นเดือนสิงหาคม จึงแนะนำทยอยสะสมกองทุน KT-KOREA จากวงจรราคา DRAM ที่ปรับตัวขึ้นนานกว่าที่คาด
  • สำหรับหุ้นจีน Finnomena Funds คงคำแนะนำ Hold ทั้ง H-shares และ A-shares และให้ Selective Buy กองทุน TCHCON เศรษฐกิจจีนยังเป็นแบบ K-shaped โดยการส่งออกเดือนสิงหาคมเติบโต 25.0% YoY แต่ยอดค้าปลีกเติบโตเพียง 0.4% YoY, FAI ช่วงมกราคมถึงสิงหาคมหดตัว 7.2% และ GDP ไตรมาส 2 ขยายตัว 4.3% แม้สหรัฐฯ และจีนจะต่ออายุ Trade Truce ถึงวันที่ 10 มกราคม 2027 แต่ประเด็น 4Ts (Tariff, Tech, Trade, Taiwan) ยังไม่มีข้อตกลงเชิงโครงสร้าง ด้านนโยบาย PBOC ลดอัตรา PSL เหลือ 1.50% แต่ยังไม่ออก Bazooka Policy แบบปี 2024 ขณะที่ Valuation ของกลุ่ม Hardware Tech ยังสูง แต่หุ้นกลุ่ม Consumer ในดัชนี Nasdaq Golden Dragon ซื้อขายที่ Forward P/E ราว 12 เท่า ใกล้ระดับช่วง GFC ปี 2008 จึงแนะนำถือกองทุน KFCHINA-T10PLUS-A (H-shares) และ FP CNGLOV (A-shares) และทยอยสะสม TCHCON (All-shares) โดยคาดว่าจีนจะออกมาตรการรับมืออุปสงค์ในประเทศที่อ่อนแอ

จัดทำโดยบลป. เดฟินิทสำหรับบลน. ฟินโนมีนา (Finnomena Funds)


คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FinnomenaPort | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

tax-saving-funds-2026