น้ำมันหาย

ฟาติห์ บิโรล (Fatih Birol) ผู้อำนวยการสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ส่งสัญญาณเตือนผ่าน CNBC ว่าโลกกำลังเผชิญกับ “ภัยความมั่นคงทางพลังงานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์” โดยระบุว่านับจนถึงปัจจุบัน ปริมาณน้ำมันดิบในตลาดโลกหายไปมหาศาลถึง 13 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งมากกว่าปริมาณน้ำมันที่คนไทยทั้งประเทศใช้รวมกัน (ประมาณ 1.2 – 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน) ถึง 10 เท่า ซ้ำเติมด้วยการหยุดชะงักของสินค้าโภคภัณฑ์ที่จำเป็น ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากสงครามอิหร่านและการปิดล้อมเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญ

วิกฤตครั้งนี้ถูกตอกย้ำด้วยสภาวะ ‘Double-blockade’ ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งทั้งอิหร่านและสหรัฐฯ ต่างไม่อนุญาตให้เรือเดินเรือผ่านเข้าออก ก่อนสงครามเส้นทางนี้เคยลำเลียงน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมเฉลี่ย 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน แต่เมื่อถูกปิดตาย IEA จึงเตือนว่า นี่คือชนวนเหตุที่จะฉุดรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจโลก กระตุ้นเงินเฟ้อพุ่งสูง และอาจนำไปสู่การต้องปันส่วนพลังงานในหลายประเทศ

บิโรลระบุว่าสถานการณ์ในยุโรปเข้าขั้นวิกฤต โดยเฉพาะ “น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน” (Jet Fuel) เนื่องจากยุโรปพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเครื่องบินจากโรงกลั่นในตะวันออกกลางถึง 75% ซึ่งปัจจุบันตัวเลขดังกล่าวกลายเป็นศูนย์ ยุโรปกำลังพยายามจัดหาแหล่งนำเข้าใหม่จากสหรัฐฯ และไนจีเรียแทน แต่หากไม่สามารถหามาทดแทนได้ทันเวลา บิโรลเตือนว่ายุโรปอาจจำเป็นต้องใช้มาตรการ “ลดการเดินทางทางอากาศ” ภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

แม้ว่าสมาชิก IEA ทั้ง 32 ประเทศจะพยายามบรรเทาผลกระทบด้วยการอนุมัติระบายน้ำมันสำรองฉุกเฉินจำนวน 400 ล้านบาร์เรลเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แต่ผู้อำนวยการ IEA ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า มาตรการดังกล่าวเป็นเพียงการลดความเจ็บปวดชั่วคราวเท่านั้น แต่ไม่ใช่ยารักษาโรคที่จะแก้ปัญหาได้ถาวร ตราบใดที่ช่องแคบฮอร์มุซยังไม่ถูกเปิดออก

ในระยะยาว บิโรลคาดการณ์ว่าวิกฤตครั้งนี้จะเป็นตัวเร่งให้รัฐบาลทั่วโลกหันไปหาพลังงานทางเลือกเร็วขึ้น โดยเฉพาะพลังงานนิวเคลียร์และพลังงานหมุนเวียนอย่างแสงอาทิตย์และลม รวมถึงการส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม ในบางประเทศแถบเอเชีย พลังงานฟอสซิลดั้งเดิมอย่างถ่านหินอาจกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งเพื่อประคองความมั่นคงทางพลังงานในระยะสั้น

ผู้อำนวยการ IEA ทิ้งท้ายด้วยความหวังว่าช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดออกในเร็ววันเพื่อให้การส่งออกน้ำมันจากโรงกลั่นกลับมาเริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้ง เพราะนี่คือทางเดียวที่จะยุติวิกฤตพลังงานโลกในครั้งนี้ได้ มิเช่นนั้นโลกจะต้องอยู่กับความเปราะบางและสภาวะขาดแคลนพลังงานที่ยืดเยื้อต่อไป

โอกาสลงทุนกองทุนหุ้น Smart Grid

A-GRID ลงทุนแบบ Pure-Play ในหุ้น Smart Grid ที่มีแนวโน้มการเติบโตระยะยาวตามความต้องการใช้ไฟฟ้าและพลังงานทางเลือกที่สูงขึ้น


อ้างอิง: CNBC

คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FinnomenaPort

TOP11NVM