สรุปกองทุน KT-JAPANALL-A

KT-JAPANALL-A หรือ กองทุนเปิดเคแทม Japan All Cap Equity (ชนิดสะสมมูลค่า) มีเป้าหมายสร้างการเติบโตของเงินทุนในระยะยาว ผ่านการลงทุนในหุ้นของบริษัทญี่ปุ่นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ มุ่งเน้นการเฟ้นหาโอกาสสร้างผลตอบแทนที่โดดเด่นล้อไปกับการปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจและธรรมาภิบาลของประเทศญี่ปุ่น

สรุปกองทุน KT-JAPANALL-A

กองทุนมีนโยบายการลงทุนผ่านกองทุนหลัก Fidelity Funds – Japan Value Fund (Class Y JPY) บริหารจัดการโดย Fidelity International โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบเชิงรุก (Active Management) เพื่อคัดเลือกหุ้นที่มีมูลค่าต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐาน (Undervalued) ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) โดยกองทุนหลักจะลงทุนอย่างน้อยร้อยละ 50 ของสินทรัพย์ในบริษัทที่มีลักษณะ ESG ที่ดี

รายละเอียดสำคัญอื่น ๆ 

  • ความเสี่ยงระดับ 6 – กองทุนรวมตราสารทุน 
  • นโยบายการจ่ายปันผล ไม่จ่าย
  • ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนรวม
  • ลงทุนขั้นต่ำครั้งแรกและครั้งถัดไป 1 บาท
  • ค่าธรรมเนียมขาย (Front-end Fee) 1.5%
  • ค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน (Back-end Fee) ยกเว้น
  • ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) 1.3375% ต่อปี
  • รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด 1.1924% ต่อปี 
  • ข้อมูลจากหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ ณ วันที่ 29/05/2026
  • ศึกษารายละเอียดของกองทุนเพิ่มเติมได้ที่ Finnomena Funds

KT-JAPANALL-A ลงทุนในอะไรบ้าง?

ตัวอย่างหุ้นในพอร์ตของกองทุน KT-JAPANALL-A อัปเดตล่าสุด ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2026 ประกอบไปด้วย

  1. Mitsubishi Electric Corp บริษัทเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น เป็นผู้นำระดับโลกด้านการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ระบบอัตโนมัติในโรงงาน (Factory Automation) และระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน
  2. Mizuho Financial Group Inc 1 ใน 3 กลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น (Mega Bank) ให้บริการทางการเงินครบวงจร ทั้งธนาคารพาณิชย์ หลักทรัพย์ และการจัดการสินทรัพย์
  3. Kioxia Holdings Corp ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำ (Nand Flash Memory) รายใหญ่อันดับต้น ๆ ของโลก ซึ่งเป็นฟันเฟืองและชิ้นส่วนขั้นกลางสำคัญในห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีที่ป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรม Smart Phone, Data Center และ AI
  4. Murata Manufacturing Co Ltd ผู้นำโลกด้านการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะตัวเก็บประจุเซรามิกหลายชั้น (MLCC) ซึ่งเป็นชิ้นส่วนพื้นฐานที่จำเป็นและขาดไม่ได้ในอุปกรณ์ Smart Phone 5G ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และอุปกรณ์ดิจิทัลยุคใหม่
  5. Citizen Watch Co Ltd ผู้ผลิตนาฬิกาและชิ้นส่วนกลไกที่มีชื่อเสียงระดับโลกของญี่ปุ่น นอกเหนือจากธุรกิจนาฬิกาแล้วบริษัทยังมีความเชี่ยวชาญขั้นสูงในการผลิตเครื่องจักรอุตสาหกรรมขนาดเล็กและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่มีความแม่นยำสูง

*รายชื่อหลักทรัพย์ข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่างหลักทรัพย์ที่กองทุนลงทุน ณ วันที่อ้างอิง และอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต มิใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ดังกล่าว

จุดเด่นกองทุน

  1. กลยุทธ์เน้นหุ้นคุณค่าในตลาดญี่ปุ่น
    กองทุนมุ่งเน้นคัดเลือกหุ้นที่มีราคาต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐาน (Undervalued) ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการปฏิรูปธรรมาภิบาลของบริษัทจดทะเบียนในญี่ปุ่น ที่ส่งเสริมให้บริษัทต่าง ๆ เพิ่มมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้นและปลดล็อกมูลค่าของสินทรัพย์ที่ซ่อนอยู่ 
  2. ลงทุนแบบ All Cap ครอบคลุมทุกขนาดธุรกิจ
    กองทุนมีความยืดหยุ่นในการลงทุนในหุ้นญี่ปุ่นทุกขนาด ตั้งแต่ขนาดใหญ่ไปจนถึงขนาดเล็ก ทำให้ผู้จัดการกองทุนสามารถแสวงหาโอกาสสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่ม (Alpha) ได้จากทั้งหุ้นบลูชิพที่แข็งแกร่งและหุ้นขนาดกลาง-เล็กที่มีศักยภาพในการเติบโตสูงแต่ยังไม่ถูกค้นพบโดยตลาดวงกว้าง
  3. มีสัดส่วนหุ้นกลุ่ม Growth เพิ่มมากขึ้น
    โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (Electronics) ที่เข้ามาเป็นส่วนสำคัญของพอร์ต แต่ยังคงความเข้มงวดด้าน Valuation Discipline ทำให้มีสไตล์การลงทุนที่สมดุลมากขึ้นระหว่าง Growth และ Value
  4. เหมาะสำหรับใช้เป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตการลงทุนหลัก (Core Port)
    สำหรับผู้ที่ต้องการวางรากฐานพอร์ตให้มั่นคงด้วยหุ้นญี่ปุ่นคุณภาพดี งบดุลแข็งแกร่ง มีความผันผวนค่อนข้างต่ำ และพร้อมเติบโตอย่างยั่งยืนไปกับการปฏิรูปธรรมาภิบาลของประเทศในระยะยาว

 

สนใจกองทุน KT-JAPANALL-A

คลิกเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม


คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by Krungsri ติดต่อทีม Kept Help Center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

บริการและความโปร่งใสในการลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม Finnomena

1. ค่าตอบแทนการใช้บริการและคำแนะนำ (Trailer Fee): Trailer Fee คือค่าตอบแทนที่บริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) จัดสรรให้กับตัวแทนสนับสนุนการขายหน่วยลงทุน (Selling Agent) โดยแบ่งมาจากค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ที่กองทุนเรียกเก็บอยู่แล้ว ผู้ลงทุนจึงไม่มีภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มเติม

  • วัตถุประสงค์: เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ทั้งการให้คำแนะนำการลงทุน การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม และบริการหลังการขายอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง

2. การบริหารจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest): เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและรักษาประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน เรามีการจัดการใน 2 ระดับ ดังนี้

  • ระดับองค์กร (Firm Level): เรามีกลไกคัดเลือกและเสนอขายกองทุนรวมโดยยึดถือประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน (Best Interest) เป็นสำคัญ โดยใช้ปัจจัยด้านผลตอบแทนและความเสี่ยงเป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณา โดยเฉพาะในกรณีที่กองทุนรวมมีนโยบายการลงทุนที่คล้ายคลึงกันแต่มีอัตรา Trailer Fee ที่แตกต่างกัน เพื่อให้มั่นใจว่าการแนะนำกองทุนเป็นไปอย่างเป็นกลางและโปร่งใส
  • ระดับผู้แนะนำการลงทุนอิสระ (Independent IC): ในกรณีที่ท่านรับบริการผ่าน IC อิสระ ผู้แนะนำฯ จะต้องแสดงตนและแจ้งสังกัดอย่างชัดเจน หาก IC มีหลายสังกัดที่อาจให้ผลตอบแทนต่างกัน IC มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลความขัดแย้งทางผลประโยชน์ดังกล่าวให้ท่านทราบ เพื่อให้ท่านมีข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจ

3. บริการและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ลงทุน: ลงทุนผ่าน Finnomena ได้มากกว่าแค่การซื้อขาย

  • One-Stop Platform: รวมกองทุนชั้นนำจากหลากหลาย บลจ. จบในบัญชีเดียว
  • Smart Tools: เครื่องมือวางแผนและจัดพอร์ต (Portfolio Construction) ตามเป้าหมายและความเสี่ยงที่เหมาะสม
  • Market Insights: อัปเดตข่าวสาร บทวิเคราะห์ และแจ้งเตือนปรับพอร์ต (Rebalancing) ให้ทันสถานการณ์อยู่เสมอ
Morning Brief On Stage