LHLONGEVITY

LHLONGEVITY หรือ กองทุนเปิด แอล เอช ลองจิวิตี้ เฮลธ์แคร์ ลงทุนในธีม Oncology ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มธุรกิจที่ขับเคลื่อนการศึกษาและการรักษาโรคมะเร็งระดับโลก เช่น นวัตกรรมเวชภัณฑ์ชีวรักษา ยามุ่งเป้าทำลายเซลล์มะเร็ง เทคโนโลยีการรักษาและการผ่าตัดขั้นสูง ตลอดจนระบบวินิจฉัยอัจฉริยะตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการทางการแพทย์ในยุคปัจจุบัน

สรุปกองทุน LHLONGEVITY

เป็นกองทุนประเภท Feeder Fund ที่มีนโยบายการลงทุนผ่านกองทุนหลักเพียงกองทุนเดียวคือ Tema Oncology ETF โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV ซึ่งบริหารจัดการพอร์ตแบบเชิงรุก (Active Management) มุ่งเน้นลงทุนในหุ้นของบริษัททั่วโลกที่มีรายได้ไม่น้อยกว่า 50% มาจากอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับด้านมะเร็งวิทยา (Oncology) ครอบคลุมตั้งแต่บริษัทเวชภัณฑ์ชีวรักษา เทคโนโลยีการรักษาขั้นสูง ไปจนถึงระบบนวัตกรรมการวินิจฉัยโรคมะเร็ง เพื่อคว้าโอกาสสร้างการเติบโตในระยะยาวจากแนวทางการแพทย์ที่จะเข้ามาพลิกโฉมการรักษาโรคร้าย

รายละเอียดสำคัญอื่น ๆ 

  • ความเสี่ยงระดับ 7 – กองทุนรวมหมวดอุตสาหกรรม
  • นโยบายการจ่ายปันผล: ไม่จ่าย
  • ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนรวม
  • ลงทุนขั้นต่ำครั้งแรก 1,000 บาท และครั้งถัดไป 100 บาท
  • ค่าธรรมเนียมขาย (Front-end Fee) 1.605%
  • ค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน (Back-end Fee) ยกเว้น
  • ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) 1.60% ต่อปี
  • รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด 2.0981% ต่อปี
  • ข้อมูลจากหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ ณ วันที่ 30/04/2026
  • ศึกษารายละเอียดของกองทุนเพิ่มเติมได้ที่ Finnomena Funds

LHLONGEVITY ลงทุนในอะไรบ้าง?

ตัวอย่างหุ้นในพอร์ตของกองทุน LHLONGEVITY อัปเดตล่าสุด ณ วันที่ 30 เมษายน 2026 ประกอบไปด้วย

  1. Revolution Medicines Inc ผู้พัฒนาและคิดค้นนวัตกรรมการรักษาโรคมะเร็งขั้นสูง พลิกโฉมวงการแพทย์ด้วยยามุ่งเป้าเพื่อยับยั้งยีนกลายพันธุ์ ยุทธศาสตร์สำคัญในการรักษามะเร็งร้าย
  2. Eli Lilly & Co บริษัทยายักษ์ใหญ่ระดับโลก ผู้นำนวัตกรรมยาลดน้ำหนักและยารักษาโรคเบาหวาน รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีแก้ไขยีน (Gene Editing) เพื่อพลิกเกมการรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด
  3. Roche Holding AG ผู้นำระดับโลกด้านการวินิจฉัยโรคและยารักษามะเร็งแบบมุ่งเป้า (Targeted Therapy) ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการแพทย์แม่นยำด้วยการวิจัยชีววิทยาศาสตร์ขั้นสูง
  4. Novartis AG ยักษ์ใหญ่ด้านเภสัชกรรมระดับสากล ผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมยารักษาโรคเฉพาะทางและเทคโนโลยีการบำบัดด้วยยีนและเซลล์ (Gene and Cell Therapy) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชากรโลก
  5. Immunome Inc บริษัทไบโอเทคดาวรุ่ง ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาโครงสร้างยาต้านทานโรคโดยใช้แพลตฟอร์มวิเคราะห์ระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์ เพื่อเฟ้นหายาต้านมะเร็งที่มีประสิทธิภาพสูงสุดเจเนอเรชันถัดไป

จุดเด่นกองทุน

  1. ลงทุนเจาะลึกในธีมการแพทย์ล้ำสมัย (Pure-Play Oncology)

เน้นลงทุนเฉพาะในบริษัทระดับโลกที่มีรายได้เกินกว่า 50% มาจากอุตสาหกรรมด้านมะเร็งวิทยาโดยเฉพาะ เพื่อให้ผู้ลงทุนได้เข้าถึงขุมทรัพย์ทางเทคโนโลยีการแพทย์ที่มีโอกาสเติบโตแบบก้าวกระโดด และได้รับอานิสงส์จากเมกะเทรนด์การรักษาโรคร้ายแรงอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

  1. บริหารจัดการพอร์ตเชิงรุก (Active Management) เพื่อหาโอกาสในระยะยาว

กองทุนหลักไม่ได้ลงทุนล้อตามดัชนีทั่วไป แต่ใช้การบริหารพอร์ตเชิงรุกโดยผู้เชี่ยวชาญ ทำให้มีความยืดหยุ่นสูงในการปรับเปลี่ยนสัดส่วนการลงทุน สามารถเฟ้นหาและเข้าลงทุนในหุ้น Biotech ดาวรุ่งที่มีศักยภาพในการคิดค้นเทคโนโลยีพลิกโฉมวงการแพทย์ได้อย่างรวดเร็ว เพื่อสร้างโอกาสเติบโตของเงินทุนในระยะยาว

  1. ครอบคลุมตั้งแต่การวินิจฉัยจนถึงการรักษา 

พอร์ตการลงทุนครอบคลุมกลุ่มธุรกิจที่เป็นกระดูกสันหลังของอุตสาหกรรม ตั้งแต่ต้นน้ำอย่างระบบวินิจฉัยและตรวจจับมะเร็งตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ไปจนถึงปลายน้ำอย่างการคิดค้นยามุ่งเป้า (Targeted Therapy) และเทคโนโลยีการผ่าตัดฉายรังสีขั้นสูง

  1. เหมาะสำหรับใช้เป็นส่วนเพิ่มผลตอบแทน (Satellite Portfolio) 

ในกลุ่มนวัตกรรมทางการแพทย์ และยอมรับความผันผวนสูงของหุ้นกลุ่ม Biotech ได้

 

สนใจกองทุน LHLONGEVITY

คลิกเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม


คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by Krungsri ติดต่อทีม Kept Help Center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

บริการและความโปร่งใสในการลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม Finnomena

1. ค่าตอบแทนการใช้บริการและคำแนะนำ (Trailer Fee): Trailer Fee คือค่าตอบแทนที่บริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) จัดสรรให้กับตัวแทนสนับสนุนการขายหน่วยลงทุน (Selling Agent) โดยแบ่งมาจากค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ที่กองทุนเรียกเก็บอยู่แล้ว ผู้ลงทุนจึงไม่มีภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มเติม

  • วัตถุประสงค์: เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ทั้งการให้คำแนะนำการลงทุน การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม และบริการหลังการขายอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง

2. การบริหารจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest): เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและรักษาประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน เรามีการจัดการใน 2 ระดับ ดังนี้

  • ระดับองค์กร (Firm Level): เรามีกลไกคัดเลือกและเสนอขายกองทุนรวมโดยยึดถือประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน (Best Interest) เป็นสำคัญ โดยใช้ปัจจัยด้านผลตอบแทนและความเสี่ยงเป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณา โดยเฉพาะในกรณีที่กองทุนรวมมีนโยบายการลงทุนที่คล้ายคลึงกันแต่มีอัตรา Trailer Fee ที่แตกต่างกัน เพื่อให้มั่นใจว่าการแนะนำกองทุนเป็นไปอย่างเป็นกลางและโปร่งใส
  • ระดับผู้แนะนำการลงทุนอิสระ (Independent IC): ในกรณีที่ท่านรับบริการผ่าน IC อิสระ ผู้แนะนำฯ จะต้องแสดงตนและแจ้งสังกัดอย่างชัดเจน หาก IC มีหลายสังกัดที่อาจให้ผลตอบแทนต่างกัน IC มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลความขัดแย้งทางผลประโยชน์ดังกล่าวให้ท่านทราบ เพื่อให้ท่านมีข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจ

3. บริการและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ลงทุน: ลงทุนผ่าน Finnomena ได้มากกว่าแค่การซื้อขาย

  • One-Stop Platform: รวมกองทุนชั้นนำจากหลากหลาย บลจ. จบในบัญชีเดียว
  • Smart Tools: เครื่องมือวางแผนและจัดพอร์ต (Portfolio Construction) ตามเป้าหมายและความเสี่ยงที่เหมาะสม
  • Market Insights: อัปเดตข่าวสาร บทวิเคราะห์ และแจ้งเตือนปรับพอร์ต (Rebalancing) ให้ทันสถานการณ์อยู่เสมอ
TOP11NVM