“หุ้นปันผล” เป็นทางเลือกที่นักลงทุนมักใช้ช่วยเพิ่มความสมดุลให้พอร์ตการลงทุน โดยมีจุดเด่นทั้งโอกาสสร้างกำไรจากส่วนต่างราคา (Capital Gain) ในระยะยาว และได้รับกระแสเงินสด (Passive Income) เข้ามาอย่างสม่ำเสมอ แต่โจทย์สำคัญคือ “การคัดเลือกหุ้นที่มีโครงสร้างธุรกิจแข็งแกร่งและประวัติการจ่ายเงินปันผลที่ต่อเนื่องได้จากที่ไหนบ้าง?”

บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ SETHD ดัชนีหุ้นปันผลคุณภาพสูงที่คัดสรรโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) พร้อมเปิดลายแทงกองทุนตัวเด็ดที่จะช่วยให้คุณเป็นเจ้าของหุ้นปันผลชั้นนำได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาเลือกเองเป็นรายตัว

SETHD คืออะไร?

SETHD คืออะไร

ดัชนีราคา SET High Dividend 30 Index (SETHD) คือ ดัชนีที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อสะท้อนการเคลื่อนไหวราคาของกลุ่มหลักทรัพย์ขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าตามราคาตลาดสูง (Market Capitalization) มีสภาพคล่องในการซื้อขายสม่ำเสมอ และที่สำคัญที่สุดคือ มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ในระดับสูงและจ่ายต่อเนื่อง

หลักเกณฑ์การคัดหุ้นเข้าดัชนี SETHD

SETHD

เพื่อรักษาคุณภาพของดัชนี ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะจำกัดจำนวนหลักทรัพย์ไว้เพียง 30 หุ้น ที่ผ่านเกณฑ์การคัดกรองอย่างเข้มงวด โดยใช้มาตรวัดสำคัญ 2 ด้านหลัก

  1. เป็นหลักทรัพย์ที่อยู่ในดัชนี SET100 ในรอบพิจารณานั้น ๆ เพื่อการันตีเรื่องขนาดและสภาพคล่องในการซื้อขาย
  2. มีประวัติการจ่ายปันผลต่อเนื่องอย่างน้อย 3 ปี และต้องมีอัตราส่วนการจ่ายเงินปันผลต่อกำไรสุทธิ (Dividend Payout Ratio) เฉลี่ย 3 ปีย้อนหลังไม่เกินร้อยละ 100 เพื่อพิสูจน์ว่าเป็นเงินปันผลที่มาจากผลประกอบการจริง ไม่ใช่การควักทุนมาจ่าย

ทั้งนี้ คณะกรรมการจะทำการพิจารณาและปรับรายการหลักทรัพย์ในตะกร้า SETHD ทุก ๆ 6 เดือน (รอบเดือนมิถุนายนและเดือนธันวาคม) เพื่อคัดหุ้นที่หมดสเปกออกและเติมหุ้นปันผลดุตัวใหม่เข้ามาแทน

5 หุ้นปันผลสูงใน SETHD

SETHD คืออะไร

  1. RCL – บริษัท อาร์ ซี แอล จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ทางทะเลที่มีฐานประกอบกิจการในประเทศไทย โดยมีเครือข่ายสำนักงานที่ครอบคลุมภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คาบสมุทรเอเชียใต้ และตะวันออกกลาง

อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) 11.06%

  1. SIRI – บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายครบวงจร เน้นโครงการแนวราบและคอนโดมิเนียมระดับพรีเมียมในทำเลศักยภาพ ควบคู่ไปกับการให้บริการบริหารจัดการโครงการอสังหาริมทรัพย์ และการลงทุนในธุรกิจนวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัย

อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) 10.23%

  1. SPALI – บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัย ทั้งบ้านจัดสรร โครงการแนวราบ และคอนโดมิเนียม โดยมุ่งเน้นการออกแบบพื้นที่ใช้สอยให้คุ้มค่าและครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายในหลากหลายระดับราคา ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และหัวเมืองต่างจังหวัด

อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) 8.95%

  1. PRM – บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจให้บริการขนส่งและจัดเก็บน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป และเคมีภัณฑ์ทางเรืออย่างครบวงจร รวมถึงการให้บริการเรือขนส่งที่สนับสนุนงานสำรวจและผลิตปิโตรเลียมกลางทะเล และการบริหารจัดการเรือ

อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) 8.46%

  1. PTTEP – บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจหลักในการสำรวจ พัฒนา และผลิตปิโตรเลียม ทั้งก๊าซธรรมชาติและน้ำมันดิบ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ควบคู่ไปกับการลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยีแห่งอนาคต

อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) 8.33%

ลงทุนหุ้นปันผลแบบ Active ผ่านกองทุน TISCOHD-A

กองทุน TISCOHD-A เน้นลงทุนในหุ้นที่อยู่ในดัชนี SET High Dividend 30 Total Return Index (SETHD TRI) เป็นหลัก คัดเลือกหุ้นที่มีประวัติการจ่ายปันผลดีและมีความสามารถในการจ่ายต่อเนื่องในอนาคต พร้อมกระจายการลงทุนในบริษัทคุณภาพประมาณ 25–30 ตัว ครอบคลุมหลายอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพเติบโต พร้อมการบริหารจัดการแบบ Active Management


คำเตือน:ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

บริการและความโปร่งใสในการลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม Finnomena

  1. ค่าตอบแทนการใช้บริการและคำแนะนำ (Trailer Fee): Trailer Fee คือค่าตอบแทนที่บริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) จัดสรรให้กับตัวแทนสนับสนุนการขายหน่วยลงทุน (Selling Agent) โดยแบ่งมาจากค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ที่กองทุนเรียกเก็บอยู่แล้ว ผู้ลงทุนจึงไม่มีภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มเติม
  • วัตถุประสงค์: เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ทั้งการให้คำแนะนำการลงทุน การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม และบริการหลังการขายอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง
  1. การบริหารจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest): เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและรักษาประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน เรามีการจัดการใน 2 ระดับ ดังนี้
  • ระดับองค์กร (Firm Level): เรามีกลไกคัดเลือกและเสนอขายกองทุนรวมโดยยึดถือประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน (Best Interest) เป็นสำคัญ โดยใช้ปัจจัยด้านผลตอบแทนและความเสี่ยงเป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณา โดยเฉพาะในกรณีที่กองทุนรวมมีนโยบายการลงทุนที่คล้ายคลึงกันแต่มีอัตรา Trailer Fee ที่แตกต่างกัน เพื่อให้มั่นใจว่าการแนะนำกองทุนเป็นไปอย่างเป็นกลางและโปร่งใส
  • ระดับผู้แนะนำการลงทุนอิสระ (Independent IC): ในกรณีที่ท่านรับบริการผ่าน IC อิสระ ผู้แนะนำฯ จะต้องแสดงตนและแจ้งสังกัดอย่างชัดเจน หาก IC มีหลายสังกัดที่อาจให้ผลตอบแทนต่างกัน IC มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลความขัดแย้งทางผลประโยชน์ดังกล่าวให้ท่านทราบ เพื่อให้ท่านมีข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจ
  1. บริการและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ลงทุน: ลงทุนผ่าน Finnomena ได้มากกว่าแค่การซื้อขาย
  • One-Stop Platform: รวมกองทุนชั้นนำจากหลากหลาย บลจ. จบในบัญชีเดียว
  • Smart Tools: เครื่องมือวางแผนและจัดพอร์ต (Portfolio Construction) ตามเป้าหมายและความเสี่ยงที่เหมาะสม
  • Market Insights: อัปเดตข่าวสาร บทวิเคราะห์ และแจ้งเตือนปรับพอร์ต (Rebalancing) ให้ทันสถานการณ์อยู่เสมอ
TOP11NVM