
รับคำแนะนำเกี่ยวกับพอร์ต All Star จากผู้แนะนำการลงทุน ฟรี!
คลิกเลย >> รับคำแนะนำการลงทุน <<
เคยสังเกตตัวเองไหมว่า ตั้งแต่เริ่มก้าวเข้าสู่สนามการลงทุนใน “หุ้นโลก” ชีวิตเราดูจะวุ่นวายขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ห้าทุ่มกำลังจะเข้านอน แต่ตลาดสหรัฐฯ กลับร่วงหนักจนต้องลุกขึ้นมาหยิบมือถือเปิดแอปฯ เช็กพอร์ตดูข่าว ตื่นเช้ามายังไม่ทันได้ดื่มกาแฟ ตลาดฝั่งเอเชียก็เริ่มเคลื่อนไหวต่อ ยิ่งช่วงไหนมีประเด็นเรื่องดอกเบี้ย สงครามการค้า หรือผลประกอบการของบริษัทเทคฯ ยักษ์ใหญ่ ข่าวสารก็ยิ่งหลั่งไหลเข้ามาตลอด 24 ชั่วโมง
หลายคนเริ่มลงทุนหุ้นโลกด้วยความหวังว่า “อยากให้เงินทำงานแทนเรา” เพื่อจะได้มีเวลาไปใช้ชีวิตมากขึ้น แต่เมื่อเวลาผ่านไป กลับกลายเป็นว่าเราต้องใช้เวลาไปกับการติดตามตลาดมากกว่าเดิม ทั้งคอยเช็กข่าว เปิดกราฟ ปรับพอร์ต และกังวลกับความผันผวนอยู่ตลอด สุดท้ายไม่เพียงแต่เสียเวลาและพลังงาน แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็อาจไม่ได้เป็นไปตามอย่างที่คาดหวัง
แล้วถ้าเราอยากลงทุนหุ้นทั่วโลกให้มีโอกาสเติบโตในระยะยาว แบบที่ไม่ต้องคอยเฝ้าตลาดทุกวัน จะมีวิธีไหนบ้าง?
สาเหตุที่คนไม่มีเวลา จัดพอร์ตหุ้นโลกเองมักไปไม่ถึงเป้าหมาย
1. ตกเป็นเหยื่อของ Time Zone
ตลาดหุ้นทั่วโลกเปิดทำการคนละช่วงเวลากับชีวิตประจำวันของเรา บางตลาดเปิดตอนเรากำลังทำงาน บางตลาดเริ่มคึกคักตอนเรากำลังจะเข้านอน เมื่อไม่มีเวลาติดตามอย่างเต็มที่ การตัดสินใจจึงมักเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เร่งรีบ หรืออาศัยอารมณ์จากข่าวล่าสุด มากกว่าการวางแผนอย่างมีระบบ
2. ตลาดเปลี่ยนเร็วกว่าจะปรับพอร์ตทัน
ตลาดการเงินโลกตอบสนองต่อข่าวสารแทบจะทันที ไม่ว่าจะเป็นการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจ การประชุมธนาคารกลาง หรือเหตุการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ กว่าคนทำงานอย่างเราจะมีเวลามานั่งวิเคราะห์หรือปรับพอร์ต ตลาดอาจสะท้อนปัจจัยเหล่านั้นไปแล้ว
3. โฟกัสกับหุ้นรายตัว จนลืมมองภาพรวมของพอร์ต
นักลงทุนจำนวนไม่น้อยใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการหาหุ้นหรือกองทุนที่คิดว่าจะให้ผลตอบแทนดีที่สุด แต่กลับใช้เวลาน้อยมากกับการวางรากฐานของพอร์ต ทั้งที่ในความเป็นจริง การจัดสรรสินทรัพย์ (Asset Allocation) และการกระจายการลงทุนอย่างเหมาะสม คือปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้พอร์ตเติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว
ทางออกสำหรับคนไม่มีเวลา ไม่ใช่การเฝ้าตลาดให้มากขึ้น
หากคุณเป็นคนที่มีงานประจำหรือภารกิจรัดตัว จนไม่มีเวลาติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของตลาดโลกตลอดทั้งวัน ทางออกอาจไม่ใช่การฝืนตัวเองให้กลายเป็นนักลงทุนที่ต้องคอยเช็กกราฟทุกชั่วโมง แต่คือการสร้างระบบที่สามารถทำงานแทนเราได้ โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ 2 ส่วน ได้แก่ๅ
1. สร้างแกนหลักของพอร์ตให้แข็งแกร่ง (Strategic Asset Allocation: SAA)
เปรียบเสมือนการวางรากฐานของบ้าน โดยกำหนดสัดส่วนการลงทุนระยะยาวให้เหมาะสมกับเป้าหมายและระดับความเสี่ยง พร้อมกระจายการลงทุนไปยังหลากหลายสินทรัพย์ เพื่อสร้างโอกาสเติบโตในระยะยาว และช่วยให้พอร์ตรับมือกับความผันผวนของตลาดได้ดีขึ้น
2. เติมความยืดหยุ่นด้วยการปรับพอร์ตตามสถานการณ์ (Tactical Asset Allocation: TAA)
แม้จะมีแผนระยะยาวเป็นแกนหลัก แต่ตลาดเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การปรับพอร์ตในจังหวะที่เหมาะสมจึงเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุน การนำมุมมองเชิง Tactical เข้ามาเสริม จะช่วยให้พอร์ตสามารถปรับตัวตามสภาวะตลาดและแสวงหาโอกาสจากความผันผวนในระยะสั้น โดยที่ไม่จำเป็นต้องคอยเฝ้ากราฟ หรือติดตามข่าวสารด้วยตัวเองตลอดเวลา
เติบโตไปกับหุ้นทั่วโลกด้วยพอร์ต All Star
สำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในหุ้นโลก แต่ไม่มีเวลาติดตามตลาดหรือจัดพอร์ตด้วยตัวเอง พอร์ต All Star คือหนึ่งในทางเลือกที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นักลงทุนที่มองหาโอกาสเติบโตในระยะยาวไปพร้อมกับหุ้นโลก
พอร์ต All Star คือหนึ่งใน All Series Portfolio กลุ่มพอร์ตการลงทุนที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองนักลงทุนที่มีความต้องการระดับความเสี่ยงที่แตกต่างกัน พอร์ตในซีรีส์นี้ประกอบด้วย All Balance, All Defense, และ All Star โดย Finnomena Funds ใช้ Framework การลงทุนของ All Balance มาเป็นรากฐานที่สำคัญในการสร้างพอร์ต All Star
อ่านเพิ่มเติม แนะนำพอร์ต All Star พอร์ตการลงทุนเชิงรุก ที่เข้าถึงได้ทุกคน
จุดเด่นพอร์ต All Star
- เน้นการลงทุนในกองทุนหุ้นประมาณ 80-100% ผสานมุมมองระยะยาวและระยะสั้น พร้อมกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม
- จัดพอร์ตการลงทุนทั่วโลกตามหลักการมืออาชีพ ใช้แนวคิด Black-Litterman วางแผนจัดวางสัดส่วนระยะยาว SAA เป็นแกน
- เสริมมุมมอง Tactical เพิ่มโอกาสจากความผันผวนระยะสั้น แสวงหาโอกาสส่วนเพิ่มจากความผันผวนระยะสั้น โดยไม่ทิ้งแกนสัดส่วนระยะยาว
- ใช้เงินลงทุนเริ่มต้นเพียง 50,000 บาท และไม่มีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมในการจัดพอร์ตลงทุน
อ่านเพิ่มเติม รีวิวผลงานพอร์ต All Star ผลตอบแทนสะสม 22.2% นับตั้งแต่จัดตั้ง คว้าโอกาสเติบโตไปกับหุ้นโลก
เริ่มต้นสร้างแผน All Star ได้ที่
https://finno.me/port-all-star
ข้อมูลในบทความนี้จัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ ณ วันที่จัดทำ อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่รับรองความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูลดังกล่าว และข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
บริการและความโปร่งใสในการลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม Finnomena
- ค่าตอบแทนการใช้บริการและคำแนะนำ (Trailer Fee) : Trailer Fee คือค่าตอบแทนที่บริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) จัดสรรให้กับตัวแทนสนับสนุนการขายหน่วยลงทุน (Selling Agent) โดยแบ่งมาจากค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ที่กองทุนเรียกเก็บอยู่แล้ว ผู้ลงทุนจึงไม่มีภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มเติม
- วัตถุประสงค์: เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ทั้งการให้คำแนะนำการลงทุน การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม และบริการหลังการขายอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง
- การบริหารจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) : เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและรักษาประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน เรามีการจัดการใน 2 ระดับ ดังนี้:
- ระดับองค์กร (Firm Level): เรามีกลไกคัดเลือกและเสนอขายกองทุนรวมโดยยึดถือ ประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน (Best Interest) เป็นสำคัญ โดยใช้ปัจจัยด้าน ผลตอบแทนและความเสี่ยง เป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณา โดยเฉพาะในกรณีที่กองทุนรวมมีนโยบายการลงทุนที่คล้ายคลึงกันแต่มีอัตรา Trailer Fee ที่แตกต่างกัน เพื่อให้มั่นใจว่าการแนะนำกองทุนเป็นไปอย่างเป็นกลางและโปร่งใส
- ระดับผู้แนะนำการลงทุนอิสระ (Independent IC): ในกรณีที่ท่านรับบริการผ่าน IC อิสระ ผู้แนะนำฯ จะต้องแสดงตนและแจ้งสังกัดอย่างชัดเจน หาก IC มีหลายสังกัดที่อาจให้ผลตอบแทนต่างกัน IC มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลความขัดแย้งทางผลประโยชน์ดังกล่าวให้ท่านทราบ เพื่อให้ท่านมีข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจ
- บริการและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ลงทุน : ลงทุนผ่าน Finnomena ได้มากกว่าแค่การซื้อขาย:
- One-Stop Platform: รวมกองทุนชั้นนำจากหลากหลาย บลจ. จบในบัญชีเดียว
- Smart Tools: เครื่องมือวางแผนและจัดพอร์ต (Portfolio Construction) ตามเป้าหมายและความเสี่ยงที่เหมาะสม
- Market Insights: อัปเดตข่าวสาร บทวิเคราะห์ และแจ้งเตือนปรับพอร์ต (Rebalancing) ให้ทันสถานการณ์อยู่เสมอ
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299
