
สรุปกองทุน LHCRITMAT จาก บลจ. แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ Critical Materials สร้างโอกาสเติบโตไปพร้อมกับแร่สำคัญเบื้องหลังโลกยุคใหม่
Highlights
- สรุปกองทุน LHCRITMAT
- กองทุน LHCRITMAT ลงทุนอะไรบ้าง ?
- ทำไม Critical Materials ถึงน่าสนใจ
- กองทุนนี้เหมาะกับใคร ?
- วิธีซื้อกองทุน LHCRITMAT สนใจลงทุนเลย !
ในยุคที่โลกกำลังขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ตลอดจนการขยายตัวของเทคโนโลยี AI และ Data Center ที่ต้องการพลังงานไฟฟ้ามหาศาล เบื้องหลังของนวัตกรรมเหล่านี้ล้วนต้องพึ่งพา “Critical Materials” หรือกลุ่มแร่และวัตถุดิบสำคัญอย่าง ยูเรเนียม ทองแดง ลิเทียม นิกเกิล Rare Earths และเงิน ซึ่งเปรียบเสมือนหัวใจหลักในการผลิต การส่งผ่าน และการกักเก็บพลังงานของโลกยุคใหม่
บทความนี้จะพาไปรู้จักกับ กองทุน LHCRITMAT หนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าถึงโอกาสการลงทุนจากธีม Critical Materials ผ่านการลงทุนในบริษัทชั้นนำทั่วโลกที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับแร่สำคัญโดยตรง ตั้งแต่การสำรวจ ทำเหมือง การถลุงและแปรรูป ไปจนถึงการผลิตและจัดหาวัตถุดิบ เพื่อคว้าโอกาสเติบโตไปพร้อมกับแร่ที่กำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของโลกยุคใหม่
สรุปข้อมูลกองทุน LHCRITMAT
กองทุน LHCRITMAT หรือ กองทุนเปิด แอล เอช คริทิคัล แมททีเรียลส์ มีนโยบายลงทุนผ่านกองทุนหลัก Sprott Critical Materials ETF ซึ่งเป็นกองทุน ETF ที่บริหารเชิงรับ (Passive Managed ETF) เน้นลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมแร่และวัตถุดิบสำคัญ (Critical Materials) โดยครอบคลุมการลงทุนในแร่และโลหะสำคัญ ได้แก่ ยูเรเนียม ทองแดง ลิเทียม นิกเกิล โคบอลต์ แกรไฟต์ แมงกานีส แร่หายาก (Rare Earths) และเงิน
รายละเอียดต่าง ๆ ของกองทุน
- กองทุนนี้มีความเสี่ยงระดับ 7
- นโยบายปันผล: ไม่จ่าย
- มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
- ลงทุนขั้นต่ำครั้งแรก 1,000 บาท และครั้งถัดไป 100 บาท
- ค่าธรรมเนียมขาย (Front-end Fee) 1.605%
- ค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน (Back-end Fee) ไม่มี
- ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) 1.600% ต่อปี
- รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด 2.0981% ต่อปี
- ข้อมูลจากหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ ณ วันที่ 31/08/2026
- ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.finnomena.com/fund/LHCRITMAT
กองทุน LHCRITMAT ลงทุนอะไรบ้าง?
Source: Sprott Critical Materials ETF Factsheet as of 30 Jun 2026, SETM as of 09 Sep 2026
กองทุน LHCRITMAT มุ่งเน้นลงทุนในรูปแบบ Pure-Play ในบริษัทที่มีธุรกิจเกี่ยวข้องโดยตรงกับกลุ่ม Critical Materials เพื่อสร้างผลตอบแทนให้สอดคล้องกับ Nasdaq Sprott Critical Materials Index (NSETM) ซึ่งติดตามหุ้นทั่วโลกในอุตสาหกรรม Critical Materials
กองทุนหลักจะคัดเลือกบริษัทที่มีรายได้หรือสินทรัพย์ตั้งแต่ 50% ขึ้นไป มาจากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Critical Materials โดยตรง ครอบคลุมตั้งแต่การทำเหมือง สำรวจ พัฒนา ผลิต รีไซเคิล ถลุง แปรรูป การถือครองแร่สำคัญ การได้รับค่าสิทธิ หรือเป็นผู้จัดหาและจำหน่ายแร่สำคัญ
กลุ่มแร่สำคัญที่กองทุนหลักลงทุน ได้แก่ ยูเรเนียม ทองแดง ลิเธียม นิกเกิล โคบอลต์ แกรไฟต์ แมงกานีส เงิน และแร่หายาก (Rare Earths) ซึ่งแร่เหล่านี้ล้วนเป็นวัตถุดิบสำคัญต่อระบบผลิตไฟฟ้า โครงข่ายไฟฟ้า ระบบกักเก็บพลังงาน และเทคโนโลยีสมัยใหม่
ตัวอย่างหุ้นในพอร์ต LHCRITMAT (ข้อมูลวันที่ 9 ก.ย. 2026)
- Freeport-McMoRan Inc. – บริษัทเหมืองแร่และโลหะชั้นนำจากสหรัฐฯ ดำเนินธุรกิจสำรวจและผลิตแร่สำคัญ เช่น ทองแดง ทองคำ และโมลิบดีนัม โดยมีเหมืองขนาดใหญ่ในอเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ และอินโดนีเซีย
- NAC Kazatomprom JSC – บริษัทเหมืองแร่ของประเทศคาซัคสถาน และเป็นหนึ่งในผู้ผลิตและส่งออกยูเรเนียมธรรมชาติรายใหญ่ของโลก
- Cameco Corp. – หนึ่งในผู้ผลิตยูเรเนียมรายใหญ่ของโลก โดยมีสัดส่วนการผลิตคิดเป็นประมาณ 18% ของการผลิตยูเรเนียมทั่วโลก
- Lynas Rare Earths Ltd. – ผู้ผลิตแร่ Rare Earths จากออสเตรเลีย โดยมีแร่สำคัญ เช่น Cerium, Neodymium และ Lanthanum มีฐานการดำเนินงานหลักที่ Mount Weld และ Kalgoorlie ในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย และ Lynas Advanced Materials ในมาเลเซีย
- PLS Group Ltd. – ผู้ผลิตแร่ลิเทียมชั้นนำจากออสเตรเลีย จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ออสเตรเลีย โดยมีโครงการสำคัญอย่างเหมือง Pilgangoora ในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย
ทำไม Critical Materials ถึงน่าสนใจ
1. อุปสงค์จากการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานทั่วโลก
Source: BNEF Energy Transition Investment Trends 2026 และ BloombergNEF (06 Mar 2026) ; ปริมาณแร่ต่อคันจาก IEA (2021)
ความต้องการแร่สำคัญไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของอนาคต แต่กำลังเกิดขึ้นจริงจากการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานทั่วโลก เม็ดเงินลงทุนในพลังงานสะอาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) กลายเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของการใช้แร่สำคัญ โดยยอดขาย EV ทั่วโลกเติบโตอย่างรวดเร็ว และการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 1 คันต้องใช้แร่ในปริมาณมากกว่ารถยนต์เครื่องยนต์สันดาปถึงประมาณ 6 เท่า ทำให้การขยายตัวของตลาด EV ส่งผลต่อความต้องการแร่สำคัญในระดับสูง กลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยหนุนตลาดแร่สำคัญในระยะยาว
2. อุปสงค์รอบใหม่จาก AI, Data Center และพลังงานนิวเคลียร์
Source: IEA Energy and AI (2025), BloombergNEF (30 Apr 2026), J.P. Morgan (15 Jul 2026), Goldman Sachs Global Investment Research as of 03 Mar 2026
Source: IEA, World Energy Investment 2026, World Nuclear Association 07 Jun 2026
นอกเหนือจากการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าแล้ว การขยายตัวอย่างรวดเร็วของ AI และ Data Center ทั่วโลก กำลังกลายเป็นอีกแรงขับเคลื่อนสำคัญของความต้องการแร่สำคัญ เนื่องจากการประมวลผล AI ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าในปริมาณมหาศาล ส่งผลให้ความต้องการทองแดงและ Rare Earth เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทั้งสำหรับระบบส่งและจ่ายไฟ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานภายใน Data Center
ขณะเดียวกัน ความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นยังช่วยหนุนบทบาทของยูเรเนียมในฐานะวัตถุดิบสำคัญสำหรับการผลิตพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งสามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่องและมีการปล่อยคาร์บอนในระดับต่ำ เมื่อ AI และ Data Center ยังคงขยายตัว ความต้องการพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องจึงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย กลายเป็นอีกหนึ่งแรงหนุนสำคัญที่เข้ามาขับเคลื่อนอุปสงค์ Critical Materials ในระยะยาว
3. ความมั่นคงทางพลังงานและการเพิ่มขึ้นของงบประมาณกลาโหม
Source: Sprott Investor Presentation 30 Jun 2026 , HCSS และ JPMorgan Chase Press Release Oct 2025 ; ปริมาณแร่หายากจาก Benchmark Mineral Intelligence และ IISS
Source: IEA Global Critical Minerals Outlook 2025, WEI 2026, S&P Global 2026
แร่สำคัญกำลังก้าวข้ามบทบาทของการเป็นเพียงสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วไปสู่สินทรัพย์ที่มีความสำคัญต่อความมั่นคงของประเทศ เนื่องจากห่วงโซ่อุปทานและกระบวนการแปรรูปแร่หลายชนิดมีการกระจุกตัวอยู่ในประเทศจีนในสัดส่วนสูง ทำให้กลุ่มประเทศตะวันตกและพันธมิตรเร่งลดการพึ่งพาแหล่งผลิตเดิม พร้อมเดินหน้าสร้างห่วงโซ่อุปทานแร่สำคัญของตนเองผ่านการสนับสนุนแหล่งผลิตนอกประเทศจีน ส่งผลให้ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนรายใหญ่เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทั้งการสนับสนุนเงินทุน การลงทุนโดยตรง และการเข้าถือหุ้นในบริษัทเหมืองแร่
4. วิกฤตอุปทานหดตัวและขาดแคลนในอนาคต
Source: IEA, World Energy Investment 2026 (Jun 2026) | ครอบคลุมบริษัทเหมืองขนาดใหญ่ราว 24 -25 แห่ง
Source: Global Critical Minerals Outlook 2025 (Stated Policies Scenario – นโยบายที่ประกาศแล้ว) (May 2025), IEA, World Energy Investment 2026 (Jun 2026)
แม้ความต้องการใช้แร่สำคัญในหลายอุตสาหกรรมจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ฝั่งอุปทานกลับยังขยายตัวได้ไม่ทัน หนึ่งในปัจจัยสำคัญมาจากการที่บริษัทเหมืองทั่วโลกลดการลงทุนและการสำรวจแหล่งแร่ใหม่ หลังเผชิญกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่อยู่ในระดับต่ำในอดีต ขณะเดียวกัน การพัฒนาเหมืองแห่งใหม่ยังต้องใช้เวลาหลายปีและมีขั้นตอนที่ซับซ้อน ส่งผลให้เกิดช่องว่างระหว่างอุปสงค์ที่เติบโตขึ้นกับอุปทานที่เพิ่มได้อย่างจำกัด
สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ประเมินว่า ในอนาคตตลาดอาจเผชิญภาวะขาดแคลนแร่สำคัญอย่าง ทองแดงและลิเธียม จากข้อจำกัดด้านการผลิตและการลงทุนที่ไม่ทันต่อความต้องการ หากช่องว่างระหว่างอุปสงค์และอุปทานยังคงอยู่ ความตึงตัวของตลาดอาจเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาของแร่สำคัญ และส่งผลต่อโอกาสการเติบโตของบริษัทเหมืองแร่ต้นน้ำในระยะยาว
กองทุนนี้เหมาะกับใคร?
กองทุน LHCRITMAT เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่กำลังมองหาโอกาสการเติบโตระยะยาวไปกับธีม Critical Materials ผ่านกลยุทธ์การลงทุนแบบ Pure Play ที่ครอบคลุมห่วงโซ่อุตสาหกรรม ตั้งแต่การทำเหมือง สำรวจ พัฒนา ผลิต รีไซเคิล ถลุง แปรรูป การถือครองแร่สำคัญ การได้รับค่าสิทธิ หรือเป็นผู้จัดหาและจำหน่ายแร่สำคัญ
อย่างไรก็ตาม กองทุนมีการลงทุนกระจุกตัวในกลุ่มอุตสาหกรรม จึงเหมาะกับนักลงทุนที่สามารถรับความผันผวนได้สูง โดยสามารถใช้เป็นส่วนเสริม (Satellite Portfolio) เพื่อเปิดรับโอกาสเติบโตไปกับธีม Critical Materials ควบคู่ไปกับพอร์ตหลักที่มีการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์หรืออุตสาหกรรมอื่น ๆ
สนใจกองทุน LHCRITMAT ขุดโอกาสจากแร่สำคัญแห่งโลกยุคใหม่
สามารถลงทุนได้แล้วบน Finnomena
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้กับผู้แนะนำการลงทุนของคุณ หรือติดต่อบริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด โทร 02 026 5100 และทาง LINE @FinnomenaPort ในช่วงเวลาวันทำการ 09:00-17:00 น.
อ้างอิงข้อมูลจาก: เอกสารแนะนำกองทุน Land and Houses Fund Management
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | กองทุนไม่มีการป้องกันหรือบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (unhedged) ดังนั้น กองทุนจึงมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ | กองทุนรวมนี้ลงทุนในต่างประเทศ จึงมีความเสี่ยงที่ทางการของต่างประเทศอาจออกมาตรการในภาวะที่เกิดวิกฤตการณ์ที่ไม่ปกติ ทำให้กองทุนไม่สามารถนำเงินกลับเข้ามาในประเทศ ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ลงทุนไม่ได้รับเงินคืนตามระยะเวลาที่กำหนด | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299
บริการและความโปร่งใสในการลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม Finnomena
1. ค่าตอบแทนการใช้บริการและคำแนะนำ (Trailer Fee): Trailer Fee คือค่าตอบแทนที่บริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) จัดสรรให้กับตัวแทนสนับสนุนการขายหน่วยลงทุน (Selling Agent) โดยแบ่งมาจากค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ที่กองทุนเรียกเก็บอยู่แล้ว ผู้ลงทุนจึงไม่มีภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มเติม
- วัตถุประสงค์: เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ทั้งการให้คำแนะนำการลงทุน การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม และบริการหลังการขายอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง
2. การบริหารจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest): เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและรักษาประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน เรามีการจัดการใน 2 ระดับ ดังนี้
- ระดับองค์กร (Firm Level): เรามีกลไกคัดเลือกและเสนอขายกองทุนรวมโดยยึดถือประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน (Best Interest) เป็นสำคัญ โดยใช้ปัจจัยด้านผลตอบแทนและความเสี่ยงเป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณา โดยเฉพาะในกรณีที่กองทุนรวมมีนโยบายการลงทุนที่คล้ายคลึงกันแต่มีอัตรา Trailer Fee ที่แตกต่างกัน เพื่อให้มั่นใจว่าการแนะนำกองทุนเป็นไปอย่างเป็นกลางและโปร่งใส
- ระดับผู้แนะนำการลงทุนอิสระ (Independent IC): ในกรณีที่ท่านรับบริการผ่าน IC อิสระ ผู้แนะนำฯ จะต้องแสดงตนและแจ้งสังกัดอย่างชัดเจน หาก IC มีหลายสังกัดที่อาจให้ผลตอบแทนต่างกัน IC มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลความขัดแย้งทางผลประโยชน์ดังกล่าวให้ท่านทราบ เพื่อให้ท่านมีข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจ
3. บริการและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ลงทุน: ลงทุนผ่าน Finnomena ได้มากกว่าแค่การซื้อขาย
- One-Stop Platform: รวมกองทุนชั้นนำจากหลากหลาย บลจ. จบในบัญชีเดียว
- Smart Tools: เครื่องมือวางแผนและจัดพอร์ต (Portfolio Construction) ตามเป้าหมายและความเสี่ยงที่เหมาะสม
- Market Insights: อัปเดตข่าวสาร บทวิเคราะห์ และแจ้งเตือนปรับพอร์ต (Rebalancing) ให้ทันสถานการณ์อยู่เสมอ








