10 นิสัยการใช้ชีวิตอย่างประหยัดของ Warren Buffett ที่เรานำไปปรับใช้ได้

“วอร์เรน บัฟเฟตต์” (Warren Buffett) เป็นหนึ่งในบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก และยังเป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดจนกลายเป็นไอดอลด้านการลงทุนของใครหลาย ๆ คนอีกด้วย อย่างไรก็ตาม เขาเป็นมหาเศรษฐีที่แตกต่างจากคนอื่น เพราะเขาชอบการใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายไม่ยึดติดกับวัตถุใด ๆ

วันนี้ FinSpace จะขอพาทุกคนมาดู 10 นิสัยการใช้ชีวิตอย่างประหยัดของ Warren Buffett ที่เรานำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง ซึ่งจะเป็นข้อคิดที่ช่วยให้สามารถใช้จ่ายได้อย่างประหยัดมากยิ่งขึ้น

10 นิสัยการใช้ชีวิตอย่างประหยัดของ Warren Buffett ที่เรานำไปปรับใช้ได้

1. อยู่บ้านหลังเดิมที่ซื้อตั้งแต่ปี 1958

ในขณะที่มหาเศรษฐีหลายคนเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ราคาแพง แต่บัฟเฟตต์เลือกที่จะอยู่บ้านหลังเดิมในเมืองโอมาฮา รัฐเนแบรสกา ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่เขาซื้อตั้งแต่ปี ค.ศ. 1958 ด้วยราคา 31,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 1 ล้านบาท) ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าสูงถึง 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 34 ล้านบาท)

บัฟเฟต์ไม่มีแผนที่จะย้ายออกจากบ้านหลังนี้ โดยเขากล่าวในจดหมายผู้ถือหุ้นของ Berkshire Hathaway ปี 2010 ว่า บ้านหลังนี้เป็นการลงทุนที่ดีที่สุดอันดับที่สามในชีวิตของเขา

2. ไม่ค่อยกู้ยืมเงิน

บัฟเฟตต์เคยกู้เงินเพียงครั้งเดียวในชีวิตเพื่อซื้อบ้านพักตากอากาศริมทะเลในเมืองลากูนาบีช รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี ค.ศ. 1971 แม้ว่าเขาจะมีเงินสดมากพอที่จะซื้อบ้านพักตากอากาศหลังนี้ด้วยมูลค่า 150,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 5.13 ล้านบาท) ก็ตาม แต่เขาตัดสินใจใช้เงินสดส่วนเกินเพื่อซื้อหุ้น Berkshire Hathaway แทน ซึ่งเป็นบริษัทที่สร้างรายได้ให้เขาหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

3. เลือกรับประทานอาหารราคาถูกและสะดวก

แม้ว่าบัฟเฟตต์จะมีสินทรัพย์มากมายมหาศาลจนสามารถจ้างเซฟส่วนตัวมาทำอาหารเช้าสุดหรูให้ทานได้ แต่เขาเลือกที่จะทาน McDonald’s ในระหว่างการเดินทางไปทำงานเพียง 5 นาที เพราะเขาไม่ชอบที่จะใช้เงินมากกว่า 3.17 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 100 บาท) เพื่อซื้ออาหารเช้า

4. ไม่ยึดติดกับแบรนด์

บัฟเฟตต์มักหลีกเลี่ยงการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น โดยเขาไม่ค่อยให้ความสนใจกับเสื้อผ้าแบรนด์เนมหรือโทรศัพท์รุ่นใหม่มากนัก แต่มักเลือกซื้อสินค้าที่มีคุณภาพและทนทาน

เขาใช้โทรศัพท์ฝาพับราคา 20 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 700 บาท) มาเป็นเวลาหลายปีก่อนที่จะเปลี่ยนเป็น Smartphone ยี่ห้อดังอย่าง “Apple” ในปี 2020

5. ไม่ลงทุนด้วยเงินที่ยืมมา

ในชีวิตของบัฟเฟตต์ เขาไม่เคยยืมเงินจำนวนมากเพื่อการลงทุน แม้ว่าครั้งหนึ่งบัฟเฟตต์ในวัยหนุ่มจะเคยใช้มาร์จิ้น 25% ของความมั่งคั่งสุทธิของเขาเพื่อซื้อหุ้น แต่เขาก็เตือนนักลงทุนไม่ให้ทำผิดพลาดแบบเขาซ้ำอีก เขาไม่เชื่อว่าความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของ Leverage จากเงินที่ยืมมาจะคุ้มค่า เพราะแม้แต่นักเทรดหุ้นที่มีความเชี่ยวชาญก็กล่าวว่าการกู้ยืมเงินเพื่อลงทุนนั้นมีความเสี่ยง

6. ไม่ซื้อรถยนต์หรูหรา

มหาเศรษฐีหลายคนมักสะสมรถสปอร์ตสุดหรูหรือรถรุ่นโบราณราคาแพงไว้ในโรงรถของพวกเขา แต่บัฟเฟตต์กลับหาซื้อรถยนต์ที่ลดราคาแล้ว โดยบัฟเฟตต์เคยให้สัมภาษณ์กับ Forbes ว่า เขาขับรถเพียงปีละประมาณ 3,500 ไมล์เท่านั้น ดังนั้นไม่มีความจำเป็นอะไรที่เขาต้องซื้อรถใหม่บ่อย ๆ

7. คิดนอกกรอบเพื่อประหยัดเงิน

เมื่อลูกคนแรกของบัฟเฟตต์เกิด เขาเปลี่ยนลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้งให้เป็นเปลเด็ก และขอยืมเปลเด็กตอนลูกคนที่สองของเขาเกิดแทนที่จะใช้เงินซื้อมัน

“ถ้าคุณซื้อของที่ไม่จำเป็น คุณก็จะต้องขายสิ่งที่จำเป็นในไม่ช้า” บัฟเฟตต์กล่าว

8. ทำในสิ่งที่รัก

“คุณต้องรักมัน จึงจะทำสิ่งนั้นได้ดี” บัฟเฟตต์กล่าวเพื่อเตือนใจให้ผู้คนเลือกงานที่เขารักแทนงานที่มีตำแหน่งดูดีเพื่อเอาไว้ประดับเรซูเม่ 

เรามีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้นหากได้ทำในสิ่งที่เรารักและหลงใหล ซึ่งแม้ว่าคุณจะไม่สามารถลาออกจากงานประจำเพื่อไปทำสิ่งที่คุณรักจริง ๆ ได้ แต่ก็สามารถใช้ความชอบเป็นงานอดิเรกได้ เพราะบัฟเฟตต์เองก็ชอบเล่นเกมไพ่และอูคูเลเล่เช่นกัน

9. ใช้เงินสด ไม่ใช้บัตรเครดิต

ในขณะที่คนส่วนใหญ่ชอบใช้บัตรเครดิตเพราะมีความสะดวกสบายในการจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวัน แต่บัฟเฟตต์เลือกที่จะใช้เงินสดมากกว่า เขากล่าวกับ Yahoo Finance ในปี 2019 ว่าเขาใช้เงินสดกว่า 98% ในชีวิตประจำวัน ถ้าอยู่ในร้านอาหาร เขาจะจ่ายด้วยเงินสดเสมอ เพราะมันง่ายกว่าสำหรับเขา

แม้ว่าการใช้เงินสดอาจดูล้าสมัยในยุคดิจิทัลแบบปัจจุบัน แต่การใช้บัตรเครดิตให้น้อยลงจะช่วยสร้างวินัยในการออมเงินได้ ยิ่งไปกว่านั้น หากชำระหนี้บัตรเครดิตช้าอาจทำให้คะแนนเครดิตของคุณเสียหาย และโดนเรียกเก็บดอกเบี้ยอีกด้วย

10. หลีกเลี่ยงการพนัน

บัฟเฟตต์จะลงทุนและเดิมพันเมื่ออัตราเดิมพันอยู่ในเกณฑ์ที่เขาพอใจเท่านั้น เขาไม่เชื่อการพนันที่มีเรื่องของอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง เขาเลือกการเดิมพันที่มีความเป็นไปได้สูง จากการคำนวณหาอัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทน โดยการเดิมพันนั้นจะต้องมีความเสี่ยงน้อยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

อ้างอิง

https://moneywise.com/managing-money/debt/heres-how-warren-buffett-lives-frugally

https://finance.yahoo.com/news/9-ways-warren-buffetts-frugal-215300788.html

https://www.newtraderu.com/2022/10/28/15-warren-buffetts-smartest-frugal-living-habits/

FinSpace

ที่มาบทความ: https://www.finspace.co/10-warren-buffett-frugal-habits/