สไตล์การลงทุน DCA หรือ Lump Sum แบบไหนเหมาะกับเรา?

วิธีการลงทุนมีหลากหลายรูปแบบด้วยกัน และวิธีที่นักลงทุนหลาย ๆ คนน่าจะคุ้นหูกันเป็นอย่างดีคงหนีไม่พ้น DCA และ Lump Sum มาดูกันดีครับว่าทั้ง 2 วิธีการลงทุนนี้แตกต่างกันยังไง แล้ววิธีไหนเหมาะกับใครบ้าง?

สไตล์การลงทุน DCA หรือ Lump Sum แบบไหนเหมาะกับเรา?

DCA (Dollar-Cost Averaging) คืออะไร ?

คือ การลงทุนแบบทยอยลงทุนอย่างสม่ำเสมอ ด้วยจำนวนเงินเท่า ๆ กัน โดยไม่สนใจความผันผวนของมูลค่าระหว่างทาง

ข้อดีของการลงทุนแบบ DCA

  1. ฝึกวินัยการออมและการลงทุน เพราะเป็นการแบ่งเงินไปลงทุนอย่างสม่ำเสมอทุก ๆ งวดไม่ขาดแม้แต่งวดเดียวเป็นระยะเวลานาน ซึ่งการทำเช่นนี้ก็หมายความว่าเราได้สร้างวินัยด้านการเงินให้กับตัวเอง เพราะสามารถกันเงินจากการใช้จ่ายมาเป็นเงินลงทุนได้ทุกงวด เข้าแนวคิดที่ว่า “รายได้ – เงินออม/เงินลงทุน = ค่าใช้จ่าย” หรือ “ออมก่อนใช้” นั่นเอง
  2. ถัวเฉลี่ยต้นทุนในการลงทุน เราไม่รู้ว่าพรุ่งนี้ สัปดาห์หน้า ปีหน้า 5 ปี หรือ 10 ปีข้างหน้า ภาวะตลาดจะเป็นอย่างไร ดังนั้น การลงทุนถัวเฉลี่ยแบบสม่ำเสมอจะทำให้ต้นทุนการลงทุนลดต่ำลงไป ที่สำคัญยังทำให้มั่นใจว่าจะได้ซื้อหุ้นหรือหน่วยลงทุนจำนวนมากที่ราคาต่ำในช่วงตลาดขาลง
  3. ตัดอารมณ์ออกจากการตัดสินใจลงทุน เมื่อวางแผนการลงทุนทุก ๆ เดือน จะทำให้นักลงทุนตัดอารมณ์ความรู้สึกออกไปได้ เช่น เดือนนี้ตลาดปรับลดลงก็ได้ลงทุน เดือนถัดไปตลาดปรับขึ้นก็ยังได้ลงทุน เป็นการลดความเครียดหรือความกังวลได้เป็นอย่างดี ทำให้ไม่พลาดโอกาสในการลงทุน ไม่ว่าภาวะตลาดจะเป็นอย่างไร

ข้อเสียของการลงทุนแบบ DCA

  1. ใช้เวลาลงทุนนาน กว่าจะเห็นผลตอบแทนที่ชัดเจน

สไตล์การลงทุน DCA เหมาะกับใคร ?

  1. นักลงทุนมือใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์
  2. มนุษย์เงินเดือน เพราะได้รับเงินเดือนทุกเดือน
  3. นักลงทุนที่มีเงินลงทุนไม่เยอะ ก็สามารถทยอยลงทุนก้อนเล็กให้เป็นเงินก้อนใหญ่ได้

Lump Sum คืออะไร ?

คือ การใช้เงินจำนวนหนึ่งเพื่อลงทุนในจังหวะเวลาที่ประเมินแล้วว่าเหมาะสม (Market Timing) และมีความมั่นใจว่าในอนาคตราคาสินทรัพย์ที่ลงทุนจะปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ข้อดีของการลงทุนแบบ Lump Sum

  1. ได้ผลตอบแทนสูงกว่าเมื่อตลาดอยู่ในภาวะขาขึ้น เมื่อนักลงทุนมั่นใจว่าภาวะตลาดเป็นขาขึ้นและอยากให้การลงทุนได้ผลตอบแทนเป็นกอบเป็นกำ การลงทุนแบบครั้งเดียวจะได้ผลตอบแทนที่ดี เพราะราคาสินทรัพย์จะเติบโตต่อไปเรื่อย ๆ และการลงทุนแบบครั้งเดียวจะมีต้นทุนต่ำกว่าแบบถัวเฉลี่ยในภาวะตลาดขาขึ้น
  2. ฝึกการจับจังหวะตลาด นักลงทุนต้องมีข้อมูลข่าวสาร การวิเคราะห์ ประสบการณ์การลงทุนสูง ที่สำคัญจะต้องมีความแม่นยำในจังหวะขายด้วย

ข้อเสียของการลงทุนแบบ Lump Sum

  1. หากจับจังหวะผิด มีโอกาสขาดทุนสูง

สไตล์การลงทุน DCA เหมาะกับใคร ?

  1. นักลงทุนที่มีประสบการณื มีความชำนาญในการลงทุน ที่สามารถหาจุดเข้า-ออก ได้
  2. นัลงทุนที่มีเงินลงทุนก้อนใหญ่ สามารถรับความเสี่ยงได้สูง

FinSpace

ที่มาบทความ: https://www.finspace.co/dca-lumpsum/