MRENEW: กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี รีนิวเอเบิล เอนเนอร์จี กองทุนธีมพลังงาน โตสวนกระแสตลาด

หากใครกำลังมองหาธีมการลงทุนที่โตสวนกระแสตลาด มีโอกาสเติบโตในระยะยาว การลงทุนในธีม “พลังงานทดแทน” ผ่านกองทุน MRENEW จาก บลจ. เอ็มเอฟซี ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเช่นกัน เพราะกำลังเป็นเทรนด์ที่ได้รับการสนับสนุนในระดับสากลทั่วโลก เพื่อพัฒนาสภาพภูมิอากาศ และทำให้โลกของเราน่าอยู่ยิ่งขึ้น

ทำไมธีมพลังงานทดแทนถึงน่าสนใจ ?

การดำรงชีพของมนุษย์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้ระบบนิเวศได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง เช่น ภาวะโลกร้อน ซึ่งนำไปสู่ปัญหาสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง กระทบต่อหลาย ๆ ฝ่าย หลายประเทศจึงเริ่มหันมาสนใจและให้ความสำคัญกับ “พลังงานสะอาด (Clean Energy)” ทั้งพลังงานลม พลังงานน้ำ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานคลื่น พลังงานความร้อนใต้พิภพ หรือเชื้อเพลิงชีวภาพ เพื่อมาทดแทนพลังงานแบบเดิมที่ก่อให้เกิดปัญหาดังกล่าว นั่นจึงเกิดเป็นกระแสของการลงทุนเกิดขึ้น

ในปี 2564 ที่ผ่านมา ยอดขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% และรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแบบอื่น ๆ ในประเทศจีนเพิ่มขึ้น เป็น 3,519,000 คัน (จาก 1,366,000 คัน ในปีก่อน) และในเดือน มิ.ย. 2565 ที่ผ่านมา รัฐบาลจีนได้สนับสนุนให้ก่อสร้างโรงไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ขนาด 1,200 กิกะวัตต์บริเวณทะเลทรายทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ นอกจากนี้ ภายในปี 2573 และ ภายในปี 2611 ก็ได้ตั้งเป้าผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานสะอาด ประมาณ 33% จากพลังงานไฟฟ้าทั้งหมดที่ผลิตในประเทศ  เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้ารูปแบบอื่น เช่น โรงไฟฟ้าถ่านหิน

ล่าสุด เมื่อเดือน ก.ค. 2565 หุ้นธีมพลังงานสะอาดได้ปรับตัวขึ้นแรง หลังจากที่วุฒิสภาสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมาย Inflation Reduction Act 2022 ผ่านช่องทาง Budget Reconciliation เพื่อใช้ในการส่งเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน และพลังงานสะอาด ส่งผลให้มีเม็ดเงินลงทุน 369,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ไหลเข้าลงทุนในพลังงานสะอาด เช่น การให้ภาษีคืนแก่ผู้ที่ซื้อรถยนต์ไฟฟ้า และสนับสนุนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศ การอุดหนุนการใช้พลังงานสะอาดในครัวเรือน การให้เงินอุดหนุนเกษตรกรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยลง การให้ Tax credit กับบริษัทที่ผลิตไฟฟ้าพลังงานลม และแสงอาทิตย์ เป็นต้น ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีการสนับสนุนจากภาครัฐเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ นี่จึงถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการลงทุนระยะยาวในธุรกิจพลังงานทดแทน พร้อมกับดูแลปัญหาโลกร้อนไปพร้อม ๆ กัน

ความน่าสนใจของกองทุน MRENEW

กองทุนดังกล่าวมีการลงทุนในพลังงานทดแทนผ่านกองทุนหลักอย่าง Blackrock Sustainable Energy บริษัทจัดการชั้นนำของโลกที่มีความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนที่คำนึงและใส่ใจสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ซึ่งกระจายการลงทุนในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยส่วนใหญ่จะลงทุนในประเทศสหรัฐฯ เยอรมนี ฝรั่งเศส เกาหลีใต้ และอิตาลีเป็นหลัก ผ่านการลงทุนใน 3 กลุ่มอุตสาหกรรมทั่วโลกที่มีคุณภาพ ดังนี้

MRENEW: กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี รีนิวเอเบิล เอนเนอร์จี กองทุนธีมพลังงาน โตสวนกระแสตลาด

ที่มา : Fund Fact Sheet, BGF Sustainable Energy Fund as of 31 July 2022

  1. Clean Energy คือ พลังงานที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือก่อให้เกิดมลภาวะอย่างน้อยที่สุดในทุกขั้นตอนนับตั้งแต่การผลิต การแปรรูป การนำไปใช้งาน ไปจนถึงการจัดการของเสีย โดยเฉพาะการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของการเกิดภาวะโลกร้อน จึงถือเป็นพลังงานแห่งอนาคตที่ทั่วโลกล้วนให้ความสำคัญ
  2. Energy Efficiency คือ การใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า ซึ่งจะต้องมีการวางแผนและควบคุมการใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อลดการสูญเสียพลังงานทุกขั้นตอน มีการตรวจสอบและดูแลการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าตลอดเวลา เพื่อลดการรั่วไหลของพลังงาน เป็นต้น
  3. Clean Transportation คือ การคมนาคมที่ใช้พลังงานทดแทน ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยมลพิษต่าง ๆ จากการปล่อยไอเสียของรถยนต์ โดยผลการศึกษาจากองค์กรเอกชนในยุโรปอย่าง ICCT ระบุว่า จากการปล่อยมลพิษทางอากาศ ส่งผลให้คนกว่า 85 แสนคนเสียชีวิตก่อนวัยอันควร หากมีการเปลี่ยนผ่านเป็นการใช้พลังงานทดแทน จะช่วยลดภาระสาธารณสุขได้อีกด้วย

10 หุ้นที่กองทุนหลัก Blackrock Sustainable Energy ถือมากที่สุด ประกอบด้วย (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ก.ค. 65) 

MRENEW: กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี รีนิวเอเบิล เอนเนอร์จี กองทุนธีมพลังงาน โตสวนกระแสตลาด

ที่มา : Top Holdings as of 31 July 2022, Fund Fact Sheet, Blackrock Sustainable Energy ; Number of holdings 50 as of 31 July 2022

  1. Nextera Energy (6.44%) เป็นผู้ผลิตพลังงานลม และพลังงานแสงอาทิตย์ใหญ่ที่สุดในโลกของสหรัฐฯ
  2. RWE AG (5.24%) เป็นบริษัทพลังงานทดแทนชั้นนำของเยอรมนี
  3. Enel Spa (4.45%) เป็นผู้นำด้านพลังงานทดแทน และเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายพลังงานไฟฟ้าของอิตาลี
  4. Ingersoll-Land (3.77%) เป็นบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องอัดอากาศ เครื่องมือช่าง และลิฟต์
  5. LG Chem (3.69%) เป็นบริษัทชั้นนำด้านเคมี และผู้ผลิตแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า
  6. Johnson Control International (3.60%) เป็นผู้ผลิต และออกแบบระบบปรับอากาศ อุปกรณ์ดับเพลิงและอุปกรณ์รักษาความปลอดภัย
  7. Infineon Technologies (3.54%) เป็นผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ของโลกจากเยอรมนี
  8. Samsung SDI (3.51%) เป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่และวัสดุอิเล็กทรอนิกส์สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าในเกาหลีใต้
  9. EDP Energia de Portugal (2.91%) เป็นบริษัทสาธารณูปโภคไฟฟ้าในโปรตุเกส
  10. Analog Devices (2.94%) บริษัทเซมิคอนดักเตอร์ที่เชี่ยวชาญด้านการแปลงข้อมูล การประมวลผลสัญญาณ และเทคโนโลยีการจัดการพลังงาน

รายละเอียดอื่น ๆ ของ MRENEW (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ก.ค.65)

  • ลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) คือ BGF Sustainable Energy Fund (กองทุนหลัก) ในชนิดหน่วยลงทุน (share class) “I2” ในสกุลเงินเหรียญดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของ NAV ซึ่งกองทุนหลักเป็นกองทุนที่อยู่ภายใต้ BlackRock Global Fund และบริหารจัดการโดย BlackRock (Luxembourg) S.A.
  • กองทุนมีความเสี่ยงอยู่ที่ระดับ 7
  • ค่าธรรมเนียมซื้อ 1.50%
  • ค่าธรรมเนียมขาย ยกเว้น
  • ลงทุนขั้นต่ำครั้งแรก 1 บาท
  • ลงทุนขั้นต่ำครั้งถัดไป 1 บาท

สรุปจุดเด่นของกองทุน MRENEW

กองทุน MRENEW เป็นกองทุนรวมตราสารทุนประเภท Feeder Fund มีการลงทุนในหลายประเทศ เช่น สหรัฐฯ เยอรมนี และฝรั่งเศส เป็นต้น โดยจะเน้นลงทุนในหุ้นของธุรกิจพลังงานยั่งยืน ในสามกลุ่มอุตสาหกรรมทั่วโลก ได้แก่ Clean Energy, Energy Efficiency และ Clean Transportation ซึ่งนับเป็นกลุ่มธุรกิจ ESG ที่มีการเติบโตสูงอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน เหมาะสำหรับการลงทุนในระยะยาว ที่สามารถรับความเสี่ยงจากการกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรมพลังงานได้ และสำหรับใครที่สนใจกองทุน MRENEW สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

MRENEW-A : https://finno.me/fund-mrenewa-web

MRENEW-D : https://finno.me/fund-mrenewd-web

MRENEWRMF : https://finno.me/fund-mrenewrmf-web


คำเตือน

ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | กองทุนรวมมีการป้องกันนความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่า 90% ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศ  | กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดโครงสร้างพื้นฐาน  ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย  | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FINNOMENAPORT”

คู่มือเลือกกองทุน SSF RMF อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ