ถ้าจะบอกว่ารถยนต์ไฟฟ้า (EV) เป็นเทรนด์ที่จะเติบโตในระยะยาวก็คงไม่ผิดนัก หากมองไปตามถนนเมื่อ 5 ปีก่อน สิ่งที่เห็นก็คงมีแต่รถยนต์น้ำมัน แต่ปัจจุบันเชื่อว่าเราคงเห็นรถยนต์ไฟฟ้ากันมากขึ้น

อย่างในกรณีของไทย เมื่อปี 2022 ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าอยู่ที่ 9 พันกว่าคัน แต่เมื่อปีที่ผ่านมา ยอดขายทั้งปีกระโดดไปอยู่ที่ 77,000 คัน หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 700% ในเวลาแค่ปีเดียว นี่ยังไม่ได้พูดถึงยอดขายประเทศอื่น ๆ ที่มีโครงสร้างพื้นฐานด้านรถยนต์ไฟฟ้าพร้อมมากกว่า

และหากพูดถึงการลงทุนในอุตสาหกรรม EV ก็ไม่ได้มีแค่บริษัทรถอย่างเดียว แต่บริษัทอื่นที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นบริษัทแบตเตอรี่ เจ้าของเทคโนโลยีด้านการผลิตและกักเก็บพลังงาน บริษัทพลังงานสะอาด หรือผู้ผลิตส่วนประกอบก็ถือว่าอยู่ในเทรนด์เหมือนกัน

แล้วถ้าสนใจในการลงทุนเกี่ยวกับ EV สามารถลงทุนผ่านกองทุนไหนได้บ้าง? วันนี้ Finnomena Funds สรุปมาให้แล้ว!


Highlight (คลิกอ่านส่วนที่สนใจได้เลย)


ภาพรวมกองทุนในอุตสาหกรรม EV

กองทุนที่ลงทุนในรถยนต์ไฟฟ้า

SCBEV(A)

นโยบายกองทุน: กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Electric Vehicles and Future Mobility (ชนิดสะสมมูลค่า) เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนกองทุนต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว ได้แก่ กองทุน Kranes Share Electric vehicle & Future Mobility (ETF) (กองทุนหลัก) เน้นลงทุนหุ้นบริษัทรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าหรือส่วนประกอบ หรือในสิ่งที่ริเริ่มขึ้นใหม่อื่นๆ ที่คาดว่าจะเปลี่ยนแปลงอนาคตของการเดินทางและการขนส่ง มุ่งหวังให้ผลประกอบการเคลื่อนไหวตามดัชนีชี้วัดคือ Bloomberg Electric Vehicle Index โดยกองทุนมีความเสี่ยงอยู่ที่ระดับ 6

กลยุทธ์ในการบริหารจัดการลงทุน: กองทุนไทยมุ่งหวังให้ผลประกอบการเคลื่อนไหวตามกองทุนหลัก ส่วนกองทุนหลัก Kranes Share Electric vehicle & Future Mobility (ETF) มุ่งหวังให้ผลประกอบการเคลื่อนไหวตามดัชนีชี้วัด

สัดส่วนการลงทุนของกองทุนหลัก: 

สัดส่วนการลงทุนของกองทุนหลักของกองทุน SCBEV(A) | Source: หนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ  as of 29/2/2024

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 1 บาท

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1 บาท

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • ค่าธรรมเนียมซื้อ: 1.5%
  • ค่าธรรมเนียมขาย: –

 

LHMOBILITY-A

นโยบายกองทุน: กองทุนเปิด แอล เอช สมาร์ท โมบิลิตี้ ชนิดสะสมมูลค่ามีนโยบายที่จะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ อาทิ หน่วย CIS และ/หรือ กองทุนรวมอีทีเอฟ ตั้งแต่ 2 กองทุนขึ้นไป ที่มีนโยบายลงทุนในบริษัทเกี่ยวกับระบบการขนส่งอัจฉริยะ (Smart Transportation) เช่น เทคโนโลยียานยนต์ไร้คนขับ (Autonomous Vehicle) เทคโนโลยีการเชื่อมต่อยานยนต์กับสิ่งต่าง ๆ (Connected Vehicle) 

ทั้งนี้ กองทุนหลักที่เข้าไปลงทุนในปัจจุบันคือ 1. GLOBAL X AUTONOMOUS&ELEC-ETF (67%) และ 2. RobecoSAM Smart Mobility Equities I USD (30%)

กลยุทธ์ในการบริหารจัดการลงทุน:  มุ่งหวังให้ผลประกอบการสูงกว่าดัชนีชี้วัด (Active management) 

Top 10 Holdings: 

สัดส่วนการลงทุนของ GLOBAL X AUTONOMOUS&ELEC-ETF | Source: หนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ  as of 31/1/2024

สัดส่วนการลงทุนของ RobecoSAM Smart Mobility Equities I USD | Source: หนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ  as of 31/1/2024

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 1,000 บาท

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 100 บาท

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • ค่าธรรมเนียมซื้อ: 1.5%
  • ค่าธรรมเนียมขาย: –

กองทุนที่ลงทุนในแบตเตอรี่และส่วนประกอบ

UEV

นโยบายกองทุน: กองทุนเปิด ยูไนเต็ด แบตเตอรี่ แอนด์ อีวี เทคโนโลยี ฟันด์ เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมตราสารทุนต่างประเทศ และ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟ (ETF) ของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสายการผลิตแบตเตอรี่ ซึ่งครอบคลุมถึงการทำเหมืองไปจนถึงการพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ และการผลิตแบตเตอรี่ และ/หรือบริษัทที่ดำเนินการและ/หรือได้รับประโยชน์จากการพัฒนาเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการที่เกี่ยวข้องกับระบบขนส่งในอนาคต เช่น รถยนต์, ยานพาหนะไฟฟ้า และ/หรือเทคโนโลยีดิจิตอลที่ใช้ในการขนส่ง เช่น การขับขี่อัตโนมัติเป็นต้น โดยกระจายการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลก เฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน 

ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ และ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟ (ETF) ต่างประเทศตั้งแต่ 2 กองทุนขึ้นไป ซึ่งปัจจุบันคือ 1. RobecoSAM Smart Mobility Equities I USD (76%) และ 2. Global X Lithium & Battery Tech ETF (23%)

กลยุทธ์ในการบริหารจัดการลงทุน: มุ่งหวังให้ผลประกอบการสูงกว่าดัชนีชี้วัด (Active management)

สัดส่วนการลงทุนของกองทุนหลัก: 

สัดส่วนการลงทุนของ RobecoSAM Smart Mobility Equities I USD | Source: หนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ  as of 31/1/2024

สัดส่วนการลงทุนของ Global X Lithium & Battery Tech ETF | Source: หนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ  as of 31/1/2024

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 0 บาท

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 0 บาท

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • ค่าธรรมเนียมซื้อ: 1.5%
  • ค่าธรรมเนียมขาย: –

 

ASP-POWER

นโยบายกองทุน: กองทุนเปิด แอสเซทพลัส ฟิวเจอริสติก พาวเวอร์ ซัพพลาย แอนด์ โมบิลิตี้ ลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมตราสารทุนต่างประเทศ เช่น หน่วย CIS และ/หรือกองทุนรวม ETF มีกองทุนหลักคือ BNP PARIBAS ENERGY TRANSITION เน้นลงทุนในธุรกิจพลังงานสะอาดใน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ แหล่งกำเนิดพลังงานสะอาด การจัดเก็บพลังงานและกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคต

กลยุทธ์ในการบริหารจัดการลงทุน: กองทุนมุ่งหวังให้ผลประกอบการสูงกว่าดัชนีชี้วัด (active management)

สัดส่วนการลงทุนของกองทุนหลัก: 

สัดส่วนการลงทุนของ BNP PARIBAS ENERGY TRANSITION | Source: หนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ  as of 29/2/2024

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 1,000 บาท

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1,000 บาท

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • ค่าธรรมเนียมซื้อ: 1.25%
  • ค่าธรรมเนียมขาย: –

กองทุนที่ลงทุนในพลังงานสะอาด

P-CGREEN

นโยบายกองทุน: กองทุนเปิดฟิลลิป ไชน่า กรีน เอ็นเนอร์จี แอนด์ เอ็นไวรอนเมนท์ มีนโยบายการลงทุนใน KraneShares MSCI China Environment Index ETF (กองทุนหลัก) ไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV โดยมุ่งเน้นไปที่ การลงทุนในบริษัทจีนที่ดำเนินงานด้านเทคโนโลยีสะอาดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 5 ประการ ได้แก่ พลังงานทางเลือก การพัฒนาและจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน การออกแบบอาคารและอาคารสีเขียว การป้องกันมลพิษและการใช้ พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ กองทุนหลักมุ่งสร้างผลตอบแทนเคลื่อนไหวตามดัชนี MSCI China IMI Environment 10/40 โดยมีความเสี่ยงของกองทุนอยู่ที่ระดับ 6

กลยุทธ์ในการบริหารจัดการลงทุน: กองทุนไทยมุ่งหวังให้ผลประกอบการเคลื่อนไหวตามกองทุนหลัก ส่วนกองทุนหลัก KraneShares MSCI China Environment Index ETF มุ่งหวังให้ผลประกอบการเคลื่อนไหวตามดัชนีชี้วัด

สัดส่วนการลงทุนของกองทุนหลัก: 

สัดส่วนการลงทุนของกองทุนหลักของกองทุน P-CGREEN | Source: หนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ  as of 29/2/2024

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 0 บาท

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 0 บาท

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • ค่าธรรมเนียมซื้อ: 1.5%
  • ค่าธรรมเนียมขาย: –

 

PRINCIPAL GCLEAN-A

นโยบายกองทุน: กองทุนเปิดพรินซิเพิล โกลบอล คลีน เอ็นเนอร์จี ชนิดสะสมมูลค่า มีนโยบายการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียวคือ iShares Global Clean Energy UCITS ETF (กองทุนหลัก) ลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทตราสารทุนที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี S&P Global Clean Energy ที่จะลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับพลังงานสะอาด

กลยุทธ์ในการบริหารจัดการลงทุน: กองทุนไทยมุ่งหวังให้ผลประกอบการเคลื่อนไหวตามกองทุนหลัก ส่วนกองทุนหลัก iShares Global Clean Energy UCITS ETF มุ่งหวังให้ผลประกอบการเคลื่อนไหวตามดัชนีชี้วัด

สัดส่วนการลงทุนของกองทุนหลัก: 

สัดส่วนการลงทุนของกองทุนหลักของกองทุน PRINCIPAL GCLEAN-A | Source: หนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ  as of 31/1/2024

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก: 1,000 บาท

มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป: 1,000 บาท

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • ค่าธรรมเนียมซื้อ: 1.5%
  • ค่าธรรมเนียมขาย: –

 

สามารถศึกษารายละเอียดของกองทุนเพิ่มเติมได้ที่ https://www.finnomena.com/fund/ 

อ้างอิง


คำเตือน

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | กองทุนมีการลงทุนกระจุกตัวในประเทศที่ลงทุน จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

10000 FINT