Dynamic Contrarian Model Portfolio

พอร์ตการลงทุนย่อ-ซื้อ ขึ้น-ขาย สไตล์ FundTalk The Contrarian แนะนำขายกองทุน KT-AGRIANDFOOD และซื้อ A-ASEMI

ปรับพอร์ต Dynamic Contrarian Portfolio

สนใจลงทุน Dynamic Contrarian Model Portfolio
คลิกเลย


แนะนำซื้อกองทุน A-ASEMI

สรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา:

  • ดัชนี KOSPI เกิด circuit breaker ติดต่อกัน 2 วัน ซึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของดัชนี โดยราคาปรับตัวลง 33-40% ภายในระยะเวลา 1 เดือน เหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นไม่บ่อยครั้ง และในอดีตมักเป็นจุดพลิกผันสำคัญของตลาด
  • นักลงทุนรายย่อยที่ใช้มาร์จิ้นถูกบังคับขายไปแล้วจำนวน 320,000 บัญชี คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2-3 ล้านล้านวอน สะท้อนว่าแรงขายจากฝั่งนักลงทุนรายย่อยที่ใช้เลเวอเรจได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญแล้ว
  • กองทุนเฮดจ์ฟันด์ปรับลดสัดส่วนการใช้เลเวอเรจรวม (gross leverage) ลง 45% จากที่สะสมมาตั้งแต่ต้นปี ซึ่งถือเป็นการปรับลดครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่วิกฤต COVID-19 บ่งชี้ว่าแรงขายจากฝั่งนักลงทุนสถาบันก็มีแนวโน้มใกล้สิ้นสุดเช่นกัน

สัญญาณยอมจำนนของตลาด

Source: Finnomena Funds, data as of 30/07/2026

ปัจจัยบวกที่ยังไม่อยู่ในราคา

Source: Finnomena Funds, data as of 30/07/2026

Source: Finnomena Funds, data as of 30/07/2026

Samsung รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ที่แข็งแกร่ง โดยรายได้ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 171.5 ล้านล้านวอน และกำไรจากการดำเนินงานทำสถิติสูงสุดใหม่เช่นกันที่ 89.5 ล้านล้านวอน นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ HBM4 ผ่านกระบวนการ qualification เรียบร้อยแล้ว โดยฝ่ายบริหารระบุว่ารายได้จาก HBM4 ในไตรมาส 3 จะเติบโตขึ้น 3 เท่าตัวเมื่อเทียบไตรมาสก่อนหน้า และในครึ่งปีหลังของปี 2569 HBM4 จะคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 60% ของรายได้ HBM ทั้งหมด พร้อมทั้งยืนยันว่าภาวะขาดแคลนหน่วยความจำจะทวีความรุนแรงขึ้นในปี 2570 และต่อเนื่องไปจนถึงปี 2571

ในด้านราคา TrendForce ระบุว่า Samsung เตรียมปรับขึ้นราคา DRAM contract ในไตรมาส 3 ราว 15-20% โดย BofA คาดการณ์ว่าราคาเฉลี่ยขาย (ASP) ของ DRAM จะปรับขึ้น 21% เมื่อเทียบไตรมาสก่อนหน้า และราคา DRAM สำหรับ PC ได้ปรับขึ้นแล้ว 15-20% ภายในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยแนวโน้มราคายังคาดว่าจะปรับขึ้นต่อเนื่องไปจนถึงปี 2570 FundTalk มีมุมมองว่าปัจจัยดังกล่าวยังไม่ได้สะท้อนอยู่ในราคาหุ้นอย่างเต็มที่

Big Tech AI CAPEX Revision

Big Tech AI CAPEX Revision

Source: Finnomena Funds, Bloomberg, Tradingview data as of 26/06/2026

ความต้องการใช้งาน AI จากผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ (Hyperscaler) ยังไม่มีสัญญาณชะลอตัว โดย Google Cloud เติบโต 82% Azure ของ Microsoft เติบโต 43% และรายได้จากโฆษณาของ Meta เติบโต 28% ซึ่งทุกบริษัทมีผลประกอบการดีกว่าประมาณการของตลาด นอกจากนี้ ยอดค้างส่ง (backlog) ของกลุ่ม hyperscaler รวมกันมีมูลค่าสูงถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 176% เมื่อเทียบปีก่อนหน้า สะท้อนว่าอุปสงค์ยังคงสูงกว่าอุปทานอย่างมีนัยสำคัญ

Amazon ประกาศปรับเพิ่มงบลงทุน (capex) จาก 2 แสนล้านดอลลาร์ เป็น 2.2 แสนล้านดอลลาร์ พร้อมรายได้จากธุรกิจคลาวด์ที่เติบโตแรงที่สุดในรอบ 6 ปี โดยสรุป FundTalk มีมุมมองว่ากลุ่ม hyperscaler ยังคงลงทุนในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง อุปสงค์ต่อชิปและศูนย์ข้อมูลจึงยังไม่ได้ชะลอตัวลงตามที่ตลาดกังวล

ข้อมูลกองทุน A-ASEMI

กองทุน A-ASEMI ซึ่งอ้างอิงกองทุน Global X Asia Semiconductor ETF โดยเป็นกองทุนที่ลงทุนตรงในห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ของภูมิภาคเอเชีย

  • กองทุนถือครองหุ้น TSMC 17.5% Samsung Electronics 12.8% SK Hynix 12.8% รวมถึง MediaTek, Sony, Tokyo Electron, Advantest, Kioxia, Mitsubishi Electric และ Cambricon
  • การลงทุนกระจายตามภูมิภาค ได้แก่ เกาหลีใต้ 29.7% ไต้หวัน 28.5% ญี่ปุ่น 28.2% และจีน 12.7%

A-ASEMI

Source: Finnomena Funds, GlobalX, data as of 30/06/2026

ปัจจัยเสี่ยงที่ควรพิจารณาก่อนการลงทุน

  • หากธนาคารกลางสหรัฐฯ มองว่าการเติบโตของ AI เป็นสาเหตุของเงินเฟ้อในระยะสั้น ตามที่นาย Warsh เคยกล่าวถึง และนำประเด็นดังกล่าวไปใช้เป็นเหตุผลในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย จะส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินของตลาดโดยรวมปรับตัวสูงขึ้น
  • หากบริษัท CXMT ของจีนสามารถพัฒนาอัตราผลผลิต (yield) ได้เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ อาจก่อให้เกิดภาวะอุปทานส่วนเกิน (oversupply) ของหน่วยความจำประเภททั่วไป ซึ่งจะกดดันราคาหน่วยความจำในระยะยาว และส่งผลกระทบต่อมุมมองเรื่องราคา DRAM ขาขึ้นที่กล่าวถึงข้างต้น
  • แม้ตลาดหุ้นเกาหลีใต้จะฟื้นตัวขึ้นแล้ว แต่ตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกายังคงทำจุดต่ำสุดใหม่ที่ต่ำกว่าเดิม (lower low) หากกระบวนการ deleveraging ในสหรัฐฯ ยังไม่สิ้นสุด อาจส่งผลให้ตลาดโดยรวมปรับตัวลงอีกระลอกหนึ่ง แม้ตลาดฝั่งเอเชียจะฟื้นตัวไปแล้วก็ตาม

Dynamic Contrarian Model Portfolio แนะนำขาย KT-AGRIANDFOOD และซื้อ A-ASEMI

ปรับพอร์ต Dynamic Contrarian Portfolio

  • หุ้น Bluechip สหรัฐฯ ES-USBLUECHIP สัดส่วน 20%
  • หุ้นเทคโนโลยีจีน KFCHINA-T10PLUS-A สัดส่วน 20%
  • หุ้นชิปเอเชียต้นน้ำ A-ASEMI สัดส่วน 20%
  • หุ้นแร่หายาก ONE-RAREEARTH สัดส่วน 15%
  • หุ้นเหมืองเงิน A-SLVP สัดส่วน 15%
  • หุ้นพลังงานแสงอาทิตย์ LHSOLAR สัดส่วน 10%

สนใจลงทุน Dynamic Contrarian Model Portfolio
คลิกเลย

จัดทำโดยบลป.เดฟินิท (Definit) สำหรับบลน. ฟินโนมีนา (Finnomena Funds)
สามารถเข้าถึงรายละเอียดกองทุนต่าง ๆ และ Fund Fact Sheet ได้จาก Link บนชื่อกองทุน  


ปรับพอร์ตอัตโนมัติ Automatic Allocation

อย่าลืมเปิดฟังก์ชันปรับพอร์ตอัตโนมัติ! Automatic Allocation ช่วยบริหารพอร์ตตามสภาวะตลาด สะดวก ใช้งานง่าย ให้คุณปรับสมดุลพอร์ตอยู่ในสถานะที่เหมาะสมอยู่เสมอ

สามารถเปิดใช้ Automatic Allocation ได้แล้ววันนี้ที่พอร์ตการลงทุนของคุณ หรือดูวิธีการได้ที่ Finnomena Funds Automatic Allocation


คำเตือน

ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

บริการและความโปร่งใสในการลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม Finnomena

  1. ค่าตอบแทนการใช้บริการและคำแนะนำ (Trailer Fee) : Trailer Fee คือค่าตอบแทนที่บริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) จัดสรรให้กับตัวแทนสนับสนุนการขายหน่วยลงทุน (Selling Agent) โดยแบ่งมาจากค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ที่กองทุนเรียกเก็บอยู่แล้ว ผู้ลงทุนจึงไม่มีภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มเติม
  2. วัตถุประสงค์: เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ทั้งการให้คำแนะนำการลงทุน การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม และบริการหลังการขายอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง
  3. การบริหารจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) : เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและรักษาประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน เรามีการจัดการใน 2 ระดับ ดังนี้:

3.1 ระดับองค์กร (Firm Level): เรามีกลไกคัดเลือกและเสนอขายกองทุนรวมโดยยึดถือประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน (Best Interest) เป็นสำคัญ โดยใช้ปัจจัยด้านผลตอบแทนและความเสี่ยงเป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณา โดยเฉพาะในกรณีที่กองทุนรวมมีนโยบายการลงทุนที่คล้ายคลึงกันแต่มีอัตรา Trailer Fee ที่แตกต่างกัน เพื่อให้มั่นใจว่าการแนะนำกองทุนเป็นไปอย่างเป็นกลางและโปร่งใส

3.2 ระดับผู้แนะนำการลงทุนอิสระ (Independent IC): ในกรณีที่ท่านรับบริการผ่าน IC อิสระ ผู้แนะนำฯ จะต้องแสดงตนและแจ้งสังกัดอย่างชัดเจน หาก IC มีหลายสังกัดที่อาจให้ผลตอบแทนต่างกัน IC มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลความขัดแย้งทางผลประโยชน์ดังกล่าวให้ท่านทราบ เพื่อให้ท่านมีข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจ

  1. บริการและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ลงทุน : ลงทุนผ่าน Finnomena ได้มากกว่าแค่การซื้อขาย:

4.1 One-Stop Platform: รวมกองทุนชั้นนำจากหลากหลาย บลจ. จบในบัญชีเดียว

4.2 Smart Tools: เครื่องมือวางแผนและจัดพอร์ต (Portfolio Construction) ตามเป้าหมายและความเสี่ยงที่เหมาะสม

4.3 Market Insights: อัปเดตข่าวสาร บทวิเคราะห์ และแจ้งเตือนปรับพอร์ต (Rebalancing) ให้ทันสถานการณ์อยู่เสมอ

Mid Year Outlook 2026